Loading…

กลิ่นแก่: เรื่องธรรมชาติของวัยที่จัดการได้

กลิ่นแก่: เรื่องธรรมชาติของวัยที่จัดการได้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภญ.วรวรรณ กิจผาติ

อาจารย์ ดร. ภญ.กัลยาณี โตนุ่ม

ภาควิชาสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

517 ครั้ง เมื่อ 1 ช.ม.ที่แล้ว
2026-07-13

กลิ่นแก่ไม่ใช่ความสกปรก แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตามวัย

การดูแลผิวอย่างเหมาะสม รักษาความสะอาดอย่างพอดี และดูแลสุขภาพโดยรวม สามารถช่วยลดความรุนแรงของกลิ่นและเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "กลิ่นแก่" หรือสังเกตว่าผู้สูงอายุบางคนมีกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากวัยหนุ่มสาว จนเกิดความกังวลหรือขาดความมั่นใจ แต่ความจริงแล้ว กลิ่นแก่ไม่ได้เป็นสัญญาณของความสกปรก หากแต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น

กลิ่นแก่เกิดจากอะไร

นักวิจัยพบว่าหนึ่งในสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นแก่คือ "2-โนนีนาล" (2-nonenal) ซึ่งมีกลิ่นเฉพาะคล้ายกลิ่นมันหืนหรือกลิ่นหญ้าแห้ง สารนี้เกิดจากการสลายตัวของไขมันบนผิวหนังภายใต้กระบวนการออกซิเดชัน หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า "ปฏิกิริยาที่เกิดจากอนุมูลอิสระ" เมื่ออายุมากขึ้น องค์ประกอบของไขมันบนผิวหนังและกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิด 2-nonenal มากขึ้น ส่งผลให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากวัยหนุ่มสาว และมักพบได้บริเวณศีรษะ หลังใบหู ลำคอ หน้าอก หลัง และเสื้อผ้าหรือเครื่องนอนที่สัมผัสผิวเป็นเวลานาน นอกจากนี้ องค์ประกอบของจุลชีพบนผิวหนังยังเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ซึ่งอาจมีส่วนทำให้ลักษณะของกลิ่นตัวเปลี่ยนแปลงไปด้วย

กลิ่นแก่ต่างจากกลิ่นตัวทั่วไปอย่างไร

กลิ่นตัวทั่วไปมักเกิดจากเหงื่อที่ถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียบนผิวหนัง ทำให้เกิดกลิ่นเปรี้ยวหรือกลิ่นอับ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามกิจกรรม การออกกำลังกาย อากาศร้อน หรือสุขอนามัยส่วนบุคคล ในขณะที่กลิ่นแก่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและไขมันบนผิวตามวัย จึงอาจพบกลิ่นลักษณะนี้ได้แม้ในผู้ที่ดูแลสุขอนามัยเป็นอย่างดี ดังนั้น กลิ่นแก่จึงเป็นกลิ่นเฉพาะที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงตามวัย มากกว่าการสะสมของเหงื่อหรือความสกปรกเพียงอย่างเดียว 

กลิ่นแก่เริ่มพบได้เมื่ออายุเท่าไร

การศึกษาพบว่าสาร 2-nonenal ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลิ่นแก่ เริ่มตรวจพบได้บ่อยขึ้นในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ประมาณ 40 ปีขึ้นไป และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ อย่างไรก็ตาม การตรวจพบ 2-nonenal ไม่ได้หมายความว่าจะมีกลิ่นแก่ชัดเจนในทุกคน ความรุนแรงของกลิ่นอาจแตกต่างกันตามพันธุกรรม สุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ อาหาร การสูบบุหรี่ และพฤติกรรมการดูแลตนเอง

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกลิ่นแก่

  • กลิ่นแก่เกิดจากการอาบน้ำไม่สะอาด
  • ความจริง: กลิ่นแก่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของไขมันบนผิวหนังตามวัย ไม่ได้เกิดจากความสกปรกเพียงอย่างเดียว จึงอาจพบได้แม้ในผู้ที่ดูแลสุขอนามัยเป็นอย่างดี
  • กลิ่นแก่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
  • ความจริง: แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตามวัย แต่สามารถลดความรุนแรงของกลิ่นได้ด้วยการดูแลผิว สุขอนามัย และสุขภาพโดยรวมอย่างเหมาะสม

น้ำหอมช่วยลดกลิ่นแก่ได้หรือไม่

น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายบางชนิดอาจช่วยกลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้ลดสาเหตุของการเกิดกลิ่นแก่ การใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นแรงเกินไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหรือทำให้กลิ่นผสมกันจนไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้นหากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ควรเลือกชนิดที่อ่อนโยนต่อผิวและมีกลิ่นไม่รุนแรงเกินไป

ควรดูแลอย่างไร

การดูแลความสะอาดยังคงมีความสำคัญ แต่การอาบน้ำบ่อยเกินไป การฟอกสบู่แรง ๆ หรือการใช้น้ำหอมเข้มข้น ไม่ได้ช่วยกำจัดสาเหตุของกลิ่นแก่ และอาจทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองมากขึ้นได้ แนวทางดูแลตนเองที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่

  • อาบน้ำอย่างเหมาะสมและทำความสะอาดบริเวณที่มีเหงื่อหรือความอับชื้น
  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำเพื่อช่วยคงความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว
  • เปลี่ยนเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเครื่องนอนสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่หลากหลายและดูแลสุขภาพโดยรวม
  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพผิว

เมื่อใดควรปรึกษาแพทย์

หากมีกลิ่นตัวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รุนแรงผิดปกติ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำหนักลด เหงื่อออกมากผิดปกติ หรือมีแผลติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากกลิ่นตัวที่เปลี่ยนแปลงไปอาจเกี่ยวข้องกับโรคบางชนิดหรือผลข้างเคียงจากยาได้

สรุป

กลิ่นแก่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของผิวหนังและไขมันบนผิวเมื่ออายุมากขึ้น การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง การดูแลสุขอนามัยและดูแลผิวอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความกังวล เพิ่มความมั่นใจ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยได้

แหล่งอ้างอิง/ที่มา
  1. Byrd AL, Belkaid Y, Segre JA. The human skin microbiome. Nat Rev Microbiol. 2018 Mar;16(3):143-155.
  2. Farage MA, Miller KW, Elsner P, Maibach HI. Characteristics of the Aging Skin. Adv Wound Care (New Rochelle). 2013 Feb;2(1):5-10. 
  3. Haze S, Gozu Y, Nakamura S, Kohno Y, Sawano K, Ohta H, Yamazaki K. 2-Nonenal newly found in human body odor tends to increase with aging. J Invest Dermatol. 2001 Apr;116(4):520-4
  4. Li M, Budding AE, van der Lugt-Degen M, Du-Thumm L, Vandeven M, Fan A. The influence of age, gender and race/ethnicity on the composition of the human axillary microbiome. Int J Cosmet Sci. 2019 Aug;41(4):371-377.
  5. Rinnerthaler M, Bischof J, Streubel MK, Trost A, Richter K. Oxidative stress in aging human skin. Biomolecules. 2015 Apr 21;5(2):545-89.
เกี่ยวกับคณะเภสัชศาสตร์
คลังความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด
ประดิษฐ์ หุตางกูร
คณบดีท่านแรกของคณะเภสัชศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Copyright © 2021 - 2026
งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
การใช้และการจัดการคุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา