หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Evinacumab (angiopoietin-like protein 3 inhibitor)…ยาลดไขมันในเลือดชนิดใหม่

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ ปี 2564 -- อ่านแล้ว 689 ครั้ง
 
ภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด atherosclerotic cardiovascular disease ควรรักษาระดับให้ต่ำกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (1.7 มิลลิโมล/ลิตร) หากมีระดับสูงกว่า 500 มิลลิกรัม/เดซิลิตร นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อ atherosclerotic cardiovascular disease แล้วยังทำให้เกิดภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันได้ (acute pancreatitis) ภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงอาจเกิดจากความผิดปกติในกระบวนการสลายไขมันของเนื้อเยื่อ หรือเกิดจากการสร้างมากเกินไป หรือเกิดความผิดปกติในการกำจัด lipoproteins เอนไซม์ที่มีบทบาทสำคัญในการกำจัด triglyceride-rich lipoproteins (chylomicrons และ very-low-density lipoprotein หรือ VLDL) คือ lipoprotein lipase

Angiopoietin-like protein 3 (ANGPTL3) สร้างจากตับ มีฤทธิ์ยับยั้งได้ทั้ง lipoprotein lipase และ endothelial lipase จึงเพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์, LDL cholesterol และ HDL cholesterol ในพลาสมา ได้มีการคิดค้นยาที่ยับยั้ง ANGPTL3 เพื่อใช้ลดไตรกลีเซอไรด์และ LDL cholesterol และเมื่อเร็ว ๆ นี้มียาตัวแรกซึ่งออกฤทธิ์เป็น ANGPTL3 inhibitor คือ evinacumab (ชื่ออื่น: evinacumab-dgnb) ออกวางจำหน่ายแล้วในบางประเทศ ยานี้เป็น human monoclonal antibody ที่ออกฤทธิ์จับจำเพาะกับ ANGPTL3 และยับยั้งการทำงานของโปรตีนนี้ ทำให้ lipoprotein lipase และ endothelial lipase กลับมาทำหน้าที่ได้ จึงส่งผลให้ระดับไตรกลีเซอไรด์, LDL cholesterol และ HDL cholesterol ในพลาสมาลดลง ซึ่งการออกฤทธิ์ของ evinacumab ไม่เกี่ยวกับ LDL receptor ยานี้ได้รับข้อบ่งใช้สำหรับรักษา homozygous familial hypercholesterolemia (ซึ่งมีความผิดปกติของ LDL receptor) ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป โดยใช้ร่วมกับการรักษาอื่นในการลด LDL cholesterol ยานี้ผลิตในรูปยาน้ำใสหรือออกเหลือบ ไม่มีสีหรือสีเหลืองจาง สำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ความแรง 150 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร บรรจุในขวดยาสำหรับการใช้ครั้งเดียวปริมาตร 2.3 มิลลิลิตรและ 8 มิลลิลิตร ขนาดที่แนะนำ คือ 15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หยดเข้าหลอดเลือดดำ ทุก 4 สัปดาห์

การที่ยานี้ได้รับอนุมัติในข้อบ่งใช้ข้างต้นเนื่องจากมีการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 3 มาสนับสนุน เป็นการศึกษาแบบ multicenter, double-blind, randomized, placebo-controlled trial ในผู้ป่วย homozygous familial hypercholesterolemia จำนวน 65 คน ผู้ป่วยเหล่านี้ได้รับการรักษาโดยวิธีมาตรฐานอยู่แล้วด้วย statins, ezetimibe, PCSK9 inhibitor antibodies, lomitapide และการทำ lipoprotein apheresis (รักษาด้วย statin 94%, ezetimibe 75%, PCSK9 inhibitor antibody 77%, lomitapide 22% และ lipoprotein apheresis 34%) ให้ evinacumab (n=43) ขนาด 15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เข้าหลอดเลือดดำ ทุก 4 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับยาหลอก (n=22) ศึกษานาน 24 สัปดาห์ หลังจากนั้นศึกษาแบบ open-label (n=64) ต่ออีก 24 สัปดาห์ ในขนาดยาเช่นเดิม ประเมินผล (primary efficacy endpoint) เป็นเปอร์เซนต์ LDL cholesterol ที่เปลี่ยนแปลงจากค่าเริ่มต้น (baseline) ผลการศึกษาในสัปดาห์ที่ 24 พบว่า evinacumab ลด LDL cholesterol ได้ 49% เทียบกับยาหลอก (95% CI เท่ากับ -65.0% ถึง -33.1%; p<0.001) ค่า absolute LDL cholesterol ที่เปลี่ยนแปลงลดลงคือ 132.1 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (95% CI เท่ากับ -175.3 ถึง -88.9 มิลลิกรัม/เดซิลิตร; p<0.001) ส่วนการศึกษาแบบ open-label ต่ออีก 24 สัปดาห์ (สัปดาห์ที่ 24 ถึง 48) พบว่าผู้ที่ได้รับยาหลอกมาก่อนค่า LDL cholesterol ลดลงจากค่าเริ่มต้นได้ดีเช่นเดียวกัน ส่วนผู้ที่ได้รับยาต่อเนื่องนาน 48 สัปดาห์ยังคงรักษาระดับ LDL cholesterol ที่ลดลงไว้ได้ ส่วนค่า HDL cholesterol ในกลุ่มที่ได้รับ evinacumab ลดลง 30% เทียบกับกลุ่มยาหลอกที่ค่าเพิ่มขึ้น 1% (แต่ค่า HDL cholesterol ไม่ได้อยู่ใน primary endpoint) สำหรับผลไม่พึงประสงค์ของ evinacumab ที่พบได้บ่อยที่สุด (≥5%) ได้แก่ เวียนศีรษะ, คลื่นไส้, คอหอยส่วนจมูกอักเสบ (nasopharyngitis), อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และน้ำมูกไหล

อ้างอิงจาก:

(1) Evkeeza (evinacumab-dgnb) injection, for intravenous use. Highlights of prescribing information, revised: 02/2021. https://www.regeneron.com/sites/default/files/Evkeeza_PI.pdf; (2) Jiang S, Qiu GH, Zhu N, Hu ZY, Liao DF, Qin L. ANGPTL3: a novel biomarker and promising therapeutic target. J Drug Target 2019;27:876-84; (3) Raal FJ, Rosenson RS, Reeskamp LF, Hovingh GK, Kastelein JJP, Rubba P, et al. Evinacumab for homozygous familial hypercholesterolemia. N Engl J Med 2020;383:711-20.
 
ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020