หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Dupilumab…IL-4Rα subunit monoclonal antibody สำหรับรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 2 เดือน ตุลาคม ปี 2560 -- อ่านแล้ว 8,966 ครั้ง
 
Dupilumab เป็น fully human monoclonal IgG4 antibody ที่จับจำเพาะกับ alpha subunit ของ interleukin-4 receptor (IL-4Rα) ซึ่ง IL-4Rα เป็นตัวรับของ IL-13 ด้วย ดังนั้น dupilumab จึงยับยั้งการออกฤทธิ์ของ IL-4 และ IL-13 ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้เป็นไซโตไคน์ (cytokine) ที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวข้องกับการสร้าง immunoglobulin E (IgE) ตลอดจน proinflammatory cytokines และ chemokines หลายชนิด จึงมีบทบาทสำคัญในโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis หรือ atopic eczema) (ดูข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่อง “IL-4 และ IL-13…เป้าหมายในการออกฤทธิ์ของยารักษาโรคภูมิแพ้” ใน “ข่าวยา” ประจำสัปดาห์ที่ 1 เดือน ตุลาคม ปี 2560) เมื่อไม่นานมานี้ dupilumab ได้รับอนุมัติแล้วในบางประเทศให้ใช้สำหรับรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรง ยานี้ผลิตออกจำหน่ายในรูปยาน้ำสำหรับฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (subcutaneous injection) บรรจุในหลอดยาฉีดพร้อมใช้ (prefilled syringe) ปริมาตร 2 มิลลิลิตร มีตัวยา 300 มิลลิกรัม สำหรับการใช้ครั้งเดียว ขนาดยาที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ให้เริ่มด้วย 600 มิลลิกรัม (ฉีด 300 มิลลิกรัม 2 ครั้ง) จากนั้นให้ 300 มิลลิกรัม ทุก 2 สัปดาห์

การที่ยานี้ได้รับอนุมัติในข้อบ่งใช้ข้างต้นเนื่องจากมีการศึกษาทางคลินิกสนับสนุนจำนวน 3 การศึกษาที่เป็นแบบ randomized, double-blind, placebo-controlled trials ในระยะที่ 3 (phase 3 trials) ได้แก่ LIBERTY AD SOLO 1 และ SOLO 2 มีจำนวนผู้ป่วยรวม 1,379 คนและ LIBERTY AD CHRONOS มีจำนวนผู้ป่วย 700 คน ผู้ป่วยเหล่านี้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปและเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรงชนิดที่ควบคุมได้ไม่ดีพอด้วยยาที่ใช้ภายนอก ความรุนแรงของโรคเมื่อประเมินด้วย Investigator’s Global Assessment (IGA) score ได้ ≥3 (คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 4) ประเมินด้วย Eczema Area and Severity Index (EASI) score ได้ ≥16 (คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 72) และพื้นที่ผิวกายที่เป็นโรค ≥10% ประเมินผล primary endpoint ที่ 16 สัปดาห์ โดยดูจำนวนผู้ป่วยที่มีคะแนน IGA เท่ากับ 0 (รอยโรคที่ผิวหนังหมดไป) หรือ 1 (รอยโรคที่ผิวหนังเกือบหมด) และรอยโรคดีขึ้นไม่น้อยกว่า 2 คะแนนจากค่าเริ่มต้นก่อนได้รับการรักษา แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อให้ dupilumab 300 มิลลิกรัม ฉีดเข้าใต้ผิวหนังทุกสัปดาห์ หรือ dupilumab 300 มิลลิกรัม ฉีดเข้าใต้ผิวหนังทุก 2 สัปดาห์ หรือยาหลอก โดยผู้ป่วยจะได้รับยาหรือยาหลอกในขนาดเริ่มต้น 600 มิลลิกรัม เป็น loading dose ก่อน (สัปดาห์ที่ 0) ในกรณี SOLO 1 และ SOLO 2 เป็นการศึกษาเพื่อดูประสิทธิภาพของ dupilumab เมื่อให้เพียงอย่างเดียวเป็นเวลา 16 สัปดาห์ ผลการศึกษาที่ประเมินด้วย primary endpoint (คะแนน IGA เป็น 0 หรือ 1) พบว่าใน SOLO 1 และ SOLO 2 มีจำนวนผู้ป่วย 37% และ 36% (ตามลำดับ) ในกลุ่มที่ได้รับ dupilumab 300 มิลลิกรัม ทุกสัปดาห์, 38% และ 36% ในกลุ่มที่ได้รับ dupilumab 300 มิลลิกรัม ทุก 2 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับ 10% และ 8.5% ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (p<0.001)

