หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ไข้หวัดนก H7N9

โดย นศภ. เกียพร สุดธนาพันธ์ เผยแพร่ตั้งแต่ 30 เมษายน พ.ศ.2557 -- 43,901 views
 

ไข้หวัดนกคืออะไร

ไข้หวัดนกจัดได้ว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อเอเวียนอินฟลูเอนซ่าไวรัส (Avian Influenza virus) เป็นไวรัสในตระกูลอินฟลูเอนซ่าไวรัส (Influenza virus) สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่ ชนิด A, B และ C โดยเชื้อไข้หวัดนกนั้นจัดอยู่ในชนิด A เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดนกมีหลายชนิด ซึ่งโดยปกติจะมีการติดต่อระหว่างนกหรือสัตว์ปีกชนิดต่างๆ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Avian Influenza โดยปกติแล้วจะไม่ติดต่อมาสู่คน แต่ในบางครั้งพบว่ามีการติดต่อมาสู่คนได้ ซึ่งในอดีตประเทศไทยก็เคยได้รับผลกระทบและเกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H1N1 และ H5N1 มาแล้ว

ไข้หวัดนก H7N9 คืออะไร

จากที่ได้กล่าวข้างต้นแล้วว่าไข้หวัดนกนั้นมีสาเหตุมาได้จากเชื้อไวรัสซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดนกที่เป็นที่กล่าวถึงในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็คือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H7N9 ซึ่งพบว่าเป็นไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดระบาดขึ้นในประเทศจีน ในช่วงปี 2556 และในปัจจุบันก็ยังคงพบผู้ติดเชื้ออยู่ ซึ่งได้สร้างความตื่นตระหนกต่อนานาประเทศทั่วโลกเป็นอย่างมาก

สาเหตุของไข้หวัดนก H7N9

เชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza) ชนิด A โดยพบว่าผู้ป่วยมักมีประวัติในการสัมผัสสัตว์ปีกหรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ต้องคลุกคลีกับสัตว์ปีก

อาการที่สำคัญ

โดยมากพบว่าผู้ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้หวัดนกชนิด H7N9 นั้นมักจะมีอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก ซึ่งมีอาการคล้ายคลึงกับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่โดยไม่ได้จำเพาะเจาะจงกับโรคไข้หวัดนก ได้แก่ ไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออ่อนเพลีย ปวดท้อง ท้องร่วง อาเจียน มีน้ำมูกไอและเจ็บคอ และอาจพบ เลือดกำเดา หรือมีเลือดออกตามไรฟัน หากมีอาการแทรกซ้อนอาจมีอาการรุนแรงถึงปอดบวมและเกิดระบบหายใจล้มเหลว (Acute Respiratory Distress Syndrome) ได้ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ

การป้องกัน

เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดถึงกลไกการติดเชื้อ ดังนั้นวิธีที่สามารถป้องกันการติดเชื้อเบื้องต้นได้ จะเป็นวิธีที่หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ติดเชื้อไวรัส ได้แก่ ล้างมือก่อนและหลังปรุงอาหาร ล้างมือหลังจากดูแลสัตว์ หรือหลังการดูแลผู้ป่วย สามารถเลือกรับประทานหมูหรือไก่ได้ แต่จะต้องปรุงสุกโดยใช้อุณหภูมิมากกว่า 70 องศาเซลเซียสและหลีกเลี่ยงการรับประทานสัตว์ที่ป่วยหรือป่วยตาย

การรักษา

มีการศึกษาว่ายา Oseltamivir หรือยา Zanamevir สามารถใช้รักษาโรคไข้หวัดนก H7N9 ได้ แต่การรักษาควรเริ่มโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นถ้าหากมีอาการเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ร่วมกับประวัติที่เคยสัมผัสสัตว์ปีกภายใน 7-10 วันที่ผ่านมา หรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ที่เป็นไข้หวัดนก หรืออยู่ในชุมชนที่มีการระบาดของไข้หวัดนกให้รีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้รับการวินิจฉัยและได้รับยาอย่างทันท่วงที

เอกสารอ้างอิง

1. สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่. รายงานสถานการณ์ปัจจุบันและความคืบหน้า โรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ A H7N9 ในคน [internet]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ 2557 เม.ย. 11]. Available from: http://beid.ddc.moph.go.th/th_2011/news.php?g=1&items=1050

2. Center for Disease Control and Prevention. Avian Flu (H7N9) in China [internet]. 2014 [cited 2014 Apr 11]. Available from: http://www.nc.cdc.gov/travel/notices/watch/avian-flu-h7n9-china.

3. World Health Organization. Human infections with avian influenza A (H7N9) virus [internet]. 2014 [cited 2014 Apr 11]. Available from: http://www.who.int/csr/don/2014_04_16_h7n9/en/


คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
H7N9 ไข้หวัดนก Avian Influenza การรักษาไข้หวัดนก อาการไข้หวัดนก การป้องกันไข้หวัดนก oseltamivir
 
คลิปความรู้เรื่องยา

EP.12 การใช้ครีมสเตียรอยด์อย่างถูกวิธี (Proper use of steroid cream)

ดูคลิปทั้งหมด

ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้