หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

enoxaparin ในคนอ้วนจะใช้น้ำหนักอะไรในการคิด dose actual/ideal/adjust เช่นน้ำหนัก 160 kg สูง 160 cm และควรติดตาม Factor Xa ร่วมด้วยหรือไม่ ค้นหาแล้วใน paper ตปท ส่วนใหญ่พูดแค่ว่า ไม่มีการเขียนให้ใช้น้ำหนัก อื่น ๆ ใน leaflet

ถามโดย Med -- อ่านแล้ว 1 ครั้ง ตั้งแต่ 2026-08-27 07:54:00
 

คำตอบ

  1. Enoxaparin เป็น low-molecular-weight heparin (LMWH) ที่สามารถใช้ได้ทั้งสำหรับการป้องกันและการรักษาภาวะลิ่มเลือดอุดตัน โดยการกำหนดขนาดยาแตกต่างกันตามข้อบ่งใช้ ดังนี้
    1. สำหรับการป้องกัน venous thromboembolism (VTE) มักใช้ขนาดคงที่ (fixed dose)
    2. ขณะที่การรักษา VTE เช่น acute deep vein thrombosis หรือ pulmonary embolism จะใช้ขนาดยาตามน้ำหนักตัว โดยขนาดมาตรฐานของ enoxaparin คือ 1 มก./กก. ฉีดเข้าใต้ผิวหนังทุก 12 ชั่วโมง หรือ 1.5 มก./กก. วันละครั้ง
  2. สำหรับผู้ป่วยโรคอ้วนช่วงขนาดยาที่เสนอให้ใช้อยู่ประมาณ 0.7–1 มก./กก. ทุก 12 ชั่วโมงเนื่องจากข้อมูลจาก systematic review ปี 2024 พบว่าผู้ป่วยโรคอ้วนที่ได้รับ enoxaparin ขนาด0.75–0.85 มก./กก. มีสัดส่วนที่ระดับ anti-Xa อยู่ในช่วงเป้าหมายมากกว่ากลุ่มที่ได้รับ ?0.95 มก./กก. และพบเลือดออกน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับขนาด ?0.95 มก./กก. โดยแนวทางการใช้ยาในปัจจุบันยังใช้ actual body weight (ABW) ในการคำนวณขนาดยา เนื่องจาก enoxaparin มีลักษณะเป็นยาที่ชอบน้ำ (hydrophilic drug) ดังนั้นการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวในผู้ป่วยโรคอ้วนไม่ได้ทำให้ปริมาตรการกระจายของยาเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของน้ำหนักตัวทั้งหมด นอกจากนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนการกำหนดขนาดยาด้วยideal body weight (IBW), adjusted body weight (AdjBW) หรือสูตรน้ำหนักอื่น ดังนั้นกรณีผู้ป่วยที่มีน้ำหนัก 160 กก. และ BMI 62.5 กก./ตร.ม. จึงแนะนำให้คำนวณขนาดยาจาก ABW และใช้ช่วง 0.7-1 มก./กก. ในการคำนวณ โดยหากคำนวณขนาดยา 0.7 มก./กก. จะเท่ากับประมาณ 112 มก. ทุก 12 ชั่วโมง ทั้งนี้ควรประเมินร่วมกับการทำงานของไต ความเสี่ยงต่อเลือดออก และความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด
  3. สำหรับการตรวจ anti-factor Xa หรือ anti-Xa (ไม่ใช่การตรวจปริมาณ factor Xa) ไม่จำเป็นต้องทำเป็นประจำในผู้ป่วยทุกรายที่มีโรคอ้วน เนื่องจากหลักฐานยังไม่ชัดเจนว่าการปรับขนาดยาโดยอาศัย anti-Xa จะช่วยลดเลือดออกหรือเพิ่มประสิทธิผลทางคลินิกได้ และช่วงเป้าหมายของ anti-Xa เองไม่ได้เป็นช่วงที่ได้รับการยืนยันจากการศึกษาผลลัพธ์ทางคลินิกโดยตรง อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยที่มีโรคอ้วนรุนแรงมาก อาจพิจารณาตรวจ anti-Xa เป็นรายบุคคล โดยเฉพาะเมื่อมีความกังวลเกี่ยวกับการได้รับยามากหรือน้อยเกินไป มีการทำงานของไตผิดปกติ มีความเสี่ยงเลือดออกสูง หรือจำเป็นต้องใช้ขนาดยาที่แตกต่างจากขนาดมาตรฐาน ทั้งนี้ European Society of Cardiology ระบุว่าอาจพิจารณาตรวจ anti-Xa ในผู้ป่วยที่มี obesity class ?3 เพื่อช่วยจัดการขนาด LMWH โดยหากต้องการตรวจ anti-Xa ควรเก็บเลือดประมาณ 4 ชั่วโมงหลังฉีดยา และหลังได้รับยาจนเข้าสู่ภาวะ steady state เช่น หลังได้รับประมาณ 3 ครั้ง ช่วง peak anti-Xa ที่มักใช้เป็นเป้าหมายในการศึกษาผู้ป่วยที่ได้รับ enoxaparin เพื่อรักษา VTE คือ ประมาณ 0.6–1.0 IU/มล. หรือบางแหล่งใช้ 0.5–1.0 IU/มล. สำหรับการให้วันละ 2 ครั้ง แต่ช่วงดังกล่าวเป็นค่าอ้างอิงจาก ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและการศึกษาทางเภสัชพลศาสตร์ ไม่ใช่ therapeutic range ที่ได้รับการยืนยันว่าการปรับขนาดยาตามค่านี้จะทำให้ผลลัพธ์ทางคลินิกดีขึ้น

Reference:
1. Chilbert MR, Zammit K, Ahmed U, et al. A systematic review of therapeutic enoxaparin dosing in obesity. J Thromb Thrombolysis. 2024;57(4):587-597.
2. Appay M, Kharadi S, Nanayakkara S, et al. Therapeutic enoxaparin dosing in obesity. Ann Pharmacother. 2025;59(3):262-276.
3. Gigante B, Tamargo J, Agewall S, et al. Update on antithrombotic therapy and body mass: a clinical consensus statement of the European Society of Cardiology Working Group on Cardiovascular Pharmacotherapy and the European Society of Cardiology Working Group on Thrombosis. Eur Heart J Cardiovasc Pharmacother.. 2024;10(7):614-645.
4. UpToDate. Enoxaparin including biosimilars available in Canada: drug information [Internet]. Waltham : UpToDate; [cited 2026 Aug 21]. Available from: https://www.uptodate.com/contents/enoxaparin-including-biosimilars-available-in-canada-drug-information

Keywords:
enoxaparin, โรคอ้วน, anti-factor Xa, actual body weight





หัวใจและหลอดเลือด

ดูคำถามทั้งหมด
 
ข่าวยาประจำสัปดาห์ล่าสุด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้