โรคหืดรุนแรง (severe asthma) คือ โรคหืดที่ยังควบคุมอาการไม่ได้จนเกิดอาการกำเริบรุนแรงเป็นระยะ ๆ แม้ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นขนาดสูงร่วมกับยาควบคุมอาการชนิดอื่นแล้วก็ตาม สาเหตุเกิดจากการอักเสบที่ควบคุมไม่ได้ ก่อให้เกิดการหลั่งไซโตไคน์หลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง interleukin-5 (IL-5) ซึ่งเป็น human eosinophilopoietin ที่ส่งผลให้เกิดการเพิ่มจำนวน เจริญเติบโต พัฒนา และกระตุ้นการทำงานของ eosinophils ดังนั้นยาในกลุ่ม anti-IL-5 antibodies จึงเป็นเป้าหมายสำคัญในการรักษาผู้ป่วยโรคหืดรุนแรงชนิด eosinophilic asthma
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 USFDA ได้อนุมัติยา depemokimab (Exdensur®) สำหรับใช้ในการรักษาโรคหืดรุนแรงชนิด eosinophilic asthma ในผู้ใหญ่และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ยานี้เป็นชีววัตถุชนิด humanized anti-IL-5 ที่จับแบบเฉพาะเจาะจงกับ IL-5 ส่งผลให้ระดับ eosinophils ในกระแสเลือดลดลง ซึ่งสัมพันธ์กับการลดการอักเสบในผู้ป่วยโรคหืดรุนแรง อีกทั้งยายังมีค่าครึ่งชีวิตที่ยาวประมาณ 48 วัน จึงสามารถฉีดทุก 6 เดือน แตกต่างจากยารุ่นก่อน เช่น mepolizumab ซึ่งต้องฉีดเข้าใต้ผิวหนังทุก 4 สัปดาห์ ทำให้เพิ่มความสะดวกและลดความถี่ในการรับยาแก่ผู้ป่วย การอนุมัตินี้อ้างอิงข้อมูลจากการศึกษา phase 3A แบบ randomized, placebo-controlled จำนวน 2 การศึกษา ได้แก่ SWIFT-1 (n=382) และ SWIFT-2 (n=380) ซึ่งทำในผู้ป่วยทั้งผู้ใหญ่และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่เป็นโรคหืดรุนแรงที่มีระดับ eosinophil ≥300 เซลล์ต่อไมโครลิตร ภายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หรือ ≥150 เซลล์ต่อไมโครลิตร ณ วันที่คัดกรองเข้าร่วมการศึกษา และยังมีประวัติกำเริบของโรคแม้ได้รับยาพ่นกลูโคคอร์ติคอยด์ขนาดปานกลางหรือสูงแล้ว ผลการศึกษา SWIFT-1 พบอัตราการกำเริบของโรคต่อปี (annualized rate of exacerbations) เท่ากับ 0.46 ครั้ง ในกลุ่มที่ได้รับ depemokimab 100 มิลลิกรัมฉีดใต้ผิวหนัง ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า 1.11 ครั้งของกลุ่มในกลุ่มยาหลอก คิดเป็น rate ratio=0.42 (P<0.001) ส่วนการศึกษา SWIFT-2 ให้พบลัพธ์ที่สอดคล้องกัน โดยพบอัตราการกำเริบต่อปีเท่ากับ 0.56 ครั้งในกลุ่ม depemokimab เทียบกับ 1.08 ครั้งในกลุ่มยาหลอก คิดเป็น rate ratio=0.52 (P<0.001) อย่างไรก็ตามไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในคะแนนคุณภาพชีวิตเมื่อประเมินด้วยแบบสอบถาม ด้านความปลอดภัยพบอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ใกล้เคียงกันทั้งสองกลุ่ม
สำหรับข้อบ่งใช้ที่ได้รับของ depemokimab คือ รักษาผู้ป่วยโรคหืดรุนแรงชนิด eosinophilic asthma ในผู้ใหญ่และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยขนาดยาที่แนะนำ คือ 100 มิลลิกรัม ฉีดเข้าใต้ผิวหนังทุก 6 เดือน บริเวณต้นแขน ต้นขา หรือหน้าท้อง หากลืมฉีดยาควรได้รับยาทันทีที่นึกได้ และกำหนดตารางการฉีดทุก 6 เดือนใหม่ โดยนับจากวันที่ได้รับยาครั้งที่ลืมล่าสุด
เอกสารอ้างอิง
1. Jackson DJ, Busby J, Pfeffer PE, et al. Characterisation of patients with severe asthma in the UK Severe Asthma Registry in the biologic era. Thorax. 2021; 76(3):220-227.
2. Singh D, Fuhr R, Bird NP, et al. A Phase 1 study of the long-acting anti-IL-5 monoclonal antibody GSK3511294 in patients with asthma. Br J Clin Pharmacol. 2022; 88(2):702-712.
3. Jackson DJ, Wechsler ME, Jackson DJ, et al. Twice-Yearly Depemokimab in Severe Asthma with an Eosinophilic Phenotype. N Engl J Med. 2024; 391(24):2337-2349.
4. U.S. Food and Drug Administration. EXDENSUR (depemokimab-ulaa) injection, for subcutaneous use [Internet]. Silver Spring (MD): U.S. Food and Drug Administration; 2025 [cited 2026 Feb 26]. Available from:
https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2026/761458Orig1s000lbl.pdf
5. Patterson MF, Borish L, Kennedy JL. The past, present, and future of monoclonal antibodies to IL-5 and eosinophilic asthma: a review. J Asthma Allergy. 2015; 8:125-34.