Loading…

ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดาต่อสุขภาพผิวหนัง  

ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดาต่อสุขภาพผิวหนัง  

รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ. บุญธิดา  มระกูล

ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 

16 ครั้ง เมื่อ 4 ช.ม.ที่แล้ว
2026-10-21

เบกกิ้งโซดา (baking soda) หรือ โซเดียมไบคาร์บอเนต (NaHCO3) เป็นวัตถุดิบที่พบทั่วไปในครัวเรือน เป็นส่วนผสมสำคัญในอาหารเช่น ขนมอบ เบเกอรี่ และสามารถนำมาใช้ทำความสะอาดบ้านเรือนโดยไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม โซเดียมไบคาร์บอเนตได้รับความสนใจในการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปาก และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโซเดียมไบคาร์บอเนตได้รับความนิยมมากขึ้นในฐานะสารดูแลผิวและเส้นผมที่มีต้นทุนต่ำและใช้ได้หลายด้าน เนื่องจากมีราคาถูก หาได้ง่าย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญในการทำความเข้าใจถึงวิธีการใช้อย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการเกิดพิษ ตลอดจนอาการไม่พึงประสงค์และข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารดังกล่าว โซเดียมไบคาร์บอเนตเป็นสารที่มีคุณสมบัติเป็นด่างอ่อน โดยสารละลายมีค่า pH ประมาณ 8–9 บทความทบทวนวรรณกรรมของ Dugué และคณะรวบรวมข้อมูลพบว่าการใช้สารนี้อาจช่วยกำจัดผิวหนังที่เป็นสะเก็ด บรรเทาอาการคันในบางกรณี และยับยั้งเชื้อจุลชีพบางชนิดได้ อย่างไรก็ตามประโยชน์ที่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีใช้และสภาพผิว และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะรับรองการใช้เพื่อความงามทั่วไป1 

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของโซเดียมไบคาร์บอเนตต่อสุขภาพผิวหนัง

  1. ฤทธิ์ต้านจุลชีพ Letscher-Bru และคณะได้ทำการทดสอบเชื้อรา 70 สายพันธุ์ที่แยกจากการติดเชื้อที่ผิวหนังและเล็บ พบว่าโซเดียมไบคาร์บอเนตความเข้มข้น 10 g/L ยับยั้งการเจริญของเชื้อได้ร้อยละ 80 ของสายพันธุ์ทั้งหมดที่ทดสอบในหลอดทดลอง และเมื่อเพาะตัวอย่างเล็บและขุยผิวหนังที่ติดเชื้อบนอาหารเลี้ยงเชื้อที่เติมโซเดียมไบคาร์บอเนต 10 g/L พบว่ายับยั้งการเจริญของเชื้อได้ทั้งหมดใน 19 ตัวอย่างจาก 24 ตัวอย่าง2  ผลดังกล่าวสนับสนุนศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ยังไม่ยืนยันประสิทธิผลในการรักษาผู้ป่วย จึงไม่ควรใช้แทนยาต้านเชื้อราจากหลักฐานนี้เพียงอย่างเดียว ในทางทันตกรรมโซเดียมไบคาร์บอเนตมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา Candida albicans และแบคทีเรีย Streptococcus mutans ซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ การศึกษาในชิ้นอะคริลิกเรซินฐานฟันปลอม 50 ชิ้นที่เพาะเชื้อ C. albicansพบว่าทั้งโซเดียมไบคาร์บอเนต 5% และคลอร์เฮกซิดีนไดกลูโคเนต 0.12% สามารถลดจำนวนโคโลนีของเชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม3
  2. การระงับปวด โซเดียมไบคาร์บอเนตถูกนำมาใช้เพื่อปรับ pH ของยาชาเฉพาะที่ เช่น lidocaine ที่ผสมกับ epinephrine ช่วยลดความเป็นกรดและความปวดแสบร้อนขณะฉีด4,5โดยพบว่าการใช้โซเดียมไบคาร์บอเนตเป็นบัฟเฟอร์ในการเตรียมยาชา ช่วยทำให้ยาชาผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทและออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น6 
  3. โรคสะเก็ดเงิน การแช่น้ำผสมโซเดียมไบคาร์บอเนตอาจช่วยบรรเทาโรคสะเก็ดเงิน โดยการศึกษาในผู้ป่วย 31 ราย แช่น้ำผสมโซเดียมไบคาร์บอเนต วันเว้นวันนาน 21 วัน พบว่าลดคะแนน Psoriasis Area and Severity Index (PASI) อาการคัน และการระคายเคืองได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม โดยผู้ป่วย 2 รายมีรอยโรคหายเกือบสมบูรณ์7 การบำบัดด้วยน้ำแร่ที่มีไบคาร์บอเนตร่วมกับการพอกโคลนพบว่าคะแนน PASI ดีขึ้นเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบกลไกที่แน่ชัด อย่างไรก็ตามเมื่อใช้โซเดียมไบคาร์บอเนตในรูปแบบยาทากลับไม่พบประโยชน์ที่ดีกว่ายาพื้นหลังการใช้ 28 วัน8 
  4. ช่วยกำจัดสะเก็ดผิวหนัง โดยเฉพาะในโรคผิวหนังเกล็ดปลา (ichthyosis) Milstone เสนอว่าการเติมโซเดียมไบคาร์บอเนตในน้ำอาบอาจช่วยให้สะเก็ดหลุดออกง่ายขึ้น นอกเหนือจากการที่น้ำทำให้สะเก็ดอ่อนตัว มาจากกลไกการเพิ่มค่า pH ซึ่งเอื้อต่อการทำงานของเอนไซม์บางชนิดที่ย่อยโครงสร้างยึดเกาะระหว่างเซลล์ชั้นขี้ไคล จึงอาจช่วยให้ผิวดูเรียบขึ้นและลดความไม่สบาย อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวเป็นการอภิปรายจากประสบการณ์และกลไก ไม่ใช่การทดลองยืนยันประสิทธิผล และให้คำแนะนำว่าการลดสะเก็ดต้องไม่ทำให้หน้าที่ปกป้องผิวเสียไป9 
  5. อาการคันจากการสัมผัสน้ำ (Aquagenic pruritus) เป็นภาวะเรื้อรังที่มีอาการคันรุนแรงหรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มโดยไม่มีรอยโรค มักเกิดภายใน 5–10 นาทีหลังสัมผัสน้ำ และอาจแปรผันตามภูมิอากาศ ฤดูกาล และองค์ประกอบของน้ำ รายงานผู้ป่วย 2 รายพบว่าการเติมโซเดียมไบคาร์บอเนตลงในน้ำอาบช่วยบรรเทาอาการได้โดยไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ แต่ปริมาณที่ได้ผลแตกต่างกันมากตั้งแต่ 25 g ร่วมกับการทาโซเดียมไบคาร์บอเนตแบบเพสต์ ไปจนถึง 100–200 g10 จึงยังต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาปริมาณที่ปลอดภัยและได้ประสิทธิผลที่ชัดเจน
  6. การดูแลเส้นผม การใช้โซเดียมไบคาร์บอเนตแทนแชมพูได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากความกังวลต่อส่วนประกอบบางชนิดในแชมพู เช่น สารชำระล้างและสารกันเสียที่ปลดปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ แต่ยังไม่พบหลักฐานเพียงพอว่าโซเดียมไบคาร์บอเนตช่วยลดความมันหรือทำให้ผมนุ่มตามที่กล่าวอ้าง โซเดียมไบคาร์บอเนตที่เจือจางไม่เพียงพออาจจะเปิดชั้น cuticle ของเส้นผม และความเป็นด่างอาจเพิ่มประจุลบบนผิวเส้นผม ทำให้เส้นผมเสียดสีกันมากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของเกล็ดผมและการหักของเส้นผม1,11 ดังนั้นจึงควรมีการคำนึงถึงความเหมาะสมและปลอดภัยในการใช้ โดยแนะนำให้ใช้แชมพูที่มี pH < 5.5 เนื่องจากทำความสะอาดและปรับสมดุล pH ของหนังศีรษะและเส้นผม รวมทั้งช่วยป้องกันจุลชีพ12 

อาการไม่พึงประสงค์และข้อควรระวังในการใช้

แม้โซเดียมไบคาร์บอเนตที่เจือจางจะมีโอกาสก่อการระคายเคืองต่ำ แต่ยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับความเข้มข้นที่ปลอดภัยสำหรับการใช้กับผิวหนังทั่วไป การใช้ในปริมาณมากหรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังอักเสบหรือมีแผล อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและการดูดซึมจนเกิดผลต่อร่างกาย ทำให้เกิดภาวะด่างเกินในกรณีที่ใช้ไม่เหมาะสม จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้กับผื่นผ้าอ้อม แผลเปิด หรือผิวหนังที่เสียหาย และหยุดใช้หากเกิดอาการแสบ แดง หรือคัน นอกจากนี้ ความเป็นด่างอาจทำให้เส้นผมเสียหาย จึงควรระมัดระวังการใช้แทนแชมพู

 

โดยสรุป โซเดียมไบคาร์บอเนตมีศักยภาพในการดูแลผิวในบางด้าน เช่น การปรับ pH ของยาชาเพื่อลดความปวดขณะฉีด และการแช่น้ำเพื่อบรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงินหรืออาการคันหลังสัมผัสน้ำ อย่างไรก็ตาม หลักฐานหลายด้านยังมาจากการศึกษาขนาดเล็ก และผลที่พบไม่สามารถนำไปใช้กับทุกตำรับหรือทุกวิธีได้ จึงควรใช้อย่างเหมาะสมตามบริบท และจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัยก่อนการนำมาใช้ดูแลผิวด้วยตนเองอย่างแพร่หลาย

