หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

1.ยาที่ใช้รักษาท้องเสียในผู้ใหญ่ที่ได้รับ approve และ มี evidence ให้ใช้ได้คือตัวไหนบ้างหรอครับ มีข้อถกเถียงว่ายาบางตัวไม่มี evidence base ที่ชัดเจน ไม่ควรสั่ง เช่น Activared charcoal, Bioflor, Dehecta/smecta 2.ยาในกลุ่มแก้ท้องเสีย ให้ร่วมกันได้หรือไม่ เช่น smecta + hidrasec หรือ smecta+hidrasec + Bismuth หรือ Smecta + bioflor หรือการ combination อื่นๆ ในแง่ การศึกษาวิจัยและในแง่ RDU โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ควรสั่งหลายๆ ตัวผสมกันมากจนเกินไปครับ

ถามโดย General เผยแพร่ตั้งแต่ 23/12/2025-22:22:24 -- 33 views
 

คำตอบ

1) การรักษาภาวะท้องเสียเฉียบพลันในผู้ใหญ่ตามหลัก evidence-based medicine ซึ่งอ้างอิงจาก ACG Guideline ปี 2016 และ WGO ปี 2012 แนะนำให้ชดเชยน้ำและเกลือแร่ทางปาก (oral rehydration salts; ORS) เป็นมาตรฐานหลักของการรักษา โดยยาที่มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจน ได้แก่ loperamide ซึ่งเป็นยากลุ่ม antimotility ที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดจำนวนครั้งการถ่ายและระยะเวลาการดำเนินโรค สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีภาวะถ่ายเป็นเลือดหรือสงสัยการติดเชื้อรุนแรง (strong recommendation) และ racecadotril (Hidrasec®) ซึ่งเป็นยากลุ่ม antisecretory ที่มีประสิทธิภาพในการลดปริมาณอุจจาระเหลวโดยไม่รบกวนการเคลื่อนไหวของลำไส้ (moderate recommendation) ในขณะที่ยากลุ่ม adsorbents และ biologic agents เช่น diosmectite (Dihecta®, Smecta®) และ probiotics (เช่น Saccharomyces boulardii ใน Bioflor®) มีระดับคำแนะนำอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง (weak to moderate recommendation) เนื่องจากผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลในผู้ใหญ่ยังมีความผันแปรสูง ส่วน activated charcoal ยังขาดหลักฐานที่เพียงพอในการสนับสนุนการใช้รักษาภาวะท้องเสียเฉียบพลันจากการติดเชื้อทั่วไป 2) การสั่งใช้ยาแก้ท้องเสียซึ่งมีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันร่วมกัน (combination therapy) เช่น การใช้ diosmectite ร่วมกับ racecadotril หรือ bismuth compounds ในปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนสนับสนุนว่าการใช้ยาดังกล่าวร่วมกันก่อให้เกิดผลการรักษาแบบเสริมฤทธิ์ (synergistic effect) อย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก นอกจากนี้ในเชิงเภสัชจลนศาสตร์ ยากลุ่ม adsorbents เช่น diosmectite หรือ bismuth อาจรบกวนการออกฤทธิ์ของยาชนิดอื่นที่ให้ร่วมกันได้ ดังนั้นตามหลักการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (rational drug use; RDU) จึงมักเลือกใช้ยาหลักเพียงชนิดเดียวร่วมกับการชดเชยน้ำและเกลือแร่ โดยอิงตามกลไกการออกฤทธิ์ให้สอดคล้องกับพยาธิสภาพและบริบททางคลินิกของผู้ป่วยแต่ละรายเพื่อลดความเสี่ยงต่อปฏิกิริยาระหว่างยา อย่างไรก็ตามหากมีความจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน ควรพิจารณาแยกเวลาในการให้ยาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนการออกฤทธิ์ของยาซึ่งอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลง

Reference:
1. World Gastroenterology Organisation (WGO). WGO global guidelines: acute diarrhea in adults and children [Internet]. 2012 [cited 2026 Jan 14]. Available from: https://www.worldgastroenterology.org/UserFiles/file/guidelines/acute-diarrhea-english-2012.pdf
2. American College of Gastroenterology (ACG). ACG clinical guideline: diagnosis, treatment, and prevention of acute diarrheal infections in adults. Am J Gastroenterol. 2016;111(5):602–22.
3. Allen SJ, Martinez EG, Gregorio GV, Dans LF. Probiotics for treating acute infectious diarrhoea. Cochrane Database Syst Rev. 2010;(11):CD003048.
4. คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU). คู่มือการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2558.
5. Smecta (Diosmectite). In: MIMS Thailand [Internet]. Bangkok: MIMS Thailand; 2026 [cited 2026 Jan 16]. Available from: https://www.mims.com/malaysia/drug/info/smecta/drug-interactions

Keywords:
ท้องเสีย, ยาแก้ท้องเสีย, การใช้ยาอย่างสมเหตุผล





ทางเดินอาหาร

ดูคำถามทั้งหมด
 
ข่าวยาประจำสัปดาห์ล่าสุด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้