Loading…

วิตามินซีป้องกันโรคหวัดได้หรือไม่

วิตามินซีป้องกันโรคหวัดได้หรือไม่

อาจารย์ ภก.อภิรัฐ ม่วงเกษม

ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

3 ครั้ง เมื่อ 1 ช.ม.ที่แล้ว
2026-05-14

ในช่วงฤดูฝนที่อากาศชื้นและเย็น อาจสังเกตได้ว่าคนรอบข้างจะมีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก กันได้บ่อย ๆ หรือที่เรียกกันทางการแพทย์ว่าโรคหวัด (common cold) ซึ่งอาหารเสริมที่มักจะนึกถึงคือ วิตามินซี ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ การรับประทานวิตามินซีสามารถป้องกันโรคหวัดได้หรือไม่ บทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านทราบข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับโรคหวัด และข้อมูลทางวิชาการของการรับประทานวิตามินซีสำหรับการป้องกันโรคหวัด

 

โรคหวัดติดได้อย่างไร ?

โรคหวัด (common cold) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส คนที่เป็นโรคหวัดมักมีอาการ ไอ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก เจ็บหรือระคายเคืองคอ อ่อนเพลีย และในเด็กอาจพบว่ามีไข้ได้ ซึ่งเชื้อไวรัสจะสามารถแพร่กระจายผ่านทางการพ่นละอองฝอยของสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำมูก หรือเสมหะ โดยทั่วไปละอองฝอยเหล่านี้จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนัก ทำให้ไม่สามารถลอยค้างอยู่ในอากาศได้นาน จะตกลงสู่พื้นผิวได้เพียงในระยะ 1-2 เมตร เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายเราได้ผ่านทางการสูดหายใจเอาละอองฝอยเข้าไป หรือนำมือไปสัมผัสพื้นผิวที่ละอองฝอยตกลงมาแล้วนำมือมาสัมผัสเยื่อบุตา จมูก หรือช่องปาก ซึ่งในฤดูฝนที่มีความชื้นในอากาศสูง ละอองฝอยที่ตกลงบนพื้นผิวเหล่านี้จะคงอยู่ได้นานขึ้น เพิ่มโอกาสให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้มากขึ้น จึงเป็นสาเหตุที่มักพบโรคหวัดได้บ่อยในช่วงฤดูฝน

 

การรักษาและการป้องกันโรคหวัด

เนื่องจากโรคหวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ดังนั้นยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย จึงไม่สามารถรักษาโรคหวัดได้ การกินยาฆ่าเชื้อ นอกจากจะไม่ช่วยให้โรคหวัดหายเร็วขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเชื้อดื้อยาในอนาคตได้ด้วย โดยปกติโรคหวัดสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน การรักษาโรคหวัดที่ดีที่สุดคือ การรักษาตามอาการ เช่น หากมีน้ำมูกไหล คัดจมูก ให้รับประทานยาบรรเทาอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก หรือใช้น้ำเกลือล้างจมูก เป็นต้น รวมทั้งแนะนำพักผ่อนให้เพียงพอ งดทำงานหักโหม ป้องกันการแพร่เชื้อให้คนอื่น โดยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และใช้ช้อนกลางเมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น อย่างไรก็ตาม หากสังเกตว่าอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงหลังจากผ่านไป 7-10 วัน มีไข้สูง มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับการป้องกันโรคหวัดสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่ การเว้นระยะห่างกับบุคคลอื่น พกและสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะเมื่อต้องพบปะผู้คนหรืออยู่ในสถานที่แออัด หน้ากากอนามัยจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ละอองฝอยเข้าสู่โพรงจมูกและปากโดยตรง ล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ ควรล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ หลังจากใช้มือจับพื้นผิวที่อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้

 