แหล่งอ้างอิง/ที่มา
  1. Dugué C, Baiyasi M, Jackson S, Tolliver S, Daveluy S. Baking soda and the skin: a review of baking soda in dermatology. J Integr Dermatol. 2024 Aug 29. doi:10.64550/joid.xph19q87.
  2. Letscher-Bru V, Obszynski CM, Samsoen M, Sabou M, Waller J, Candolfi E. Antifungal activity of sodium bicarbonate against fungal agents causing superficial infections. Mycopathologia. 2013;175(1-2):153-8. doi:10.1007/s11046-012-9583-2.
  3. Mayer FL, Wilson D, Hube B. Candida albicans pathogenicity mechanisms. Virulence. 2013;4(2):119-28. doi:10.4161/viru.22913.
  4. Tetzlaff JE. The pharmacology of local anesthetics. Anesthesiol Clin North Am. 2000;18(2):217-33, v. doi:10.1016/S0889-8537(05)70161-9.
  5. Frank SG, Lalonde DH. How acidic is the lidocaine we are injecting, and how much bicarbonate should we add? Can J Plast Surg. 2012;20(2):71-3. doi:10.1177/229255031202000207.
  6. Duarte PC, Paz CFR, Oliveira APL, Maróstica TP, Cota LO, Faleiros RR. Caudal epidural anesthesia in mares after bicarbonate addition to a lidocaine-epinephrine combination. Vet Anaesth Analg. 2017;44(4):943-50. doi:10.1016/j.vaa.2016.11.003.
  7. Verdolini R, Bugatti L, Filosa G, Mannello B, Lawlor F, Cerio RR. Old fashioned sodium bicarbonate baths for the treatment of psoriasis in the era of futuristic biologics: an old ally to be rescued. J Dermatolog Treat. 2005;16(1):26-30. doi:10.1080/09546630410024862.
  8. Mazzarello V, Piu G, Ferrari M, Piga G. Efficacy of a topical formulation of sodium bicarbonate in mild to moderate stable plaque psoriasis: a randomized, blinded, intrapatient, controlled study. Dermatol Ther (Heidelb). 2019;9(3):497-503. doi:10.1007/s13555-019-0302-5.
  9. Milstone LM. Scaly skin and bath pH: rediscovering baking soda. J Am Acad Dermatol. 2010;62(5):885-6. doi:10.1016/j.jaad.2009.04.011.
  10. Bayoumi AH, Highet AS. Baking soda baths for aquagenic pruritus. Lancet. 1986;2(8504):464. doi:10.1016/S0140-6736(86)92174-4.
  11. Cline A, Uwakwe LN, McMichael AJ. No sulfates, no parabens, and the “no-poo” method: a new patient perspective on common shampoo ingredients. Cutis. 2018;101(1):22-6.
  12. Gavazzoni Dias MFR, de Almeida AM, Cecato PMR, Adriano AR, Pichler J. The shampoo pH can affect the hair: myth or reality? Int J Trichology. 2014;6(3):95-9. doi:10.4103/0974-7753.139078.

บทความที่ถูกอ่านล่าสุด

ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง...ใช้อย่างไร 1 วินาทีที่แล้ว
ไม้ประดับมีพิษ….คิดสักนิดก่อนจะปลูก 7 วินาทีที่แล้ว
โรคจีซิกพีดี...ยาและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง 14 วินาทีที่แล้ว
ยารักษาโรคเบาหวานกับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ 25 วินาทีที่แล้ว
ยาเบาหวาน ... กินอย่างไรให้ถูกต้อง 30 วินาทีที่แล้ว
ว่านชักมดลูก 1 นาทีที่แล้ว
สารเคมีในครัวเรือนที่ไม่ควรใช้ร่วมกัน 1 นาทีที่แล้ว
MFG ไม่ใช่วันหมดอายุ! วิธีอ่านวันผลิตและวันหมดอายุยา (MFG, EXP) ให้ถูกต้อง 1 นาทีที่แล้ว
การคัดเลือกยาเข้าโรงพยาบาล ตามวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) และการประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (price performance) 1 นาทีที่แล้ว
คันและยาบรรเทาอาการคัน 1 นาทีที่แล้ว

อ่านบทความทั้งหมด

เกี่ยวกับคณะเภสัชศาสตร์
คลังความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด
ประดิษฐ์ หุตางกูร
คณบดีท่านแรกของคณะเภสัชศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Copyright © 2021 - 2026
งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
การใช้และการจัดการคุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา