
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ (acute myeloid leukemia; AML) เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ส่งผลให้เซลล์มัยอิลอยด์ในระยะอ่อนไม่สามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดที่ทำหน้าที่ได้ตามปกติ โดยการกลายพันธุ์ของยีน nucleophosmin 1 (NPM1) เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ได้ประมาณ 28% ของผู้ป่วย AML รายใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ในภาวะปกติโปรตีน NPM1 จะควบคุมโปรตีน menin ให้ทำหน้าที่ควบคุมการถอดรหัสพันธุกรรมภายในนิวคลีโอลัส โดยทำงานร่วมกับเอนไซม์ที่สร้างจากยีน lysine methyl transferase 2A (KMT2A) ส่งผลให้เกิดการแสดงออกของยีน HOX และ MEIS1 เพื่อควบคุมการสร้างเซลล์เม็ดเลือดอย่างเป็นระบบ แต่ผู้ป่วย AML ที่เกิดการกลายพันธุ์ของยีน NPM1 (NPM1m) การควบคุมจะเสียไปและทำให้โปรตีน menin และเอนไซม์ KMT2A ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้มีการแสดงออกของยีน HOX และ MEIS1 ที่มากเกินไป นำไปสู่การเจริญของเซลล์เม็ดเลือดที่ผิดปกติ แม้ว่าผู้ป่วย AML-NPM1m ส่วนใหญ่จะตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด แต่บางรายยังคงมีภาวะโรคลุกลามหรือเสียชีวิต
Revumenib เป็นยาที่ได้รับข้อบ่งใช้ในการรักษา AML ชนิด KMT2A-rearrangement (KMT2Ar) ซึ่งเกิดจากการสลับตำแหน่งบนยีน KMT2A และทำให้ขาดการยับยั้งการทำงานของโปรตีน menin และเอนไซม์ KMT2A จนเกิด AML เช่นกัน ดังนั้น revumenib ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของโปรตีน menin (menin inhibitor) จึงเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในผู้ป่วย AML-NPM1m ด้วย
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 USFDA ได้อนุมัติแบบเร่งด่วนให้ใช้ Revurorj® (revumenib citrate ชนิดเม็ด ขนาด 270 มก. วันละ 2 ครั้ง ในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักมากกว่าหรือเท่ากับ 40 กก. และขนาด 160 มก./ม2. วันละ 2 ครั้ง ในผู้ป่วยที่น้ำหนักน้อยกว่า 40 กก.) ในการรักษา AML-NPM1m ในผู้ป่วยอายุ 1 ปีขึ้นไปที่ตรวจพบยีน NPM1m และไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่เคยได้รับมาหรือกลับมาเป็นซ้ำ ในส่วนข้อมูลประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการศึกษาระยะที่ 1/2 ชื่อว่า AUGMENT-101 เป็นการศึกษาศึกษาแบบแขนเดียว (single-agent) ในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น AML และตรวจพบยีน NPM1m ที่ดื้อต่อการรักษาก่อนหน้าหรือกลับมาเป็นซ้ำจำนวน 84 คน เมื่อประเมินประสิทธิภาพหลักในผู้ป่วย 64 คนที่เข้าเกณฑ์ในการประเมินประสิทธิภาพของยา พบว่ามีอัตราการหายขาดของโรคและการหายขาดของโรคที่มีการฟื้นตัวของค่าเลือดบางส่วนอยู่ที่ 23.4% ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.0014) เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานทางสถิติที่ตั้งไว้ล่วงหน้าที่ 10% โดยมีระยะเวลาในการตอบสนองอยู่ที่ 4.7 เดือน สำหรับด้านความปลอดภัย พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นระหว่างการศึกษา เช่น ภาวะคลื่นไฟฟ้าหัวใจยาวนานผิดปกติและภาวะเม็ดเลือดขาวสูงซึ่งสามารถจัดการได้
เอกสารอ้างอิง
1. U.S. Food and Drug Administration. FDA approves revumenib for relapsed or refractory acute myeloid leukemia with a susceptible NPM1 mutation [Internet]. 2025 [cited 2025 Nov 3]. Available from:
https://www.fda.gov/drugs/resources-information-approved-drugs/fda-approves-revumenib-relapsed-or-refractory-acute-myeloid-leukemia-susceptible-npm1-mutation.
2. Food and Drug Administration (US). REVUFORJ® [Internet] 2025 [cited 2025 Nov 3]. Available from:
https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2025/ 218944s003lbl.pdf.
3. Arellano ML, Thirman MJ, DiPersio JF, Heiblig M, Stein EM, Schuh AC, et al. Menin inhibition with revumenib for NPM1-mutated relapsed or refractory acute myeloid leukemia: the AUGMENT-101 study. Blood. 2025; 146(9):1065-77.
4. Rahnamoun H. Menin-KMT2A inhibitors: A promising approach to acute myeloid leukemia (AML) treatment [Internet]. Danvers (MA): Cell Signaling Technology; 2024 [cited 2025 Nov 3]. Available from:
https://blog.cellsignal.com/menin-kmt2a-inhibitors-antibodies-for-studying-kmt2a-rearranged-aml.
5. Sharma N, Liesveld JL. NPM 1 mutations in AML-the landscape in 2023. Cancers (Basel). 2023 Feb 12; 15(4):1177.