หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Oteseconazole…ยาใหม่สำหรับรักษาโรคเชื้อราแคนดิดาในช่องคลอดชนิดเป็นซ้ำ (recurrent vulvovaginal candidiasis)

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 2 เดือน พฤษภาคม ปี 2565 -- อ่านแล้ว 1,165 ครั้ง
 
Oteseconazole เป็น azole antifungal ที่มี tetrazole moiety ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับยาอื่นในกลุ่มเดียวกัน คือยับยั้งการสังเคราะห์ ergosterol ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์รา โดยการยับยั้งเอนไซม์ lanosterol 14-alpha-demethylase (CYP51A1 หรือ CYP51 ซึ่งมีความสำคัญในการสังเคราะห์ sterols ในคนด้วย) โดยยามีความชอบสูงในการจับกับเอนไซม์นี้ในแคนดิดามากกว่าในคน เมื่อไม่นานมานี้ oteseconazole ได้รับอนุมัติในบางประเทศให้ใช้ลดการเกิดโรคเชื้อราแคนดิดาในช่องคลอดชนิดเป็นซ้ำ (recurrent vulvovaginal candidiasis) ในผู้ที่มีประวัติมาก่อน และเป็นผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร (เนื่องจากอาจไม่ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์และทารกที่ดื่มนมแม่ ตามผลการศึกษาในสัตว์ทดลอง) ผลิตในรูปยาแคปซูล ความแรง 150 มิลลิกรัม ยานี้รับประทานพร้อมอาหาร อาจใช้เดี่ยวหรือใช้ร่วมกับ fluconazole กรณีที่ใช้เดี่ยว: วันที่ 1 รับประทาน 600 มิลลิกรัม ครั้งเดียว, วันที่ 2 รับประทาน 450 มิลลิกรัม ครั้งเดียว และตั้งแต่วันที่ 14 เป็นต้นไป รับประทาน 150 มิลลิกรัม สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องไปนาน 11 สัปดาห์ (ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ถึงสัปดาห์ที่ 12) หรือ กรณีที่ใช้ร่วมกับ fluconazole: วันที่ 1, 4 และ 7 (ทุก 72 ชั่วโมง) รับประทาน fluconazole ขนาด 150 มิลลิกรัม จากนั้นตั้งแต่วันที่ 14-20 (รวม 7 วัน) ให้รับประทาน oteseconazole ขนาด 150 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง และหลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 เป็นต้นไปให้รับประทาน oteseconazole ขนาด 150 มิลลิกรัม สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อไปเป็นเวลา 11 สัปดาห์ (ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 ถึงสัปดาห์ที่ 14)

มีการศึกษาทางคลินิกมาสนับสนุนข้อบ่งใช้ข้างต้นจำนวน 3 การศึกษา โดยศึกษาในผู้หญิงวัยผู้ใหญ่และเด็กที่เข้าสู่วัยมีประจำเดือนแล้ว และเป็นโรคเชื้อราแคนดิคาในช่องคลอดชนิดเป็นซ้ำ (ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปในรอบ 12 เดือน) การศึกษาที่ 1 และการศึกษาที่ 2 เป็นแบบ randomized (2:1) multicenter, multinational, double-blind, placebo-controlled trial ในผู้ป่วยรวม 652 คน อายุ 17-78 ปี และการศึกษาที่ 3 เป็นแบบ randomized (2:1) multicenter, double-blind trial ในผู้ป่วย 219 คน อายุ 16-78 ปี (ซึ่งแม้จะมีผู้หญิงในวัยพร้อมจะมีบุตรได้รวมอยู่ในการศึกษาด้วย แต่ยานี้จะห้ามใช้ในบุคคลดังกล่าวเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียต่อทารกในครรภ์ ตามผลการศึกษาในสัตว์ทดลอง) ทั้ง 3 การศึกษาจะแบ่งการให้ยาเป็น 2 ช่วง คือ induction phase และ maintenance phase โดยในการศึกษาที่ 1 และในการศึกษาที่ 2 ช่วง induction phase (เปิดเผยชื่อยา) ผู้ป่วยจะได้รับ fluconazole ขนาด 150 มิลลิกรัมในวันที่ 1, 4 และ 7 (คือทุก 72 ชั่วโมง) จากนั้นในวันที่ 14 หากโรคเชื้อราแคนดิคาในช่องคลอดที่เป็นเฉียบพลันดีขึ้นแล้วโดยดูจาก “vulvovaginal signs and symptoms score” (ซึ่งประเมินจากรอยแดง บวม รอยเกา อาการคัน แสบร้อน และระคายผิว) น้อยกว่า 3 คะแนน จะเข้าสู่การศึกษาช่วง maintenance phase ซึ่งปกปิดชื่อยา โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับ oteseconazole ขนาด 150 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง หรือยาหลอก เป็นเวลา 7 วัน จากนั้นจึงให้ยาหรือยาหลอกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง นาน 11 สัปดาห์ ในช่วง maintenance phase นี้อนุญาตให้ใช้ยาบางอย่างได้หากผู้ป่วยเกิดการติดเชื้อราแคนดิคาในช่องคลอดเฉียบพลัน โดยมีคะแนนของอาการและอาการแสดง ≥3 คะแนนและให้ผลบวกเมื่อทำ KOH test ประเมินผลด้วยจำนวนผู้ป่วย (%) ที่ตรวจพบการติดเชื้อแคนดิดาในช่องคลอดพร้อมทั้งมีคะแนนอาการและอาการแสดง ≥3 คะแนน จำนวน ≥1 ครั้งนับตั้งแต่วันแรกจนถึงสัปดาห์ที่ 48 ของ maintenance phase ผลการศึกษาพบว่ากลุ่ม oteseconazole มีจำนวนผู้ป่วยต่ำกว่ากลุ่มยาหลอก โดยการศึกษาที่ 1 พบ 6.7% เทียบกับ 42.8% (p<0.001) และการศึกษาที่ 2 พบ 3.9% เทียบกับ 39.4% (p<0.001) และเมื่อประเมินด้วยจำนวนผู้ป่วย (%) ไม่ว่าจะเข้าตามเกณฑ์ข้างต้นหรือเป็นผู้ที่ได้รับยารักษาการติดเชื้อราแคนดิคาในช่องคลอดเฉียบพลัน ในช่วงตั้งแต่วันแรกจนถึงสัปดาห์ที่ 48 ของ maintenance phase ผลการศึกษาพบว่ากลุ่ม oteseconazole มีจำนวนต่ำกว่ากลุ่มยาหลอก โดยการศึกษาที่ 1 พบ 27.3% เทียบกับ 50.8% (p<0.001) และการศึกษาที่ 2 พบ 21.3% เทียบกับ 49.7% (p<0.001)