วิตามินซีสำหรับการป้องกันโรคหวัด

การทบทวนวรรณกรรมจากหลักฐานทางวิชาการ พบกลุ่มประชากรที่รับประทานทานวิตามินซีเป็นประจำ ป้องกันการเกิดโรคหวัดได้ไม่แตกต่างจากกลุ่มประชากรที่ไม่ได้รับประทานวิตามินซี อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่า กลุ่มประชากรที่รับประทานทานวิตามินซีเป็นประจำ สามารถลดระยะเวลาในการดำเนินโรค รวมทั้งลดความรุนแรงของอาการจากโรคหวัดได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มประชากรที่ไม่ได้รับประทานวิตามินซี โดยการศึกษาระบุว่าควรรับประทานวิตามินซีอย่างเป็นประจำก่อนเริ่มเป็นโรคหวัด และขนาดวิตามินซีที่ควรได้รับ คือ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน การรับประทานวิตามินขนาดสูงมากกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่าอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดระยะเวลาและอาการของโรคหวัดได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวิตามินซีมีความเป็นกรด การรับประทานในขนาดสูงอาจทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตได้

 

โรคหวัดอาจทำให้เกิดอาการเพียงเล็กน้อย แต่ก็สามารถรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน รวมทั้งอาจส่งผลต่อสุขภาพของคนรอบข้างได้ ความรู้ในการดูแลรักษาและป้องกันโรคหวัดจึงมีความสำคัญ สำหรับการรับประทานวิตามินซี จากหลักฐานทางวิชาการพบว่าไม่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด แต่สามารถลดระยะเวลาและอาการของโรคหวัดได้ ดังนั้นบทความนี้จะสามารถทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคหวัด การรักษาและป้องกันโรคหวัด รวมทั้งข้อมูลทางวิชาการที่รายงานผลของการรับประทานวิตามินซีในโรคหวัดได้อย่างถูกต้อง

แหล่งอ้างอิง/ที่มา
  1. Boivin G, Papenburg J. The common cold. In: Blaser MJ, Cohen JI, Holland SM, editors. Mandell, Douglas, and Bennett’s Principle and Practice of Infectious Disease. 10th ed. Philadelphia: Elsevier; 2026. p. 763-7.
  2. โรคหวัด (common cold). ใน: สมาคมโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจในเด็ก พ.ศ. 2562. นนทบุรี: บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์; 2562. หน้า 15-8.
  3. Sur DKC, Plesa ML. Antibiotic Use in Acute Upper Respiratory Tract Infections. Am Fam Physician. 2022 Dec;106(6):628-36.
  4. Hemilä H, Chalker E. Vitamin C for preventing and treating the common cold. Cochrane Database Syst Rev. 2013 Jan 31;2013(1):CD000980.
  5. Hemilä H, Chalker E. Vitamin C reduces the severity of common colds: a meta-analysis. BMC Public Health. 2023 Dec 11;23(1):2468.

บทความที่ถูกอ่านล่าสุด

รู้ให้ชัดกับ ยาแก้อักเสบ 1 วินาทีที่แล้ว
ความเครียด และวิธีแก้ความเครียด 1 วินาทีที่แล้ว
ผู้บริโภค ชื่อเสียงของผู้ผลิต และระบบคุณภาพ 1 วินาทีที่แล้ว
ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus, HCV) 1 วินาทีที่แล้ว
ยาคุมฉุกเฉิน ... เรื่องจริงที่ผู้หญิงต้องรู้ 2 วินาทีที่แล้ว
การรักษาแผลเป็นโดยการใช้สารสกัดจากหัวหอม 16 วินาทีที่แล้ว
ถั่งเช่า ช่วยเพิ่มสมรรถภาพ จริงหรือ? 19 วินาทีที่แล้ว
การดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์ทางเลือก (ตอนที่ 2)ท่านอยู่ในโดชาใด 23 วินาทีที่แล้ว
คัดเลือกยาคุณภาพเข้าโรงพยาบาลทำกันอย่างไร 25 วินาทีที่แล้ว
ดอกคาโมมายล์ 30 วินาทีที่แล้ว

อ่านบทความทั้งหมด

เกี่ยวกับคณะเภสัชศาสตร์
คลังความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด
ประดิษฐ์ หุตางกูร
คณบดีท่านแรกของคณะเภสัชศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Copyright © 2021 - 2026
งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
การใช้และการจัดการคุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา