เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โปรดสละเวลา 1 นาที ในการตอบแบบสอบถามจากเรา Click !!

หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต

ในปัจจุบัน หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิตในระดับสากลนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในการศึกษาเพิ่มเติมจาก 5 ปี เป็น 6 ปี โดยสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงเนื่องมาจากความท้าทายที่เกิดขึ้นในโลกศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางด้านเภสัชกรรมที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความต้องการในทักษะที่สำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงปรับปรุงหลักสูตรจาก 5 ปี เป็น 6 ปี โดยมีหน่วยกิตรวมทั้งหมด 220 หน่วยกิต รวมทั้งยังต้องมีชั่วโมงการฝึกงานไม่น้อยกว่า 2,000 ชั่วโมง เพื่อให้ได้มาตรฐานตามสภาเภสัชกรรม โดยหลักสูตรจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ชั้นปีที่ 1-4 เน้นความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานทางเภสัชกรรมขั้นพื้นฐาน ชั้นปีที่ 5 และ 6 สามารถเลือกเรียนด้านเภสัชอุตสาหการ (การผลิต ตรวจวิเคราะห์ ประกันคุณภาพ วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยา สมุนไพร อาหาร เครื่องสำอาง เป็นต้น ) และด้านบริบาลทางเภสัชกรรม (การดูแลการใช้ยาของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ร้านขายยา งานคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น) นักศึกษาชั้นปีที่ 6 จะได้ฝึกทักษะการปฏิบัติงานวิชาชีพในแหล่งฝึกงาน เพื่อสร้างเสริมความมั่นใจในการพัฒนาทักษะให้กับนักศึกษา โดยหลักสูตรใหม่นี้ นักศึกษาจะมีองค์ความรู้และทักษะต่างๆ ในขั้นพื้นฐานรวมถึงองค์ความรู้และทักษะในด้านที่ตนเองสนใจเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นทางเภสัชกรรมหรือทางอุตสาหกรรม บุคลากรที่จบจากหลักสูตรนี้ก็จะร่วมกันพัฒนาวงการเภสัชกรรมและเภสัชศาสตร์ของประเทศไทยต่อไป

“ จัดการศึกษาที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนโดยใช้การเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสร้างเสริมความรู้ ความสามารถและทักษะใหม่ทางวิชาชีพเภสัชกรรมได้ด้วยตนเอง ร่วมกับมีการฝึกประสบการณ์และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ” -- ปรัชญาการศึกษาของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ลักษณะการศึกษา

ระบบการศึกษาของคณะเภสชัศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลนั้น ใน 1 ปีการศึกษา ประกอบไปด้วย 2 เทอม ซึ่งสอดคล้องตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยมหิดลได้กำหนดไว้สำหรับผู้เรียนในระดับก่อนบัณฑิตศึกษา และระดับบัณฑิตศึกษา โดยนักศึกษาต้องเข้าเรียนในรูปแบบของนักศึกษาเต็มเวลาตามข้อกำหนดมาตรฐานแห่งชาติสำหรับบัณฑิตศึกษาในปี พ.ศ. 2548 โดยกระทรวงศึกษาธิการ

