หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Lumateperone ยาต้านจิตเภทที่ใช้เสริมการรักษาโรคซึมเศร้า

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 4 เดือน มกราคม ปี 2569 -- อ่านแล้ว 78 ครั้ง
 
Lumateperone เป็นยาต้านจิตเภทรุ่นใหม่ที่มีกลไกการออกฤทธิ์เฉพาะตัว โดยออกฤทธิ์ปรับสมดุลของสารสื่อประสาทสามชนิดพร้อมกัน ได้แก่ เซโรโทนิน โดปามีน และกลูตาเมต ในส่วนของเซโรโทนิน lumateperone ออกฤทธิ์ต้านตัวรับ 5-HT2A และยับยั้งการเก็บกลับของเซโรโทนิน จึงลดภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ในส่วนของโดปามีน lumateperone ทำหน้าที่กระตุ้นตัวรับ D2 แบบ partial agonist บน presynaptic และยับยั้งตัวรับ D2 บน postsynaptic ของเซลล์ประสาทที่สร้างและรับสัญญาณของโดปามีน จึงลดอาการทางจิตเภทได้ เชื่อว่าผลต่อเซโรโทนินและโดปามีนนี้ทำให้ lumateperone มีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ (extrapyramidal symptoms, EPS) จากการยับยั้งตัวรับโดปามีนที่สมองส่วนสไตรตรัม (striatum) และสุดท้าย lumateperone ยังช่วยปรับการส่งกระแสสัญญาณของกลูตาเมตที่ตัวรับ AMPA และ NMDA ผ่านกลไกทางอ้อมที่ต้องอาศัยตัวรับโดปามีน D1 ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลไกที่ช่วยเสริมการรักษาโรคซึมเศร้า โดยพบว่ายานี้จับกับตัวรับ H1 และ 5-HT2c น้อยมาก จึงช่วยลดปัญหาน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ยา

ก่อนหน้านี้ lumateperone ได้รับข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคจิตเภทเมื่อ พ.ศ. 2562 และรักษาภาวะซึมเศร้าในโรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar depression) เมื่อ พ.ศ. 2564 และเมื่อวันที่ 5 พฤษจิกายน 2568 USFDA ได้อนุมัติให้ใช้ lumateperone tosylate ขนาด 42 มก. รับประทานวันละ 1 แคปซูล ร่วมกับยาต้านเศร้าในผู้ป่วย major depressive disorder (MDD) อีกด้วย โดยข้อมูลประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการศึกษาระยะที่ 3 ซึ่งศึกษาในผู้ป่วย MDD อายุ 18-65 ปี ซึ่งไม่ตอบสนองต่อยาต้านเศร้า 1 หรือ 2 ชนิด จำนวน 485 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับ lumateperone tosylate ขนาด 42 มก. และยาหลอกในอัตราส่วน 1:1 โดยทั้งสองกลุ่มส่วนใหญ่รับประทานยาต้านเศร้ากลุ่ม SSRIs/SNRIs เช่น citalopram, escitalopram และ duloxetine เป็นยาเดิมของผู้ป่วย ติดตามประสิทธิภาพที่ 6 สัปดาห์โดยใช้ Montgomery-Åsberg Depression Rating Scale (MADRS) ในการประเมินภาวะซึมเศร้า พบว่ากลุ่มที่ได้รับยามีค่าเฉลี่ยของคะแนน MADRS ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับยาหลอก (P<0.001) แสดงถึงอาการซึมเศร้าที่ดีขึ้นในกลุ่มที่ได้รับยา นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มที่ได้รับยามีความรุนแรงของโรคโดยรวมลดลง (วัดจาก Clinical Global Impression Scale-Severity; CGI-S) สำหรับข้อมูลความปลอดภัยมีรายงานอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษามากกว่ายาหลอก คือ อาการปากแห้ง เหนื่อยล้า และสั่น ส่วนอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ ได้แก่ อาการกระสับกระส่าย (akathisia) หรืออาการคล้ายพาร์กินสัน (parkinsonism) ซึ่งวัดจากการเปลี่ยนแปลงของคะแนนโดยใช้แบบประเมินมาตรฐานทางคลินิกพบว่าอยู่ในระดับต่ำตลอดการศึกษาเมื่อเทียบกับคะแนนก่อนเริ่มยา อย่างไรก็ตามอาการข้างเคียงอื่น ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว และรอบเอว เกิดใกล้เคียงกันกับยาหลอก

เอกสารอ้างอิง

1. Durgam S, Earley WR, Kozauer SG, Chen C, Lakkis H, Mcintyre RS, et al. Lumateperone as adjunctive therapy in patients with major depressive disorder: Results from a randomized, double-blind, phase 3 trial. J Clin Psychiatry. 2025; 86(4):25m15848.

2. Food and Drug Administration (US). Caplyta® [Internet] 2025 [cited 2025 Nov 12]. Available from: https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/appletter/2025/209500Orig1s016ltr.pdf.

3. Food and Drug Administration (US). Caplyta® [Internet] 2025 [cited 2025 Nov 11]. Available from: https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2025/209500s016lbl.pdf.


คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
โรคซึมเศร้า เสริมการรักษา lumateperone
 
คลิปความรู้เรื่องยา

EP.2 เกลือแร่สำหรับท้องเสีย ORS (Oral Rehydration Salts)

ดูคลิปทั้งหมด

ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้