หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Tirzepatide ไม่เพิ่มความเสี่ยงภาวะจอตาเสื่อมจากเบาหวาน

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 4 เดือน กรกฎาคม ปี 2569 -- อ่านแล้ว 89 ครั้ง
 
จอตาเสื่อมจากเบาหวาน (diabetic retinopathy; DR) เป็นภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดขนาดเล็กที่สำคัญของโรคเบาหวานและสัมพันธ์กับความบกพร่องของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้มีข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินโรคของ DR ในผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่ม incretin-based therapy หลังจากการศึกษา SUSTAIN-6 เมื่อปี 2016 (เอกสารอ้างอิงลำดับที่ 1) พบอัตราการเกิด diabetic retinopathy complications สูงขึ้นในผู้ป่วยที่ได้รับ semaglutide แม้ไม่ทราบกลไกที่ชัดเจน แต่มีสมมติฐานว่าการลดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดภาวะจอประสาทตาขาดออกซิเจนและกระตุ้นการหลั่ง CXCL12 ซึ่งเป็น chemokine ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างหลอดเลือดใหม่ รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับอาการจอตาเสื่อมแย่ลงอย่างรวดเร็วในช่วงระยะแรก (early worsening of diabetic retinopathy) ในผู้ป่วยที่ได้รับการควบคุมระดับน้ำตาลอย่างเข้มงวด (อ่านข้อมูลก่อนหน้าเกี่ยวกับ GLP-1 agonist และภาวะจอตาเสื่อมได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/news_week_full.php0?id=1838)

ในการประชุม American Diabetes Association (ADA) Scientific Sessions 2026 ได้มีการนำเสนอผลการศึกษาย่อยของ SURPASS-CVOT ซึ่งเป็นการศึกษาแบบ active-comparator-controlled, double-blind เปรียบเทียบผลระหว่าง tirzepatide 15 mg/week กับ dulaglutide 1.5 mg/week ต่อสภาวะของจอประสาทตาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดจากหลอดเลือดแดงแข็ง และมีความเสี่ยงต่อการดำเนินโรคของ DR โดยใช้การประเมินภาพถ่ายจอประสาทตาตามเกณฑ์ Early Treatment Diabetic Retinopathy Study (ETDRS) ที่จุดเริ่มต้นและหลังได้รับยา 12 เดือน พบว่าแม้ tirzepatide จะลด HbA1c ได้มากกว่า dulaglutide อย่างมีนัยสำคัญ (-2.18% เทียบกับ -1.28%; p<0.001) แต่ไม่พบความแตกต่างของการเปลี่ยนแปลงระดับความรุนแรงของ DR ระหว่างสองกลุ่ม ทั้งในผู้ป่วยที่มีและไม่มี DR ตั้งแต่เริ่มการศึกษา ผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับการศึกษา real-world cohort ขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาซึ่งครอบคลุมผู้ป่วยมากกว่า 170,000 รายซึ่งพบว่าผู้ใช้ tirzepatide มีความเสี่ยงของ proliferative diabetic retinopathy (RR 0.705; 95% CI 0.564-0.882) รวมถึงภาวะ diabetic retinopathy ร่วมกับ macular edema (RR 0.624; 95% CI 0.536-0.727) และการได้รับ intravitreal anti-VEGF injection (RR 0.479; 95% CI 0.368-0.625) ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมภายใน 12 เดือนแรกของการรักษา

แม้ผลจากการศึกษาเหล่านี้ยังไม่สามารถยืนยันฤทธิ์ป้องกัน DR ได้โดยตรง แต่ช่วยสนับสนุนว่า tirzepatide ไม่สัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงต่อการดำเนินโรค DR ในระยะสั้น และมีความปลอดภัยต่อจอประสาทตาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2

เอกสารอ้างอิง

1. Marso SP, Bain SC, Consoli A, Eliaschewitz FG, Jódar E, Leiter LA, et al. Semaglutide and cardiovascular outcomes in patients with type 2 diabetes. N Engl J Med. 2016; 375(19):1834-44.

2. D’Alessio DM, Nagy ZZ, Pavo I, Kiljanski J, Vijayanagaram V, Nicholls SJ. 1005-OR: The SURPASS-CVOT Retinopathy Substudy: Retinal Status after Treatment with Tirzepatide or Dulaglutide in Patients with Type 2 Diabetes and Risk for Progressive Retinopathy. Diabetes. 2026 Jun 5; 75(Supplement_1).

3. Shah J, Razavi P, Festok M, Ahmed H, Mahrous MA, Kovacs KD, et al. Tirzepatide and Reduced Risk of Diabetic Retinopathy and Related Complications: A Multicenter U.S. Cohort Study. Ophthalmology. 2026 Jun; 133(6):728-732.


คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
tirzepatide diabetic retinopathy ภาวะจอตาเสื่อมจากเบาหวาน diabetes mellitus
 
คลิปความรู้เรื่องยา

EP.18 วิตามินดี VitaminD

ดูคลิปทั้งหมด

ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้