หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

แพ้ยาพารา จะกินยาอะไรแก้ปวดดี?

โดย นศภ.ฉัตรภรณ์ ใจมา เผยแพร่ตั้งแต่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2557 -- 47,999 views
 

“ปวด” โรคหรืออาการอะไรก็ตามที่ขึ้นต้นด้วยคำนี้ ย่อมไม่เป็นเรื่องที่ฟังดูจรรโลงใจนัก ไม่ว่าจะปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดแขนขา เป็นต้น หากเป็นไปได้ก็คงไม่มีใครที่อยากจะรู้สึกถึงความปวด แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว ทำอย่างไรถึงจะบรรเทาอาการปวดได้? หลายท่านคงกำลังนึกถึงยาเม็ดแก้ปวดที่รู้จักกันดีในนาม “พาราเซตามอล” หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “อะเซตามิโนเฟน” ซึ่งอยู่ในหมวดยาสามัญประจำบ้านนั่นเอง สำหรับคนที่แพ้ยา หรือใช้ยาพาราเซตามอลไม่ได้ จะทำอย่างไร? จำเป็นต้องไปหาหมอทุกครั้งไหม? มียาอื่นใช้แทนได้ไหม?

ความปวด วัดได้หรือไม่? เครื่องมือประเมินระดับความปวดที่ใช้ในทางการแพทย์ มีอยู่หลายแบบ ดังรูปที่ 1 แต่ละแบบจะมีลักษณะแตกต่างกันไป ค่าความปวดที่วัดได้จะแสดงเป็นคะแนนความปวด ตั้งแต่ 0-10

ที่มา: แนวทางพัฒนาการระงับปวดเฉียบพลัน 25521

คะแนนที่ได้จะนำมาใช้ในการเลือกยาแก้ปวดที่เหมาะสมต่อไปอาการปวดสามารถแบ่งความรุนแรงเป็น 3 ระดับ คือ ปวดน้อย (1-3 คะแนน) ปวดปานกลาง (4-6 คะแนน) และปวดมาก (7-10 คะแนน) ดังรูปที่ 2

ที่มา: แนวทางพัฒนาการระงับปวดเฉียบพลัน 25521

จากรูปที่ 2 จะเห็นว่าในแต่ละขั้นจะมีการใช้ยาที่แตกต่างกัน โดยขึ้นกับความรุนแรง และยาพาราเซตามอลสามารถใช้ได้ในทุกกรณี แต่หากมีเหตุจำเป็นต้องเลี่ยงการใช้ยาพาราเซตามอล ยากลุ่มต่อไปที่แนะนำให้ใช้คือ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal anti-inflammatory drugs หรือ NSAIDs)

ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs มีหลายตัว ซึ่งแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป การเลือกใช้ยานั้น อาจปรับตามความต้องการและความเหมาะสมของผู้ใช้ การจัดกลุ่มยา NSAIDs สามารถจัดได้หลายแบบ ในที่นี้จะแบ่งกลุ่มตามการยับยั้งเอนไซม์ที่มีส่วนทำให้เกิดการอักเสบ คือ ไซโคลออกซีจีเนส (Cyclooxygenase หรือ COX) ซึ่งจะมีอยู่ 2 ตัวหลักๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ COX-1 และ COX-2 ดังแสดงในตารางต่อไปนี้

ยับยั้ง COX แบบไม่จำเพาะ (Traditional NSAIDs)

ยับยั้ง COX-2 มากกว่า COX-1

ยับยั้ง COX-2

ออกฤทธิ์สั้น*

แอสไพริน (aspirin), ไดโคลฟีแนค (diclofenac), ฟลูบิโพรเฟน (flurbiprofen), ไอบูโพรเฟน (ibuprofen), อินโดเมธาซิน (indomethacin), คีโตโพรเฟน (ketoprofen), เมเฟนามิค แอซิด (mefenamic acid)

อีโตโดแลค (etodolac)

-

ออกฤทธิ์ยาว*

ไดฟลูนิซอล (diflunisal), นาบิวมีโทน (nabumetone), นาพร็อกเซ็น (naproxen), ไพร็อกซิแคม (piroxicam), ซูลินแดค (sulindac)

เมล็อกซิแคม (meloxicam)

เซเลค็อกซิบ (celecoxib), อีทอริคอกซิบ (etoricoxib)

* ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของยา: ออกฤทธิ์สั้น (ต้องรับประทานวันละหลายครั้ง) และออกฤทธิ์ยาว (รับประทานวันละ 1-2 ครั้ง)

ยาแก้ปวดชนิดออกฤทธิ์สั้น เหมาะสำหรับการรักษาอาการปวดแบบฉับพลัน ที่ใช้ระยะเวลาในการรักษาไม่นาน เมื่อหายปวดแล้วจึงหยุด ในขณะที่ยาแก้ปวดชนิดออกฤทธิ์ยาว เหมาะสมในการใช้บรรเทาอาการปวด เนื่องจากทำให้ไม่ต้องรับประทานยาบ่อย นอกจากนี้ การเลือกใช้ยายังขึ้นกับโรคประจำตัวบางโรคที่มีความจำเป็นต้องพิจารณาก่อนการใช้ยาในกลุ่มนี้ด้วย

อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยในยากลุ่มนี้มักจะเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะยากลุ่ม traditional NSAIDs จึงควรรับประทานยาหลังอาหารทันที หรือดื่มน้ำตามให้มากๆ และอาจมีการแนะนำให้ใช้ยาลดการหลั่งกรดร่วมด้วยในผู้ที่มีความเสี่ยงเกิดเลือดออกในทางเดินอาหาร เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีประวัติเป็นโรคกระเพาะ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ยาในกลุ่ม NSAIDs จัดเป็นยาอันตรายที่ต้องจ่ายโดยเภสัชกร ดังนั้น ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินปัจจัยต่างๆ ในการเลือกใช้ยาให้หมาะสม และได้ประสิทธิภาพจากยามากที่สุด

เอกสารอ้างอิง:

  1. สมาคมการศึกษาเรื่องความปวดแห่งประเทศไทย. แนวทางพัฒนาการระงับปวดเฉียบพลัน. 2552 [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 1 ก.ย. 2557]. เข้าถึงได้จาก: http://www.pain-tasp.com/download/cpg/CPG%20Acute%20Pain.pdf.
  2. พรทวี เลิศศรีสถิต, สุชีลา จันทร์วิทยานุชิต. ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (non-steroidal anti-inflammatory drugs) [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 1 ก.ย. 2557]. เข้าถึงได้จาก: http://med.mahidol.ac.th/med/sites/default/files/public/pdf/medicinebook1/NSAIDS.pdf.


คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
พาราเซตามอล ปวด ยาต้านการอักเสบ ยาแก้ปวด
 
ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020