รู้หรือไม่...ไม่ควรใช้ยาม่วงรักษาโรคผิวหนังในสุนัขและแมว
|
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สพญ.นรรฆวี แสงกลับ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล |
|
| 440 ครั้ง เมื่อ 7 ช.ม.ที่แล้ว | |
| 2025-09-27 |
เมื่อสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวมีปัญหาเรื่องผิวหนัง เช่น แผลพุพอง รอยแดง หรืออาการคันต่าง ๆ หลายคนอาจนึกถึงการใช้ "ยาม่วง" หรือ เจนเชียน ไวโอเล็ต (Gentian Violet) เพื่อใช้รักษาโรคผิวหนังเหล่านี้เพราะเคยได้ยินว่าสามารถใช้ได้และมีการใช้มานานแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าในปัจจุบัน สัตวแพทย์ไม่แนะนำให้ใช้ยาม่วงรักษาปัญหาผิวหนังในสัตว์เลี้ยงอีกต่อไป เนื่องจากมีข้อมูลทางการแพทย์ที่ชัดเจนถึงข้อเสียและความเสี่ยงหลายประการ
ยาม่วง (Gentian Violet) คืออะไร
เจนเชียน ไวโอเล็ต เป็นสารประกอบสีม่วงที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และบางชนิดยังมีฤทธิ์ต้านไวรัสด้วย ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 19 และเคยถูกนำมาใช้รักษาโรคผิวหนัง, แผลติดเชื้อ และเชื้อราตามร่างกาย ทั้งในคนและสัตว์ (1)
แต่แม้จะมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ เจนเชียน ไวโอเล็ต ก็มีคุณสมบัติเป็น สารก่อการกลายพันธุ์ (mutagenic) และมีแนวโน้มก่อให้เกิดพิษต่อเนื้อเยื่อได้หากใช้ในปริมาณมาก หรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน (2)
ทำไมจึงไม่ควรใช้ยาม่วงในสุนัขและแมว
1. อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองและพิษต่อเนื้อเยื่อ : มีงานวิจัยพบว่า เจนเชียน ไวโอเล็ต สามารถทำให้เนื้อเยื่อเกิดการระคายเคือง และชะลอการสมานแผลได้ โดยเฉพาะถ้าใช้ในบาดแผลเปิด หรือบริเวณที่มีการอักเสบ (3)
2. เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง : จากการศึกษาในสัตว์ทดลอง พบว่าเจนเชียน ไวโอเล็ตสามารถก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ (mutagenicity) และมีความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การเกิดเนื้องอกในตับและต่อมน้ำเหลือง (4) แม้ข้อมูลนี้จะยังไม่ยืนยันชัดเจนในสุนัขและแมว แต่การใช้สารที่มีความเสี่ยงเช่นนี้ในสัตว์เลี้ยงถือว่าไม่ปลอดภัยมากนัก
3. สีม่วงทำให้เห็นรอยโรคจริงๆ ไม่ชัดและยากต่อการวินิจฉัยโรค : เมื่อทายาม่วงลงบนผิวหนัง จะเกิดการย้อมสีม่วงเข้มบนแผล ทำให้สัตวแพทย์ไม่สามารถประเมินลักษณะจริงของบาดแผลได้ เช่น ความรุนแรงของการติดเชื้อ, ขอบเขตของการอักเสบ หรือสภาพเนื้อเยื่อ ซึ่งสำคัญต่อการวินิจฉัยและการวางแผนรักษา (5)
4. มีทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากกว่า : ในปัจจุบันสัตวแพทย์มีทางเลือกในการรักษาโรคผิวหนังที่มีความปลอดภัยสูงกว่ามาก เช่น ยาฆ่าเชื้อที่เฉพาะเจาะจง, ยาทาฆ่าเชื้อรา, หรือยาสูตรเฉพาะที่พัฒนาสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยตรง ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้เจนเชียน ไวโอเล็ตมาก(6)
โดยสรุปแล้ว แม้ว่ายาม่วงอาจดูเหมือนวิธีรักษาที่สะดวกและคนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันมานาน แต่ด้วยข้อมูลทางวิชาการในปัจจุบัน ยืนยันว่าการใช้ยาม่วงหรือเจนเชียน ไวโอเล็ตในสุนัขและแมวมีความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์ โดยหากพบว่าสัตว์เลี้ยงมีปัญหาเรื่องผิวหนัง เจ้าของควรพามาพบสัตวแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
Photo by: Google Gemini
|
ยารักษาโรคเท้าเหม็นจากเชื้อแบคทีเรีย 1 วินาทีที่แล้ว |
|
ยาเม็ดคุมกำเนิด : ข้อควรระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่นที่รบกวนประสิทธิภาพและความปลอดภัย 5 วินาทีที่แล้ว |
|
บรรจุภัณฑ์บ่งชี้ร่องรอยการแกะ (Tamper-Evident Packaging): ตอนที่ 6 7 วินาทีที่แล้ว |
|
หยุดคิดสักนิด…ก่อนคิดฝ่าไฟแดง 19 วินาทีที่แล้ว |
|
ไมเกรน กับ แมกนีเซียม 20 วินาทีที่แล้ว |
|
ต้นคริสมาส 20 วินาทีที่แล้ว |
|
คันและยาบรรเทาอาการคัน 20 วินาทีที่แล้ว |
|
ไขปริศนา น้องหมาท้องเสียควรให้กินโยเกิร์ตหรือไม่ 20 วินาทีที่แล้ว |
|
ทำไมตอนมีไข้ถึงฝันร้าย ? 21 วินาทีที่แล้ว |
|
ซูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) พระเอกหรือผู้ร้าย? 21 วินาทีที่แล้ว |
|
|
ที่เกี่ยวข้อง
หน่วยงานภายในคณะฯ
HTML5 Bootstrap Font Awesome