หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Regdanvimab…โมโนโคลนอลแอนติบอดีชนิดใหม่สำหรับรักษาโควิด-19

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 4 เดือน ธันวาคม ปี 2564 -- อ่านแล้ว 1,170 ครั้ง
 
ขณะนี้มียาในกลุ่มโมโนโคลนอลแอนติบอดีหลายชนิดที่นำมาใช้รักษาโควิด-19 เช่น casirivimab, imdevimab, sotrovimab, bamlanivimab, etesevimab บางชนิดใช้เดี่ยวและบางชนิดใช้ร่วมกัน ยาเหล่านี้ล้วนเป็นแอนติบอดีที่ออกฤทธิ์จับจำเพาะกับ receptor binding domain (RBD) บน spike protein ของไวรัสโควิด-19 (SARS-CoV-2) ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง Monoclonal antibodies…antivirals สำหรับรักษาโควิด-19 และเมื่อเร็ว ๆ นี้มีโมโนโคลนอลแอนติบอดีชนิดใหม่ที่นำมาใช้รักษาโควิด-19 คือ regdanvimab (CT-P59) เป็นยาที่พัฒนาโดยบริษัท Celltrion (มีสำนักงานหลักอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้) ยามีโครงสร้างเป็น human IgG1 monoclonal antibody ที่ออกฤทธิ์จับกับ RBD บน spike protein ของไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกัน จึงขัดขวางการจับของ spike protein กับตัวรับ angiotensin-converting enzyme 2 (ACE2) ที่เซลล์ในทางเดินหายใจคน ทำให้ไวรัสเข้าเซลล์ไม่ได้จึงไม่สามารถเพิ่มจำนวน ผลการศึกษาที่ผ่านมาพบว่ายามีประสิทธิภาพดีต่อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ Gamma, Delta และ Beta

ยานี้ผลิตในรูปยาฉีด ใน 1 ขวดมีตัวยา regdanvimab 960 มิลลิกรัม (60 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร) สำหรับให้โดยการหยดเข้าหลอดเลือดดำ ได้รับอนุมัติให้ใช้แล้วในบางประเทศ เช่น ประเทศเกาหลีใต้, ประเทศในสหภาพยุโรป นอกจากนี้ยังได้รับอนุมัติให้ใช้กรณีฉุกเฉิน (emergency use authorisation) ในบางประเทศ เช่น อินโดนีเชีย, บราซิล ซึ่งในประเทศเกาหลีใต้ได้รับอนุมัติให้ใช้รักษาโควิด-19 ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีที่อาการไม่รุนแรงแต่มีโรคอื่นร่วมด้วยอย่างน้อย 1 อย่าง (ได้แก่ โรคอ้วน, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคปอดเรื้อรัง, โรคเบาหวาน, โรคไตเรื้อรัง, โรคตับเรื้อรัง และผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน) และผู้ป่วยโควิด-19 ในผู้ใหญ่ที่มีอาการขั้นปานกลาง ให้ยาเพียงครั้งเดียว ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มิลลิกรัม/กิโลกรัม โดยเจือจางยาก่อนและให้โดยหยดเข้าหลอดเลือดดำนาน 60 นาที มีผู้ได้รับการรักษาด้วยยานี้ในประเทศเกาหลีใต้นับถึงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมีจำนวนมากกว่า 22,500 คน ส่วนในสหภาพยุโรปยานี้ได้รับอนุมัติให้ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในผู้ใหญ่ที่ยังไม่ต้องให้ออกซิเจนแต่มีความเสี่ยงว่าโรคจะรุดหน้าสู่ระดับรุนแรง โดยให้ยาในขนาดที่กล่าวข้างต้น ภายใน 7 วันหลังจากเริ่มมีอาการ การได้รับอนุมัติในสหภาพยุโรปเนื่องจากมีผลการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 3 มาสนับสนุน เป็นการศึกษาในผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีความเสี่ยงว่าโรคจะรุดหน้าสู่ระดับรุนแรงจำนวนมากกว่า 1,315 คน จาก 13 ประเทศ ผลการศึกษาพบว่า regdanvimab ช่วยลดความเสี่ยงที่โรคจะรุดหน้าสู่ระยะรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตได้ 72% (โรคจะรุดหน้าสู่ระยะรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล, ให้ออกซิเจน หรือเสียชีวิต พบได้ 3.1% ในกลุ่มที่ได้รับ regdanvimab เทียบกับ 11.1% ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก) ผลไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยที่สุดช่วงที่มีการศึกษาทางคลินิก ได้แก่ ปฏิกิริยาที่เกิดจากการหยดยา (infusion-related reactions), การแพ้ยา (allergic reactions และ anaphylaxis) และระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง

อ้างอิงจาก:

(1) Syed YY. Regdanvimab: first approval. Drugs 2021;81:2133-7; (2) Regkirona (regdanvimab). EMA/629707/2021. https://www.ema.europa.eu/en/documents/overview/regkirona-epar-medicine-overview_en.pdf; (3) Regkirona (regdanvimab) - summary of product characteristics. https://www.ema.europa.eu/en/documents/product-information/regkirona-epar-product-information_en.pdf
 
ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้