หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ประสิทธิผลของ risankizumab (IL-23 inhibitors) จากการใช้จริงในผู้ป่วย Crohn’s disease ที่รักษายาก

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 2 เดือน สิงหาคม ปี 2569 -- อ่านแล้ว 55 ครั้ง
 
Crohn’s disease (CD) เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรงมักต้องได้รับการรักษาด้วยยาชีววัตถุหรือยามุ่งเป้า (targeted therapies) ปัจจุบันแนวทางการรักษาของ European Crohn’s and Colitis Organisation (ECCO) ค.ศ. 2024 แนะนำให้ใช้ tumor necrosis factor (TNF) antagonists (เช่น infliximab และ adalimumab), anti-integrins (vedolizumab), interleukin (IL)-12/23 inhibitors (ustekinumab) รวมถึง IL-23 inhibitors ได้แก่ risankizumab สำหรับทำให้โรคสงบ (induction therapy) และป้องกันไม่ให้โรคกำเริบ (maintenance therapy) ในผู้ป่วย CD ที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งยังคงมีการดำเนินโรคอย่างต่อเนื่องหรือการตอบสนองลดลงหลังได้รับยา

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 วารสาร Alimentary Pharmacology & Therapeutics ได้เผยแพร่ผลการศึกษาที่ประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัยของ risankizumab ในผู้ป่วย CD ที่รักษายาก โดยเป็นศึกษาแบบ multicenter observational study ซึ่งใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล ENEIDA Registry ของประเทศสเปน โดยรวบรวมข้อมูลผู้ป่วย 857 ราย จากโรงพยาบาล 60 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เคยได้รับยาชีววัตถุหลายชนิดมาก่อน โดยเฉพาะ TNF antagonists (ร้อยละ 89.6) และ ustekinumab (ร้อยละ 69.3) และเกือบครึ่งหนึ่งเคยได้รับยาชีววัตถุตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไป โดยประเมินการเข้าสู่ภาวะโรคสงบโดยไม่ต้องใช้ corticosteroids (clinical remission) พบว่าผู้ป่วยร้อยละ 56.4 สามารถเข้าสู่ภาวะ clinical remission ภายในสัปดาห์ที่ 8-12 และเพิ่มเป็นร้อยละ 61.2 ในการติดตามครั้งสุดท้าย (ระยะเวลาติดตามเฉลี่ย 7.4 เดือน) นอกจากนี้ยังพบว่าค่าตัวบ่งชี้การอักเสบ ได้แก่ C-reactive protein และ fecal calprotectin ลดลงจากค่าตั้งต้น แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยมีการควบคุมโรคได้ดีขึ้น ผลการวิเคราะห์เพิ่มเติมพบว่า ผู้ป่วยที่เคยได้รับยาชีววัตถุตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไปมีโอกาสเข้าสู่ clinical remission ต่ำกว่าผู้ที่เคยได้รับยาชีววัตถุไม่เกิน 2 ชนิดอย่างมีนัยสำคัญ (odd ratio 0.517; 95% CI 0.332-0.798; p=0.003) ในขณะที่การเคยได้รับ ustekinumab มาก่อนไม่ได้สัมพันธ์กับการตอบสนองต่อการรักษา ด้านความปลอดภัยพบอาการไม่พึงประสงค์ร้อยละ 7.9 และมีผู้ป่วยร้อยละ 1.4 ที่ต้องหยุดการรักษาเนื่องจากอาการไม่พึงประสงค์ โดยส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อไม่รุนแรง อาการทางผิวหนัง และอาการปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ

ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า risankizumab มีประสิทธิผลและความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วย CD ที่รักษายากและเคยมีประวัติได้รับยาชีววัตถุ อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกตที่ไม่มีกลุ่มเปรียบ เทียบและไม่มีการสุ่มตัวอย่าง จึงไม่สามารถสรุปความเหนือกว่าของ risankizumab เมื่อเทียบกับยาชีววัตถุหรือยามุ่งเป้าอื่นได้ชัดเจน

เอกสารอ้างอิง

1. Gordon H, Minozzi S, Kopylov U, Verstockt B, Chaparro M, Buskens C, et al. ECCO guidelines on therapeutics in Crohn’s disease: medical treatment. J Crohns Colitis. 2024 Oct 15; 18(10):1531-55. DOI: https://doi.org/10.1093/ecco-jcc/jjae091.

2. Barreiro-de Acosta M, Zabana Y, Nieto-García L, Poncela M, et al. Real-world effectiveness of risankizumab in refractory Crohn’s disease: the RISANCROHN study from the ENEIDA registry. Aliment Pharmacol Ther. 2026 Jun 10. DOI: https://doi.org/10.1111/apt.70783.


คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
risankizumab Crohn’s disease โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
 
คลิปความรู้เรื่องยา

EP.11 การเก็บรักษาปากกาอินซูลิน (Storage of insulin pens)

ดูคลิปทั้งหมด

ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้