PCABs เพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อ Clostridioides difficile ใกล้เคียงกับ PPIs
ข่าวประจำสัปดาห์ที่
2 เดือน
กรกฎาคม ปี
2569 -- อ่านแล้ว
104 ครั้ง
การติดเชื้อ Clostridioides difficile (CDI) เป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ เนื่องจากสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่ pseudomembranous colitis ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และอาจรุนแรงถึงเสียชีวิต อุบัติการณ์ของ CDI ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากเหตุปัจจัยหลายประการ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างแพร่หลาย การเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ และการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน รวมไปถึงการใช้ยากลุ่ม proton pump inhibitors (PPIs) เนื่องจากยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ H+/K+ ATPase ส่งผลให้เกิดยับยั้งการหลั่งกรด นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของค่า pH ในกระเพาะอาหาร ทำให้ประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อโรคของกระเพาะอาหารลดลง และอาจเปลี่ยนแปลงสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ นำไปสู่การเติบโตของ C. difficile
ในปัจจุบันมียาลดหลั่งกรดกลุ่มใหม่อย่าง potassium-competitive acid blockers (PCABs) เช่น vonoprazan, tegoprazan หรือ fexuprazan เริ่มใช้ในเวชปฏิบัติมากขึ้น โดย PCABs ออกฤทธิ์ยับยั้ง H+/K+ ATPase เช่นเดียวกับ PPIs แต่จะยับยั้งแบบแข่งขัน (competitive inhibition) กับ K+ ทำให้ลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารเช่นเดียวกับ PPIs จึงมีสมมติฐานว่าการใช้ PCABs อาจเพิ่มโอกาสเกิด CDI ได้เช่นกัน ซึ่งมีผลจากการศึกษาที่ผ่านมาพบความเสี่ยงต่อ CDI ที่สูงขึ้นจากการใช้ vonoprazan แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 วารสาร The American Journal of Gastroenterology (AJG) ได้เผยแพร่ผลการศึกษาชื่อว่า Comparative Safety of Potassium-Competitive Acid Blockers on the Risk of Clostridioides difficile Infection: A Multicenter Cohort Study ซึ่งเป็นการศึกษาแบบ cohort โดยเก็บข้อมูลย้อนหลังจากโรงพยาบาลจำนวน 15 แห่งในประเทศเกาหลี ประชากรที่ทำการศึกษามีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่เริ่มใช้ยาลดการหลั่งกรดระหว่างปี ค.ศ. 2019-2024 จำนวน 946,443 ราย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่ใช้ยา PCABs เช่น tegoprazan และ fexuprazan 2) กลุ่มที่ใช้ยา PPIs เช่น omeprazole, lansoprazole และ pantoprazole และ 3) กลุ่มที่ใช้ยา H2 receptor antagonists (H2RAs) เช่น cimetidine, ranitidine และ famotidine ติดตามผลเป็นเวลา 90 วัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับ PCABs มีอุบัติการณ์ของ CDI ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ PPIs และ H2RAs (HR: 0.87; 95%CI: 0.69-1.10 และ HR: 0.85; 95%CI: 0.64-1.12 ตามลำดับ) อย่างไรก็ตามการศึกษานี้ยังมีข้อจำกัดที่อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ของการศึกษา ได้แก่ ความแตกต่างในด้านข้อบ่งใช้ และระยะเวลาในการใช้ยาลดการหลั่งกรด รวมไปถึงปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยที่แตกต่างกันระหว่างยาแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้ การศึกษานี้ไม่ได้รวมยาในกลุ่ม PCAB อย่าง vonoprazan ที่มีประสิทธิภาพยับยั้งการหลั่งกรดมากกว่า tegoprazan และ fexuprazan
เอกสารอ้างอิง
1. Davis TA, Gyawali CP. Potassium-competitive acid blockers. Curr Opin Gastroenterol. 2025 Nov 1; 41(6):389-98.
2. Lim G, Shin JY, Hyeon DE, Kim JH, Kim Y, Kim HS, et al. Comparative Safety of Potassium-Competitive Acid Blockers on the Risk of Clostridioides difficile Infection: A Multicenter Cohort Study. Am J Gastroenterol. 2026 Mar 31. doi: 10.14309/ajg.0000000000004011.
3. Ouyang M, Zou S, Cheng Q, Shi X, Zhao Y, Sun M. Vonoprazan-associated Clostridioides difficile infection: an analysis of the Japanese Adverse Drug Event Report and the FDA Adverse Event Reporting System. Ther Adv Drug Saf. 2024 Jul 31; 15:20420986241260211.
4. Jung W, Lee J, Jeon H, Sung T, Yun HY, Lee S, et al. A Mechanism-Based Multi-Level Population PK/PD Model for Potassium-Competitive Acid Blockers. CPT Pharmacometrics Syst Pharmacol. 2026 Jan; 15(1):e70181.
คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
proton pump inhibitor
potassium-competitive acid blocker
H2 receptor antagonist
PPI
PCAB
H2RA
Clostridioides difficile