หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ประโยชน์ของ SGLT2i ในผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับตับแข็ง

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 1 เดือน มิถุนายน ปี 2569 -- อ่านแล้ว 101 ครั้ง
 
ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วย 31% ที่มีโรคตับแข็งจะมีโรคเบาหวานร่วมด้วย และผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเกิดตับแข็งในอนาคตมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า เนื่องจากเบาหวานสามารถนำไปสู่ภาวะไขมันสะสมในตับที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึม (metabolic dysfunction associated steatotic liver disease; MASLD) จนทำให้เกิดการอักเสบและพังผืดในตับ เมื่อเกิดเบาหวานและตับแข็งร่วมกัน จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไต รวมถึงภาวะแทรกซ้อนจากตับที่ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจนเสียสมดุลและนำไปสู่การเสียชีวิตได้ โดยมีสมมุติฐานว่ากลุ่มยา sodium-glucose cotransporter-2 inhibitors (SGLT2i) เช่น dapagliflozin, empagliflozin, canagliflozin ซึ่งนอกจากจะช่วยลดน้ำตาลในเลือดและลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและไต ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของทั้งภาวะแทรกซ้อนทางตับและนอกตับในผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับ MASLD ได้ ซึ่งสมุมติฐานนี้มีข้อมูลสนับสนุนจากการศึกษาแบบ cohort ในปี 2024 อย่างไรก็ตามการศึกษาดังกล่าวไม่ได้รวมผู้ป่วยตับแข็งครอบคลุมในทุกสาเหตุ รวมถึง viral hepatitis ทำให้บทบาทของ SGLT2i ในผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับโรคตับแข็งยังไม่ชัดเจน

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ข้อมูลประโยชน์ของ SGLT2i ได้รับการสนับสนุนมากขึ้นจากการศึกษา nationwide retrospective cohort study จากฐานข้อมูล National Health Insurance Database ของประเทศไต้หวัน ซึ่งรวบรวมผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ร่วมกับโรคตับแข็งจากสาเหตุต่าง ๆ รวมถึง viral hepatitis โดยครอบคลุมผู้ป่วยทั้งหมด 38,743 ราย อายุเฉลี่ยที่ 64.68 ปี โดยมีระยะเวลาเฉลี่ยในการได้รับยาประมาณ 2.3 ปี ทำการเปรียบเทียบระหว่าง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับ SGLT2i กับ dipeptidyl peptidase-4 inhibitors (DPP-4 inhibitors) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาโรคเบาหวานเช่นกัน ผลพบว่ากลุ่มที่ได้รับ SGLT2i มีความเสี่ยงน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับ DPP-4 inhibitors อย่างมีนัยสำคัญ ในการเกิดภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (adjusted HR 0.34; 95% CI 0.25-0.47) ภาวะไตวายเฉียบพลัน (adjusted HR 0.66; 95% CI 0.59-0.74) และผลลัพธ์ด้านเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรงทางหัวใจและหลอดเลือด (major adverse cardiovascular events; MACE) (adjusted HR 0.67; 95% CI 0.62-0.71)

เอกสารอ้างอิง

1. Chung MC, Yu TM, Wu LY, Wu MJ, Shieh JJ, Chung CJ. SGLT2 Inhibitor Use and Cardiorenal Outcomes in Type 2 Diabetes with Liver Cirrhosis. JAMA Netw Open. 2026 Feb 2;9(2):e2560429. doi: 10.1001/jamanetworkopen.2025.60429.

2. Galicia-Garcia U, Benito-Vicente A, Jebari S, Larrea-Sebal A, Siddiqi H, Uribe KB, Ostolaza H, Martín C. Pathophysiology of Type 2 Diabetes Mellitus. Int J Mol Sci. 2020 Aug 30;21(17):6275. doi: 10.3390/ijms21176275.

3. Mao X, Zhang X, Kam L, Chien N, Lai R, Cheung KS, Yuen MF, Cheung R, Seto WK, Nguyen MH. Synergistic association of sodium-glucose cotransporter-2 inhibitor and metformin on liver and non-liver complications in patients with type 2 diabetes mellitus and metabolic dysfunction-associated steatotic liver disease. Gut. 2024 Nov 11; 73(12):2054-2061. doi: 10.1136/gutjnl-2024-332481.


คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคตับแข็ง sodium-glucose cotransporter-2 inhibitors ภาวะไตวายเฉียบพลัน major adverse cardiovascular events
 
คลิปความรู้เรื่องยา

EP.15 ท้องเสียแบบติดเชื้อกับยาหยุดถ่าย (Infectious diarrhea and antidiarrheal medications)

ดูคลิปทั้งหมด

ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้