ภาวะความต้องการทางเพศต่ำแบบหาสาเหตุไม่ได้ (low libido - idiopathic hypogonadism) มักสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้นและโรคอ้วน ภาวะนี้แม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายอย่างชัดเจน แต่ผู้ที่เป็นอาจมีคุณภาพชีวิตที่น้อยลงและต้องการการรักษา โดยวิธีการรักษาหลักซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในเพศชาย ได้แก่ การเสริมฮอร์โมนด้วยยาซึ่งเป็นอนุพันธ์ของ testosterone ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ยาในรูปเจล ยาฉีด ยารับประทาน โดยเลือกใช้จากการพิจารณาอาการและระดับฮอร์โมนในเลือดของผู้ป่วยแต่ละราย อย่างไรก็ตามการใช้ยาในลักษณะนี้ยังเป็นแบบนอกเหนือจากที่ระบุในฉลาก (off-label) เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มียาซึ่งเป็นอนุพันธ์ของฮอร์โมน testosterone ชนิดใดที่ได้รับการรับรองข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโดยตรง แต่ยาเหล่านี้ได้รับการรับรองให้ใช้ในภาวะพร่องฮอร์โมนซึ่งมีสาเหตุที่ชัดเจนเท่านั้น เช่น มีเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง ผลจากการบาดเจ็บที่อัณฑะ หรือผลจากการฉายรังสี รวมทั้งจากความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น Klinefelter syndrome
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้เข้าถึงการใช้อนุพันธ์ของฮอร์โมน testosterone ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2026 องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเชิญชวนให้ผู้ผลิตยากลุ่มนี้ซึ่งได้รับอนุมัติในข้อบ่งใช้เดิมอยู่แล้ว ยื่นขอเพิ่มข้อบ่งใช้ใหม่สำหรับการรักษา "ภาวะความต้องการทางเพศต่ำในผู้ชายที่มีภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำแบบหาสาเหตุไม่ได้ (low libido in men with idiopathic hypogonadism, without a known cause)” เนื่องจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาตระหนักว่าสุขภาพทางเพศเป็นส่วนสำคัญของคุณภาพชีวิต และมีข้อมูลใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าการรักษาด้วยยากลุ่มนี้อาจช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้จริง อย่างไรก็ตามแม้จะเปิดโอกาสให้ยื่นเรื่องได้ แต่การอนุมัติยังคงใช้มาตรฐานเข้มงวดที่เข้มงวดเช่นเดิม โดยผู้ผลิตยาต้องแสดงหลักฐานการศึกษาที่ยืนยันถึงประสิทธิผลและพิสูจน์ได้ว่าการใช้ยาให้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงอย่างชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
1. FDA Takes Step Forward on Testosterone Therapy for Men [Internet]. U.S. Food and Drug Administration. 2026 [cited 2026 Apr 17]. Available from:
https://www.fda.gov/news-events/press-announcements/fda-takes-step-forward-testosterone-therapy-men.