Brolucizumab: VEGF inhibitor ชนิดใหม่ สำหรับ proliferative diabetic retinopathy
ข่าวประจำสัปดาห์ที่
4 เดือน
มิถุนายน ปี
2569 -- อ่านแล้ว
122 ครั้ง
Brolucizumab เป็นยาในกลุ่ม vascular endothelial growth factor (VEGF) inhibitor รูปแบบฉีดเข้าช่องวุ้นตาเพื่อยับยั้ง VEGF ซึ่งเป็นสารกระตุ้นการเติบโตของหลอดเลือด การยับยั้งดังกล่าวช่วยลดกระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติในภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา (diabetic retinopathy) ซึ่งเป็นภาวะแทรก ซ้อนทางหลอดเลือดฝอยที่ส่งผลต่อการมองเห็นของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะเมื่อโรคดำเนินไปสู่ระยะรุนแรงที่เรียกว่า proliferative diabetic retinopathy (PDR) หลอดเลือดที่เกิดใหม่จะมีความเปราะบางจนอาจนำไปสู่ภาวะเลือดออกในวุ้นตา หรือจอประสาทตาลอกจากการดึงรั้งที่ทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ การรักษาหลักของ PDR คือ การรักษาด้วยการฉายเลเซอร์บริเวณดวงตา (panretinal laser photocoagulation) ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น การสูญเสียลานสายตารอบนอก ปัญหาการมองเห็นในที่มืด และความเสี่ยงต่อภาวะจุดรับภาพบวมน้ำหลังทำเลเซอร์ การรักษาโดยการใช้ยาจึงช่วยเลี่ยงผลข้างเคียงดังกล่าว โดยยาที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันอย่าง ranibizumab หรือ aflibercept มีขนาดโมเลกุลที่ 48 kDa และ 115 kDa ตามลำดับ ทำให้ซึมผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ค่อนข้างน้อย ส่วน brolucizumab มีขนาดโมเลกุลเล็กเพียง 26 kDa ทำให้ซึมผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ดีกว่า นอกจากนี้ปริมาณยาที่ได้รับต่อการฉีดหนึ่งครั้งจะสูงกว่า ranibizumab และ aflibercept คิดเป็น 22 และ 11 เท่า ตามลำดับ ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่ยาวนานขึ้น ทำให้ความถี่ในการบริหารยาน้อยลง
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 วารสาร Journal of American Medical Association (JAMA) ได้เผยแพร่ผลการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 3 ชื่อว่า Brolucizumab in the Treatment of Proliferative Diabetic Retinopathy (CONDOR) ซึ่งเป็นการศึกษาแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุม และปกปิดทั้ง 2 ฝ่าย ประชากรที่ทำการศึกษาเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับการวินิจฉัยเป็น PDR ที่ไม่เคยได้รับการรักษาโดยการฉายเลเซอร์บริเวณดวงตามาก่อน จำนวน 689 ราย มีอายุเฉลี่ยที่ 53.9 ปี โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ได้รับ brolucizumab รูปแบบฉีดเข้าช่องวุ้นตาขนาด 6 mg ทุก 6 สัปดาห์ 3 ครั้งแรก จากนั้นทุก 12 สัปดาห์ เป็นระยะเวลาทั้งหมด 48-54 สัปดาห์ เทียบกับกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายเลเซอร์บริเวณดวงตา 1-4 ครั้งภายใน 12 สัปดาห์แรก และสามารถทำเพิ่มได้หากจำเป็น ติดตามผลของการรักษาในสัปดาห์ที่ 54 พบว่ากลุ่มที่ได้รับ brolucizumab มีการเปลี่ยนแปลงระดับความคมชัดของการมองเห็น (best-corrected visual acuity) เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 0.2 ตัวอักษร ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายเลเซอร์บริเวณดวงตามีคะแนนลดลง 4.2 ตัวอักษร (difference: 4.4, 95%CI: 2.4-6.4, P<0.001) นอกจากนี้ยังพบว่า brolucizumab มีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงของโรคโดยวัดจากการที่ไม่มีภาวะ PDR หลงเหลืออยู่เมื่อเทียบกับก่อนได้รับการรักษาอยู่ที่ 63.6% เทียบกับ 22.4% ในกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายเลเซอร์บริเวณดวงตา (difference: 39.4, 95%CI: 32.0-46.8, P<0.001) อย่างไรก็ตามกลุ่มที่ได้รับ brolucizumab พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ทางตาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ การอักเสบภายในลูกตา การอุดตันของหลอดเลือดจอประสาทตา และการติดเชื้อภายในลูกตาอยู่ที่ 5.2% ขณะที่กลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายเลเซอร์บริเวณดวงตาพบ 0.6%
เอกสารอ้างอิง
1. Wolf S, Chen Y, Li X, Shimura M, Sakamoto T, Wykoff CC, et al. Brolucizumab in the Treatment of Proliferative Diabetic Retinopathy: The CONDOR Randomized Clinical Trial. JAMA Ophthalmol. 2026 Apr 23; e261008.
2. Nguyen QD, Das A, Do DV, Dugel PU, Gomes A, Holz FG, et al. Brolucizumab: Evolution through Preclinical and Clinical Studies and the Implications for the Management of Neovascular Age-Related Macular Degeneration. Ophthalmology. 2020 Jul; 127(7):963-76.
3. Bahr TA, Bakri SJ. Update on the Management of Diabetic Retinopathy: Anti-VEGF Agents for the Prevention of Complications and Progression of Nonproliferative and Proliferative Retinopathy. Life (Basel). 2023 Apr 27; 13(5):1098.
คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
brolucizumab
VEGF inhibitor
proliferative diabetic retinopathy
CONDOR trial