ส่วนใน LIBERTY AD CHRONOS เป็นการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ dupilumab กับยาหลอกเมื่อใช้ร่วมกับ topical corticosteroids (อาจมีหรือไม่มี topical calcineurin inhibitors ร่วมด้วย) เป็นเวลา 16 สัปดาห์ และเพื่อประเมินประสิทธิภาพพร้อมทั้งความปลอดภัยเมื่อใช้ยานาน 52 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ถึง primary endpoints ที่ 16 สัปดาห์ (คะแนน IGA เป็น 0 หรือ 1) มี 39% ในทั้งสองกลุ่มที่ได้รับ dupilumab 300 มิลลิกรัม (ไม่ว่าจะฉีดทุกสัปดาห์หรือทุก 2 สัปดาห์) เทียบกับ 12% ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (p<0.001) และเมื่อประเมินด้วย EASI-75 (โรคผื่นภูมิแพ้ดีขึ้นจากเดิมก่อนการรักษาไม่น้อยกว่า 75% เมื่อประเมินด้วย EASI) มีจำนวนผู้ป่วย 64% ในกลุ่มที่ได้รับ dupilumab 300 มิลลิกรัม ทุกสัปดาห์ และ 69% ในกลุ่มที่ได้รับ dupilumab 300 มิลลิกรัม ทุก 2 สัปดาห์ เทียบกับ 23% ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (p<0.001) ส่วนผลการศึกษาใน 52 สัปดาห์ เมื่อประเมินด้านประสิทธิภาพ (คะแนน IGA เป็น 0 หรือ 1) พบว่ามีจำนวนผู้ป่วย 40% ในกลุ่มที่ได้รับ dupilumab 300 มิลลิกรัม ทุกสัปดาห์ และ 36% ในกลุ่มที่ได้รับ dupilumab 300 มิลลิกรัม ทุก 2 สัปดาห์ เทียบกับ 12.5% ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (p<0.001) และเมื่อประเมินด้วย EASI-75 พบว่ามีจำนวนผู้ป่วย 64% ในกลุ่มที่ได้รับ dupilumab 300 มิลลิกรัม ทุกสัปดาห์ และ 65% ในกลุ่มที่ได้รับ dupilumab 300 มิลลิกรัม ทุก 2 สัปดาห์ เทียบกับ 22% ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (p<0.001) ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจพบ เช่น ปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีด เยื่อตาขาวอักเสบ กระจกตาอักเสบ (keratitis) เปลือกตาหรือหนังตาอักเสบ (blepharitis) ตาแห้ง คันตา การติดเชื้อไวรัส herpes simplex

อ้างอิงจาก:

(1) Shirley M. Dupilumab: first global approval. Drugs 2017;77:1115-21; (2) Dupixent (dupilumab). http://www.centerwatch.com/drug-information/fda-approved-drugs/drug/100194/dupixent-dupilumab; (3) Simpson EL, Bieber T, Guttman-Yassky E, Beck LA, Blauvelt A, Cork MJ, et al.Two phase 3 trials of dupilumab versus placebo in atopic dermatitis. N Engl J Med 2016;375:2335-48; (4) Blauvelt A, de Bruin-Weller M, Gooderham M, Cather JC, Weisman J, Pariser D, et al. Long-term management of moderate-to-severe atopic dermatitis with dupilumab and concomitant topical corticosteroids (LIBERTY AD CHRONOS): a 1-year, randomised, double-blinded, placebo-controlled, phase 3 trial. Lancet 2017;389:2287-303.

คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
dupilumab fully human monoclonal IgG4 antibody alpha subunit interleukin-4 receptor IL-4Rα IL-13 IL-4 ไซโตไคน์ cytokine immunoglobulin E IgE proinflammatory cytokine chemokine โรคภูมิแพ้ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง atopic dermatitis at
 
คลิปความรู้เรื่องยา

EP.2 เกลือแร่สำหรับท้องเสีย ORS (Oral Rehydration Salts)

ดูคลิปทั้งหมด

ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้