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้และทักษะทางด้านเภสัชศาสตร์ตามเกณฑ์มาตรฐานการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม โดยบัณฑิตเภสัชศาสตร์ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. มีความรู้ความเข้าใจวิทยาศาสตร์พื้นฐานด้านเภสัชศาสตร์ ศาสตร์ทางด้านเภสัชกรรมอุตสาหการ ศาสตร์ทางด้านการบริบาลทางเภสัชกรรม และศาสตร์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ เป็นต้น และสามารถใช้ความรู้เหล่านี้เพื่อการปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรมในบทบาทที่หลากหลาย
  2. ใช้ความรู้ในการเป็นเภสัชกรที่มีความสามารถในการตั้งตำรับ ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ รวมไปถึงการควบคุมและประกันคุณภาพเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล
  3. ใช้ความรู้ในการเป็นเภสัชกรที่มีความสามารถในการให้การบริบาลทางเภสัชกรรม ตั้งแต่การประเมินสภาวะของผู้ป่วยเบื้องต้น การค้นหาปัญหาทางยา การแก้ปัญหาทางยา การกำหนดแผนการดูแลผู้ป่วยทางยา การให้คำแนะนำระหว่างการจ่ายยา และการวางระบบยา ให้เกิดการใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและพอเพียง รวมถึงการนำไปใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการรักษาโรคอย่างปลอดภัยและสมเหตุผล และเป็นประโยชน์ต่อสังคม
  4. ใช้ความรู้ในบทบาทเภสัชกรนักวิจัย เพื่ออธิบาย แก้ปัญหา และพัฒนางานที่รับผิดชอบเพื่อสร้างความรู้ใหม่ด้านยา สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ
  5. มีพฤติกรรมที่มีคุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเภสัชกรรม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นของประชาชนต่อวิชาชีพเภสัชกรรม
  6. มีความสามารถและทักษะในการสื่อสารเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ที่เหมาะสมตามความต้องการของผู้ป่วยเฉพาะราย และบุคลากรสาธารณสุขอย่างถูกต้อง ทันสมัยและเชื่อถือได้
  7. มีทักษะในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้มีความรู้และทักษะทางเภสัชศาสตร์ที่ทันสมัย เรียนรู้การจัดการสารสนเทศและแนวคิดการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในทางเภสัชกรรม และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในอนาคต

โครงสร้างหลักสูตร

ดาวน์โหลดโครงสร้างหลักสูตร (PDF)

การรับเข้าศึกษา

ผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต เป็นผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า มีคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ ตามระเบียบการสอบคัดเลือกของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ/หรือ ระเบียบการสอบคัดเลือกของมหาวิทยาลัยมหิดลระบบรับตรง รวมทั้งตามระเบียบข้อบังคับอื่นๆ ของการรับผู้เข้าศึกษากรณีพิเศษที่ผ่านการอนุมัติของสภามหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว โดยสามารถสมัครเข้าศึกษาได้ผ่าน 3 ระบบ ดังนี้
  1. ระบบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
    นักเรียนที่สนใจจะเป็นเภสัชกรและมีแฟ้มสะสมผลงานเกี่ยวข้องกับด้านเภสัชกรรมหรือเภสัชศาสตร์ รวมทั้งผ่านเกณฑ์ข้อกำหนดอื่นๆ สามารถสมัครผ่านระบบนี้ได้

  2. ระบบที่ 2 ระบบโควตา (Quota admission)
    นักเรียนที่อยู่ในจังหวัดหรือโรงเรียนตามรายชื่อด้านล่างที่ผ่านการสอบคัดเลือกของมหาวิทยาลัยมหิดลระบบตรง และผ่านระเบียบข้อบังคับอื่นๆ สามารถสมัครผ่านระบบนี้ได้
    • กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี
    • นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์
    • อำนาจเจริญ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร
    • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  3. ระบบ กสพท. (กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย)
    คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย นักเรียนที่ผ่านข้อกำหนดของ กสพท. มีสิทธิ์เข้าเรียนที่คณะเภสัชศาสตร์เช่นกัน

ขั้นตอนการสมัคร

กรุณาตรวจสอบจำนวนนักศึกษาที่รับในแต่ละปีซึ่งจะแตกต่างกันไป โดยสามารถดูรายละเอียดล่าสุดในแต่ละปีได้ที่ https://www.mytcas.com/ และที่ https://tcas.mahidol.ac.th/



สถานที่ศึกษา

  1. ชั้นปีที่ 1
    มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา

  2. ชั้นปีที่ 2 เป็นต้นไป
    คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพฯ

  3. การฝึกงาน
    โรงพยาบาล ศูนย์สาธารณสุข โรงงานเภสัชกรรม ร้านขายยาชุมชน องค์กรอาหารและยา และเครือข่ายของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลอีกมากมาย



รายละเอียดหลักสูตร จำนวนหน่วยกิตของการศึกษา แผนการเรียน ตัวอย่างข้อกำหนดรายวิชา โอกาสด้านทุนการศึกษา โอกาสฝึกงานต่างประเทศ กิจกรรมนักศึกษา สิ่งอำนวยความสะดวก โอกาสในการประกอบอาชีพ ข้อมูลการรับเข้าศึกษา

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

ดูเบอร์ติดต่อหน่วยงานต่างๆ | ดูข้อมูลการเดินทางและแผนที่

เว็บไซต์นี้ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนการสอน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
Copyright © 2013-2022
 

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้