หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

น้ำมันปลาอาจลดความเสี่ยงโรคหัวใจในผู้ป่วยฟอกไตระยะสุดท้าย

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 4 เดือน เมษายน ปี 2569 -- อ่านแล้ว 227 ครั้ง
 
โรคหัวใจและหลอดเลือดพบในผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฟอกเลือดมากกว่าสองในสาม และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากกว่า 75% [1] ปัจจุบันมีรายงานว่ากรดไขมันไม่อิ่มตัวโอเมก้า-3 (n-3 polyunsaturated fatty acids) โดยเฉพาะ eicosapentaenoic acid (EPA) และ docosahexaenoic acid (DHA) จากน้ำมันปลา มีผลลดความเสี่ยงของเหตุการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดในคนที่มีความเสี่ยงสูงและคนที่เคยมีประวัติโรคหัวใจ [2,3] โดยในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดมักพบว่าระดับโอเมก้า-3 ในเลือดต่ำ [4,5] จึงเป็นที่น่าสนใจการเสริมน้ำมันปลาแบบรับประทานจะสามารถลดความเสี่ยงของเหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้หรือไม่

ในปี 2025 มีการศึกษาแบบสุ่มในประเทศแคนาดาและออสเตรเลีย โดยทำในผู้ป่วยอายุ ≥18 ปี เป็นโรคไตระยะสุดท้าย (ESKD) ที่ได้รับการฟอกเลือดแบบต่อเนื่องที่มีหรือไม่มีประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือด ร่วมกับสภาพทางคลินิกคงที่ (ไม่มีการนอนโรงพยาบาลหรือเข้าห้องฉุกเฉินใน 1 เดือนก่อนเข้าร่วม) จำนวน 1,228 คน แบ่งเป็นให้ได้รับน้ำมันปลา 4 แคปซูล เทียบเท่ากรดไขมันโอเมก้า-3 ขนาด 4 กรัม ซึ่งประกอบด้วย EPA 1.6 กรัม และ DHA 0.8 กรัม ทานวันละครั้ง เทียบกับกลุ่มยาหลอกซึ่งเป็นน้ำมันข้าวโพด ระยะเวลาติดตามผล 3.5 ปี พบว่ากลุ่มนี้มีเหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือดต่ำกว่ายาหลอก 43% (95% CI,0.47-0.70) โดยในกลุ่มที่ได้รับการฟอกไตและมีประวัติโรคหัวใจร่วมลดเหตุการณ์ได้ 50% (95% CI ,0.37-0.67) ส่วนกลุ่มที่ไม่มีประวัติโรคหัวใจร่วมลดเหตุการณ์ได้ 45% (95% CI ,0.40-0.76) ในเรื่องของความปลอดภัย พบภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร 2.6% ในกลุ่มที่ได้รับน้ำมันปลา และ 4.2% ในกลุ่มยาหลอก ส่วนอุบัติการณ์ของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรงอื่น ๆ ใกล้เคียงกันระหว่างกลุ่มทดลองทั้งสอง [6] แต่การศึกษานี้ยังไม่รวมคนที่ได้รับยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวมากกว่า 2 ชนิด (ยกเว้นการใช้ aspirin และ warfarin ร่วมกัน) จึงยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้

เอกสารอ้างอิง

1. See E, Ethier I, Cho Y, et al. Dialysis outcomes across countries and regions: a global perspective from the International Society of Nephrology global kidney health atlas study. Kidney Int Rep 2024; 9:2410-9.

2. Dinu M, Sofi F, Lotti S, et al. Effects of omega-3 fatty acids on coronary revascularization and cardiovascular events: a meta- analysis. Eur J Prev Cardiol 2024; 31:1863-75.

3. Dong S, Wang Y, Bian J, et al. The effect of omega-3 polyunsaturated fatty acid (PUFA) prescription preparations on the prevention of clinical cardiovascular disease: a meta-analysis of RCTs. Nutr J 2024; 23:157.

4. Friedman AN, Yu Z, Tabbey R, et al. Low blood levels of long-chain n-3 polyunsaturated fatty acids in US hemodialysis patients: clinical implications. Am J Nephrol 2012; 36:451-8.

5. Madsen T, Christensen JH, Svensson M, et al. Marine n-3 polyunsaturated fatty acids in patients with end-stage renal failure and in subjects without kidney disease: a comparative study. J Ren Nutr 2011; 21:169-75.

6. Lok CE, Farkouh M, Hemmelgarn BR, et al; PISCES Investigators. Fish-Oil Supplementation and Cardiovascular Events in Patients Receiving Hemodialysis. N Engl J Med. 2026;394(2):128-137.


คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
น้ำมันปลา โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต
 
คลิปความรู้เรื่องยา

EP.13 Drug-alcohol interactions "ยา + เหล้า = อันตราย"

ดูคลิปทั้งหมด

ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้