การศึกษาที่ 3 เปรียบเทียบการให้ oteseconazole กับ fluconazole ช่วงใน induction phase ส่วนช่วง maintenance phase ยังคงเปรียบเทียบการให้ oteseconazole กับยาหลอก ดังนี้ ใน induction phase ให้ oteseconazole ขนาด 1,050 มิลลิกรัม เป็นเวลา 2 วัน (โดยรับประทาน 600 มิลลิกรัม ครั้งเดียว ในวันที่ 1 และ 450 มิลลิกรัม ครั้งเดียว ในวันที่ 2) หรือให้ fluconazole 150 มิลลิกรัม ในวันที่ 1, 4 และ 7 (คือทุก 72 ชั่วโมง) จากนั้นในวันที่ 14 หากโรคเชื้อราแคนดิคาในช่องคลอดที่เป็นเฉียบพลันดีขึ้น จะเข้าสู่การศึกษาช่วง maintenance phase โดยให้ oteseconazole ขนาด 150 มิลลิกรัม หรือยาหลอก (กลุ่มที่ได้รับ fluconazole) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง นาน 11 สัปดาห์ ประเมินผลด้วยจำนวนผู้ป่วย (%) ที่ตรวจพบการติดเชื้อแคนดิดาในช่องคลอดพร้อมทั้งมีคะแนนอาการและอาการแสดง ≥3 คะแนน จำนวน ≥1 ครั้งนับตั้งแต่วันแรกจนถึงสัปดาห์ที่ 50 ของ maintenance phase หรือผู้ที่ไม่สามารถควบคุมโรคเชื้อราแคนดิดาในช่องคลอดช่วง induction phase ได้ ผลการศึกษาพบว่ากลุ่ม oteseconazole มีจำนวนผู้ป่วยต่ำกว่ากลุ่ม fluconazole/ยาหลอก (10.3% เทียบกับ 42.9%, p<0.001) นอกจากนี้เมื่อประเมินด้วยจำนวนผู้ป่วย (%) ไม่ว่าจะเข้าตามเกณฑ์ข้างต้น (ผู้ที่ตรวจพบการติดเชื้อแคนดิดาในช่องคลอดพร้อมทั้งมีคะแนนอาการและอาการแสดง ≥3 คะแนน จำนวน ≥1 ครั้งนับตั้งแต่วันแรกจนถึงสัปดาห์ที่ 50 ของ maintenance phase หรือผู้ที่ไม่สามารถควบคุมโรคเชื้อราแคนดิดาในช่องคลอดช่วง induction phase ได้) หรือเป็นผู้ที่ได้รับยารักษาการติดเชื้อราแคนดิคาในช่องคลอดเฉียบพลันในช่วงตั้งแต่วันแรกจนถึงสัปดาห์ที่ 50 ของ maintenance phase พบว่ากลุ่มที่ได้รับ oteseconazole มีจำนวนต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับ fluconazole/ยาหลอก (43.5% เทียบกับ 59.0%, p<0.039) สำหรับผลไม่พึงประสงค์ของ oteseconazole ที่พบบ่อยที่สุด (>2%) ได้แก่ ปวดศีรษะและคลื่นไส้

อ้างอิงจาก:

(1) Vivjoa (oteseconazole) capsules, for oral use. Highlights of prescribing information. Reference ID: 4974238, revised: 04/2022. https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2022/215888s000lbl.pdf; (2) Sobel JD, Nyirjesy P. Oteseconazole: an advance in treatment of recurrent vulvovaginal candidiasis. Future Microbiol 2021;16:1453-61.
 
ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้