Loading…

วิตามินซีป้องกันโรคหวัดได้หรือไม่

วิตามินซีป้องกันโรคหวัดได้หรือไม่

อาจารย์ ภก.อภิรัฐ ม่วงเกษม

ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

45 ครั้ง เมื่อ 1 วันที่แล้ว
2026-05-14

ในช่วงฤดูฝนที่อากาศชื้นและเย็น อาจสังเกตได้ว่าคนรอบข้างจะมีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก กันได้บ่อย ๆ หรือที่เรียกกันทางการแพทย์ว่าโรคหวัด (common cold) ซึ่งอาหารเสริมที่มักจะนึกถึงคือ วิตามินซี ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ การรับประทานวิตามินซีสามารถป้องกันโรคหวัดได้หรือไม่ บทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านทราบข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับโรคหวัด และข้อมูลทางวิชาการของการรับประทานวิตามินซีสำหรับการป้องกันโรคหวัด

 

โรคหวัดติดได้อย่างไร ?

โรคหวัด (common cold) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส คนที่เป็นโรคหวัดมักมีอาการ ไอ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก เจ็บหรือระคายเคืองคอ อ่อนเพลีย และในเด็กอาจพบว่ามีไข้ได้ ซึ่งเชื้อไวรัสจะสามารถแพร่กระจายผ่านทางการพ่นละอองฝอยของสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำมูก หรือเสมหะ โดยทั่วไปละอองฝอยเหล่านี้จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนัก ทำให้ไม่สามารถลอยค้างอยู่ในอากาศได้นาน จะตกลงสู่พื้นผิวได้เพียงในระยะ 1-2 เมตร เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายเราได้ผ่านทางการสูดหายใจเอาละอองฝอยเข้าไป หรือนำมือไปสัมผัสพื้นผิวที่ละอองฝอยตกลงมาแล้วนำมือมาสัมผัสเยื่อบุตา จมูก หรือช่องปาก ซึ่งในฤดูฝนที่มีความชื้นในอากาศสูง ละอองฝอยที่ตกลงบนพื้นผิวเหล่านี้จะคงอยู่ได้นานขึ้น เพิ่มโอกาสให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้มากขึ้น จึงเป็นสาเหตุที่มักพบโรคหวัดได้บ่อยในช่วงฤดูฝน

 

การรักษาและการป้องกันโรคหวัด

เนื่องจากโรคหวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ดังนั้นยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย จึงไม่สามารถรักษาโรคหวัดได้ การกินยาฆ่าเชื้อ นอกจากจะไม่ช่วยให้โรคหวัดหายเร็วขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเชื้อดื้อยาในอนาคตได้ด้วย โดยปกติโรคหวัดสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน การรักษาโรคหวัดที่ดีที่สุดคือ การรักษาตามอาการ เช่น หากมีน้ำมูกไหล คัดจมูก ให้รับประทานยาบรรเทาอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก หรือใช้น้ำเกลือล้างจมูก เป็นต้น รวมทั้งแนะนำพักผ่อนให้เพียงพอ งดทำงานหักโหม ป้องกันการแพร่เชื้อให้คนอื่น โดยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และใช้ช้อนกลางเมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น อย่างไรก็ตาม หากสังเกตว่าอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงหลังจากผ่านไป 7-10 วัน มีไข้สูง มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับการป้องกันโรคหวัดสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่ การเว้นระยะห่างกับบุคคลอื่น พกและสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะเมื่อต้องพบปะผู้คนหรืออยู่ในสถานที่แออัด หน้ากากอนามัยจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ละอองฝอยเข้าสู่โพรงจมูกและปากโดยตรง ล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ ควรล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ หลังจากใช้มือจับพื้นผิวที่อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้

 

วิตามินซีสำหรับการป้องกันโรคหวัด

การทบทวนวรรณกรรมจากหลักฐานทางวิชาการ พบกลุ่มประชากรที่รับประทานทานวิตามินซีเป็นประจำ ป้องกันการเกิดโรคหวัดได้ไม่แตกต่างจากกลุ่มประชากรที่ไม่ได้รับประทานวิตามินซี อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่า กลุ่มประชากรที่รับประทานทานวิตามินซีเป็นประจำ สามารถลดระยะเวลาในการดำเนินโรค รวมทั้งลดความรุนแรงของอาการจากโรคหวัดได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มประชากรที่ไม่ได้รับประทานวิตามินซี โดยการศึกษาระบุว่าควรรับประทานวิตามินซีอย่างเป็นประจำก่อนเริ่มเป็นโรคหวัด และขนาดวิตามินซีที่ควรได้รับ คือ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน การรับประทานวิตามินขนาดสูงมากกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่าอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดระยะเวลาและอาการของโรคหวัดได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวิตามินซีมีความเป็นกรด การรับประทานในขนาดสูงอาจทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตได้

 

โรคหวัดอาจทำให้เกิดอาการเพียงเล็กน้อย แต่ก็สามารถรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน รวมทั้งอาจส่งผลต่อสุขภาพของคนรอบข้างได้ ความรู้ในการดูแลรักษาและป้องกันโรคหวัดจึงมีความสำคัญ สำหรับการรับประทานวิตามินซี จากหลักฐานทางวิชาการพบว่าไม่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด แต่สามารถลดระยะเวลาและอาการของโรคหวัดได้ ดังนั้นบทความนี้จะสามารถทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคหวัด การรักษาและป้องกันโรคหวัด รวมทั้งข้อมูลทางวิชาการที่รายงานผลของการรับประทานวิตามินซีในโรคหวัดได้อย่างถูกต้อง

แหล่งอ้างอิง/ที่มา
  1. Boivin G, Papenburg J. The common cold. In: Blaser MJ, Cohen JI, Holland SM, editors. Mandell, Douglas, and Bennett’s Principle and Practice of Infectious Disease. 10th ed. Philadelphia: Elsevier; 2026. p. 763-7.
  2. โรคหวัด (common cold). ใน: สมาคมโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจในเด็ก พ.ศ. 2562. นนทบุรี: บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์; 2562. หน้า 15-8.
  3. Sur DKC, Plesa ML. Antibiotic Use in Acute Upper Respiratory Tract Infections. Am Fam Physician. 2022 Dec;106(6):628-36.
  4. Hemilä H, Chalker E. Vitamin C for preventing and treating the common cold. Cochrane Database Syst Rev. 2013 Jan 31;2013(1):CD000980.
  5. Hemilä H, Chalker E. Vitamin C reduces the severity of common colds: a meta-analysis. BMC Public Health. 2023 Dec 11;23(1):2468.

บทความที่ถูกอ่านล่าสุด

ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ หรือแพ้อากาศ เป็นอะไรกันแน่? 3 วินาทีที่แล้ว
ถั่งเช่า ช่วยเพิ่มสมรรถภาพ จริงหรือ? 3 วินาทีที่แล้ว
เครื่องดื่มเจียวกู่หลาน ดอกคำฝอย ใบหญ้าหวาน 3 วินาทีที่แล้ว
ไขมันในเลือดสูง แม้ผอมหุ่นเพรียว .. ทำไม ?? 3 วินาทีที่แล้ว
การละลายและการแตกตัวของยาเม็ด เหมือนหรือต่างกัน 3 วินาทีที่แล้ว
โรคสมาธิสั้นในเด็ก: การรักษาด้วยยา 2 นาทีที่แล้ว
สมุนไพรสู้ลมหนาว 3 นาทีที่แล้ว
ไม้ประดับมีพิษ….คิดสักนิดก่อนจะปลูก 3 นาทีที่แล้ว
ไซลาซีน (Xylazine) ยาสลบสำหรับสัตว์ที่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด 3 นาทีที่แล้ว
บรรจุภัณฑ์บ่งชี้ร่องรอยการแกะ (Tamper-Evident Packaging): ตอนที่ 10 3 นาทีที่แล้ว

อ่านบทความทั้งหมด

เกี่ยวกับคณะเภสัชศาสตร์
คลังความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด
ประดิษฐ์ หุตางกูร
คณบดีท่านแรกของคณะเภสัชศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Copyright © 2021 - 2026
งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
การใช้และการจัดการคุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา