|
กรณีมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย แม้ฝ่ายชายจะไม่ได้หลั่งภายในช่องคลอด ก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากการหลั่งนอกไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างสมบูรณ์ การรับประทานยาคุมฉุกเฉินหลังมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 7 ชั่วโมง ถือว่าเป็นการรับประทานยาในช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากยาคุมฉุกเฉินควรรับประทานโดยเร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน โดยยาคุมฉุกเฉินชนิด levonorgestrel (LNG) ควรรับประทานโดยเร็วที่สุด และชนิด ulipristal acetate (UPA) สามารถใช้ได้ภายใน 120 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ประสิทธิภาพของยาขึ้นอยู่กับชนิดของยาและระยะเวลาที่รับประทานหลังมีเพศสัมพันธ์ ยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% จึงยังควรติดตามและตรวจการตั้งครรภ์ตามความเหมาะสม
การมีเลือดออกทางช่องคลอดภายหลังรับประทานยาคุมฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากยาคุมฉุกเฉินอาจทำให้รูปแบบการมีประจำเดือนเปลี่ยนแปลง เช่น มีเลือดออกกะปริดกะปรอย มีเลือดออกก่อนหรือหลังช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีประจำเดือน รวมทั้งทำให้ประจำเดือนครั้งถัดไปมาเร็วหรือช้ากว่าปกติ และมีปริมาณมากหรือน้อยกว่าปกติได้ ดังนั้นเลือดที่ออกประมาณ 2–3 วันหลังรับประทานยาอาจเกี่ยวข้องกับผลของยาคุมฉุกเฉินได้ แต่ไม่สามารถยืนยันจากลักษณะเลือดเพียงอย่างเดียวว่าเป็น “ประจำเดือน” หรือเป็นเลือดจากผลของยาสำหรับอาการปัสสาวะกระปิดกระปรอย เจ็บหรือแสบอวัยวะเพศ และโดยเฉพาะการมีเลือดปนในปัสสาวะ ร่วมกับอาการปวดท้องน้อย อาการดังกล่าวไม่ควรสรุปว่าเกิดจากยาคุมฉุกเฉินเพียงอย่างเดียว แต่อาจพบได้จากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การระคายเคืองบริเวณท่อปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บางชนิดได้ หากเลือดที่เห็นเป็นเลือดปนออกมากับปัสสาวะจริง ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินและตรวจปัสสาวะ แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตามสำหรับ medroxyprogesterone ซึ่งเป็นยากลุ่ม progestin หากยาคุมฉุกเฉินที่รับประทานเป็นชนิด LNG สามารถเริ่มหรือกลับมารับประทานยาฮอร์โมนตามแผนการรักษาที่แพทย์สั่งได้ทันทีหลังใช้ LNG โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เลือดออกหยุดก่อน
อย่างไรก็ตาม หากยาคุมฉุกเฉินที่รับประทานเป็นชนิด UPA 30 มก. ไม่ควรเริ่มหรือกลับมาใช้ยาฮอร์โมนที่มี progestin เช่น medroxyprogesterone จนกว่าจะครบ 5 วันหลังรับประทาน UPA เนื่องจาก progestin อาจลดประสิทธิภาพของ ulipristal acetate ได้ หลังจากเริ่มหรือกลับมาใช้ยาฮอร์โมนแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หรือใช้ถุงยางอนามัยเป็นเวลา 7 วัน ดังนั้น หากไม่ทราบว่ายาคุมฉุกเฉินที่รับประทานเป็นชนิดใด แนะนำให้ตรวจสอบชื่อยาและตัวยาสำคัญบนกล่องหรือแผงยาให้แน่ชัดก่อนรับประทาน medroxyprogesterone
หากยังมีความกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ แนะนำให้ตรวจการตั้งครรภ์ประมาณ 3 สัปดาห์ หลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งที่กังวล โดยเฉพาะหากไม่มีเลือดออกตามที่คาดไว้ หรือมีประจำเดือนผิดปกติ หากมีไข้ หนาวสั่น ปวดบริเวณหลังหรือเอว ปวดท้องน้อยมากขึ้น อาเจียน ปัสสาวะเป็นเลือดต่อเนื่องหรือมีเลือดมาก หรืออาการแย่ลง ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ต้องได้รับการรักษา
Reference:
Curtis KM, Nguyen AT, Tepper NK, et al. U.S. Selected practice recommendations for contraceptive use, 2024. MMWR Recomm Rep. 2024;73(3):1-77.
National Health Service. Urinary tract infections (UTIs) [Internet]. London: NHS; [cited 2026 Aug 31]. Available from: https://www.nhs.uk/conditions/urinary-tract-infections-utis/
Pfizer. PROVERA (medroxyprogesterone acetate tablets, USP): patient information [IntePfizerrnet]. New York: ; 2015 [cited 2026 Aug 31]. Available from: https://labeling.pfizer.com/ ShowLabeling.aspx?id=13982
American College of Obstetricians and Gynecologists. Emergency contraception [Internet]. Washington: ACOG; [cited 2026 Aug 10]. Available from: https://www.acog.org/clinical/clinical-guidance/practice-bulletin/articles/2015/09/emergency-contraception
Keywords:
medroxyprogesterone, ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
|
|
|