หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Lamotrigine กับความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะในผู้ป่วยโรคหัวใจ

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 2 เดือน เมษายน ปี 2564 -- อ่านแล้ว 310 ครั้ง
 
Lamotrigine เป็นยาที่มีใช้กันมานานเกือบ 30 ปี ใช้รักษาโรคลมชัก (epilepsy) และ bipolar disorder ยังไม่ทราบกลไกการออกฤทธิ์ที่ชัดเจนในการรักษาโรค แต่ยานี้เป็น sodium channel blocker และอาจยับยั้งการหลั่ง glutamate และ aspartate ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้เป็น excitatory neurotransmitters ในระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อไม่นานมานี้หน่วยงาน FDA ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการทบทวนข้อมูลด้านความปลอดภัยของ lamotrigine หลังจากพบรายงานเกี่ยวกับการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG หรือ EKG) ที่ผิดปกติหลังจากใช้ยาดังกล่าว ซึ่งผู้ป่วยบางรายเกิดอาการเจ็บหน้าอก หมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้น (cardiac arrest)

ข้อมูลจากการศึกษาในหลอดทดลองยานี้มี class IB antiarrhythmic activity ในความเข้มข้มเท่ากับระดับยาในเลือดที่ให้ผลในการรักษาโรค ยานี้ลด ventricular conduction (ทำให้ QRS กว้าง) และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจทั้งด้านโครงสร้างและการทำงาน นอกจากนี้การมีอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด QRS กว้างจากการใช้ lamotrigine ได้เช่นกัน แต่คนสุขภาพดีไม่พบผลเสียต่อหัวใจดังกล่าวข้างต้น ขณะนี้หน่วยงาน FDA ของประเทศสหรัฐอเมริกายังคงติดตามความปลอดภัยของยาดังกล่าว สำหรับช่วงแรกนี้ได้มีการเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะลงในเอกสารที่เป็นข้อมูลผลิตภัณฑ์ยา พร้อมทั้งมีการให้ข้อมูลและคำแนะนำไปยังบุคลากรทางการแพทย์โดยมีสาระสำคัญดังนี้

 ควรประเมินผู้ป่วยแต่ละรายถึงประโยชน์เทียบกับความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะก่อนสั่งใช้ยา lamotrigine

 ผลการทางห้องปฏิบัติการพบว่า lamotrigine มี class IB antiarrhythmic activity ในความเข้มข้นเท่ากับระดับยาในเลือดที่ให้ผลในการรักษาโรค และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะร้ายแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจทั้งด้านโครงสร้างและการทำงานในระดับที่มีความสำคัญทางคลินิก (ได้แก่ heart failure, valvular heart disease, congenital heart disease, conduction system disease, ventricular arrhythmias, cardiac channelopathies เช่น Brugada syndrome, ischemic heart disease ที่มีความสำคัญทางคลินิก, ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างต่อ coronary artery disease)

 ความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ lamotrigine ร่วมกับยาอื่นที่ยับยั้ง sodium channel ที่หัวใจ

 sodium channel blockers ชนิดอื่นที่ใช้รักษาโรคลมชัก, bipolar disorder และข้อบ่งใช้อื่นไม่ได้เป็นยาทางเลือกที่ปลอดภัยไปกว่า lamotrigine (หากไม่มีข้อมูลมาสนับสนุนว่าปลอดภัย) ซึ่งขณะนี้หน่วยงาน FDA ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ขอให้มีการศึกษา sodium channel blockers ชนิดอื่นด้วยถึงความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้แก่ carbamazepine, cenobamate, eslicarbazepine, fosphenytoin, lacosamide, oxcarbazepine, phenytoin, rufinamide, topiramate และ zonisamide

ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ lamotrigine มีดังนี้

 ไม่ควรหยุดใช้ยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้ให้การรักษา เพราะอาจทำให้โรคที่เป็นอยู่มีความรุนแรงขึ้น

 แจ้งแพทย์ผู้ให้การรักษาทันทีหรือเข้ารับการรักษาฉุกเฉินหากมีความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้น ได้แก่ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ อาจเต้นเร็วมาก เต้นช้า หรือหยุดเต้นเป็นช่วง, หายใจลำบากหรือหอบ, เวียนศีรษะ, เป็นลม

อ้างอิงจาก:

(1) USFDA. Studies show increased risk of heart rhythm problems with seizure and mental health medicine lamotrigine (Lamictal) in patients with heart disease. 03-31-2021 FDA Drug Safety Communication. https://www.fda.gov/media/147183/download; (2) French JA, Perucca E, Sander JW, Bergfeldt L, Baulac M, Auerbach DS, et al. FDA safety warning on the cardiac effects of lamotrigine: An advisory from the Ad Hoc ILAE/AES Task Force. Epilepsia Open 2021;6:45-8.
 
ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020