หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Antiretrovirals…ปรับคำเตือนเกี่ยวกับ lipodystrophy

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 1 เดือน มกราคม ปี 2559 -- อ่านแล้ว 11,261 ครั้ง
 

Antiretrovirals ใช้รักษาการติดเชื้อรีโทรไวรัส (retrovirus) ยาที่ใช้กันมากในปัจจุบันคือยาต้านเอชไอวี (anti-HIV/AIDS drugs) antiretrovirals มีหลายกลุ่มซึ่งมีโครงสร้างและกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน คำเตือนของ antiretrovirals เกี่ยวกับภาวะไขมันกระจายตัวผิดปกติ (lipodystrophy) นั้นมีมานานแล้ว โดยเฉพาะกลุ่ม nucleoside/nucleotide reverse transcriptase inhibitors (NRTIs) และ protease inhibitors (PIs) ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับ “antiretroviral therapy-induced lipodystrophy” มีออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นเมื่อเร็วๆ นี้ มีผู้ป่วยที่ใช้ antiretrovirals (zidovudine 300 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง + tenofovir 300 มิลลิกรัม วันละครั้ง + lopinavir/ritonavir 400/100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง) แล้วเกิดภาวะไขมันกระจายตัวผิดปกติ (ดูรูป) ร่วมกับมีภาวะ impaired fasting glucose ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงและโคเลสเตอรอลในเลือดสูง

การเกิดภาวะไขมันกระจายตัวผิดปกตินั้นจะเกี่ยวข้องกับ antiretrovirals (NRTIs และ PIs) ทั้งกลุ่มหรือไม่? เมื่อไม่นานมานี้หน่วยงาน MHRA (the Medicines and Healthcare Products Regulatory Agency) ซึ่งเป็น executive agency ในสังกัดของ Department of Health ของสหราชอาณาจักร (UK) ได้ทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับภาวะไขมันกระจายตัวผิดปกติที่เกิดจากการใช้ antiretrovirals ทั้งภาวะเนื้อเยื่อไขมันฝ่อ (lipoatrophy) การพอกของไขมันในบริเวณต่างๆ (lipoaccumulation) และการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัว พบว่าภาวะเนื้อเยื่อไขมันฝ่อมีความสัมพันธ์กับการการลดลงของปริมาณไมโทคอนเดรียในเซลล์ไขมันและมีความสัมพันธ์เฉพาะกับยาที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดพิษต่อไมโทคอนเดรีย (high risk of mitochondrial toxicity) เช่น zidovudine, stavudine และอาจรวมถึง didanosine แต่ไม่พบเมื่อใช้ NRTIs ชนิดอื่น นอกจากนี้ยาอื่นอาจเพิ่มปริมาณไขมันอีกด้วย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการควบคุมโรคได้ดี รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิต (lifestyle) ด้วยก็เป็นได้ ส่วนการพอกของไขมันในบริเวณต่างๆ นั้นไม่พบข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์กับการใช้ antiretrovirals สำหรับการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและการมี metabolic change (เช่น มีกลูโคสและไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น) อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการใช้ anti-HIV drugs ไม่ว่าจะเป็นชนิดใด ภายหลังจากการทบทวนข้อมูลแล้ว หน่วยงานดังกล่าวข้างต้นได้มีข้อแนะนำให้ยกเลิกคำเตือนเกี่ยวกับ body-fat change (lipodystrophy) ในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ (product information) ของ antiretrovirals ทั้งหลาย ยกเว้นเฉพาะ zidovudine, stavudine และ didanosine ที่ยังคงคำเตือนไว้

อ้างอิงจาก:

(1) Antiretroviral medicines: updated advice on body-fat changes and lactic acidosis. Drug Safety Update, volume 9 issue 5, December 2015:4; (2) Guaraldi G, Stentarelli C, Zona S, Santoro A. HIV-associated lipodystrophy: impact of antiretroviral therapy. Drugs 2013;73:1431-50; (3) Behera V, Randive M, Sundaray S, Murty MS. Antiretroviral therapy-induced lipodystrophy. BMJ Case Rep 2015. doi:10.1136/bcr-2014-207090

คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
antiretroviral retrovirus anti-HIV/AIDS drug lipodystrophy nucleoside/nucleotide reverse transcriptase inhibitor NRTI protease inhibitor PI antiretroviral therapy-induced lipodystrophy zidovudine tenofovir lopinavir ritonavir impaired fa
 
คลิปความรู้เรื่องยา

EP.15 ท้องเสียแบบติดเชื้อกับยาหยุดถ่าย (Infectious diarrhea and antidiarrheal medications)

ดูคลิปทั้งหมด

ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้