Loading…

ทำความรู้จักกับโรคหยุดหายใจขณะหลับ 

ทำความรู้จักกับโรคหยุดหายใจขณะหลับ 

รองศาสตราจารย์ ดร. ภญ.บุญธิดา  มระกูล

ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 

991 ครั้ง เมื่อ 1 วันที่แล้ว
2025-09-22

โรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea syndrome) เป็นภาวะความผิดปกติในการนอนหลับ โดยพบว่าผู้ป่วยจะมีการหยุดหายใจหรือหายใจตื้นๆ ซ้ำๆ ตลอดคืนระหว่างการนอน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นช่วงๆ ส่งผลต่อคุณภาพการนอนของผู้ป่วยที่ลดลง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญในปัจจุบัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมถึงอุบัติเหตุจากการหลับใน จากข้อมูลการสำรวจพบว่าในผู้ชายวัยผู้ใหญ่มีโอกาสเกิดโรคนี้ในระดับปานกลางถึงรุนแรงได้มากถึงร้อยละ 20 และในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้ถึงประมาณร้อยละ 10 โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ โรคอ้วน อายุที่มากขึ้น กรามเล็ก เพดานปากแคบ หรือต่อมทอลซิลใหญ่ และการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยานอนหลับ 

โรคหยุดหายใจขณะหลับ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามสาเหตุของการเกิดภาวะหยุดหายใจ คือ 

  1. Obstructive Sleep Apnea (OSA)  เกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ลิ้น ทอลซิล คอหอย หรือเพดานอ่อนหย่อนตัวปิดทางเดินหายใจ ส่งผลให้การหายใจหยุดชะงัก โดยผู้ป่วยมักมีการกรนเสียงดังผิดปกติและมีอาการหายใจแผ่วเบาหรือหยุดหายใจเป็นช่วงๆ เป็นภาวะที่พบในผู้ป่วยได้บ่อยที่สุด
  2. Central Sleep Apnea (CSA) เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนกลางไม่ส่งสัญญาณไปควบคุมการหายใจชั่วคราว มักพบในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาทและหัวใจ เช่น โรคหัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง
  3. Mixed Sleep Apnea เป็นภาวะที่มีทั้งการอุดกั้นและการควบคุมการหายใจผิดปกติร่วมกัน ซึ่งโรคชนิดนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาที่ซับซ้อนกว่าปกติ

การวินิจฉัยโรคหยุดหายใจขณะหลับอาศัยดัชนีวัดความผิดปกติของการหายใจ เช่น Apnea–Hypopnea Index (AHI) และ Oxygen Desaturation Index (ODI) โดยมาตรฐานการตรวจที่แม่นยำที่สุดคือการตรวจการนอนหลับแบบ Polysomnography (PSG) หรือที่เรียกว่า Sleep test โดยผู้ป่วยจะถูกติดตั้งอุปกรณ์ซึ่งบันทึกข้อมูลขณะหลับ เช่น คลื่นสมอง การหายใจ การเคลื่อนไหว และระดับออกซิเจนในเลือด นอกจากนี้ยังมีการตรวจแบบพกพาที่ใช้ในบางกรณีเพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัย 

แนวทางการรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับมีหลายวิธี โดยแนวทางมาตรฐานคือการใช้เครื่องเป่าลมแรงดันบวกต่อเนื่อง (Continuous Positive Airway Pressure; CPAP) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วย OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรง หรือผู้ที่มีอาการง่วงนอนมาก การใช้ CPAP อย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความดันโลหิต ปรับปรุงคุณภาพชีวิต และลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจและอุบัติเหตุ แต่การใช้เครื่องมือให้ได้ผลดีจะต้องมีการใช้ต่อเนื่องอย่างน้อยคืนละ 4 ชั่วโมง หากผู้ป่วยไม่สามารถทนต่อ CPAP ได้ อาจมีการใช้เครื่องมือในช่องปาก (Oral Appliance; OA) ที่ช่วยเลื่อนขากรรไกรล่างมาข้างหน้าเพื่อเปิดทางเดินหายใจ เหมาะสำหรับผู้ป่วย OSA ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง อย่างไรก็ตามวิธีการเหล่านี้อาจก่อผลข้างเคียงและข้อควรระวัง เช่น การใช้ CPAP อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวและดวงตา ทำให้ปากแห้ง โดยต้องเลือกหน้ากากและแรงดันให้เหมาะสม การใช้ OA อาจทำให้น้ำลายมากหรือน้อยกว่าปกติ ข้อต่อขากรรไกรหรือการสบฟันเปลี่ยนแปลงในระยะยาว และการหยุดใช้ CPAP อาจทำให้อาการกลับมาได้ทันที นอกจากการใช้เครื่องมืออีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการรักษาคือการลดน้ำหนักโดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะอ้วน การปรับท่านอน เช่น หลีกเลี่ยงการนอนหงาย และบางรายในกรณีที่ CPAP และ OA ไม่ได้ผลหรือไม่เหมาะสม จะใช้วิธีการผ่าตัดแก้ไขทางเดินหายใจหรือโครงสร้างใบหน้า นอกจากนี้ยังอาจมีการใช้ออกซิเจนบำบัดในบางกรณี 

โดยสรุปโรคหยุดหายใจขณะหลับไม่ใช่เพียงแค่การนอนกรนที่น่ารำคาญ แต่เป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง การตระหนักรู้ถึงอาการและปัจจัยเสี่ยงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่เข้าข่าย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง

Image by: Freepik

แหล่งอ้างอิง/ที่มา
  1. Dempsey JA, Veasey SC, Morgan BJ, O'Donnell CP. Pathophysiology of sleep apnea. Physiol Rev. 2010;90(1):47-112. 
  2. Akashiba T, Inoue Y, Uchimura N, Ohi M, Kasai T, Kawana F, et al. Sleep apnea syndrome (SAS) clinical practice guidelines 2020. Respir Investig. 2022;60(1):3-32. 

บทความที่ถูกอ่านล่าสุด

น้ำมันหอมระเหยไล่แมลงสาบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 2 วินาทีที่แล้ว
4 ขั้นตอน การเลือกโพรไบโอติคส์ 3 วินาทีที่แล้ว
ดอกเข้าพรรษา..สีสันของฤดูฝน 3 วินาทีที่แล้ว
การค้นคว้ายาต้านไวรัสโควิด-19 ตอนที่ 2 : เรมเดซิเวียร์ (remdesivir) และยาอื่น 5 วินาทีที่แล้ว
พฤติกรรมเสี่ยงในวัยรุ่น 6 วินาทีที่แล้ว
เมื่อสัตว์เลี้ยงได้รับสารพิษ : แนวทางการปฐมพยาบาลเบื้องต้น 7 วินาทีที่แล้ว
บัวหลวง...สัญลักษณ์แห่งพระพุทธศาสนา 8 วินาทีที่แล้ว
น้ำหนักขึ้นง่าย สิวไม่หาย! … สัญญาณ \"ภาวะลำไส้รั่ว\" 8 วินาทีที่แล้ว
การลดสารตกค้างในผักและผลไม้ 9 วินาทีที่แล้ว
เชื้อโรคในแหล่งน้ำธรรมชาติ 10 วินาทีที่แล้ว

อ่านบทความทั้งหมด

เกี่ยวกับคณะเภสัชศาสตร์
คลังความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด
ประดิษฐ์ หุตางกูร
คณบดีท่านแรกของคณะเภสัชศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Copyright © 2021 - 2026
งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
การใช้และการจัดการคุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา