|
เวลาใครในบ้านมีไข้ หลายคนอาจนึกถึง “แผ่นเจลลดไข้” ที่หาซื้อง่าย ใช้งานสะดวก แค่ลอกแล้วแปะที่หน้าผากก็รู้สึกเย็นสบายทันที แต่มีข้อสงสัยกันหรือไม่ว่า แผ่นเจลลดไข้ช่วยลดไข้ได้จริงหรือแค่ทำให้รู้สึกเย็น?
ไข้ (fever/pyrexia) คือ ภาวะที่อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นเกินกว่าปกติ โดยอุณหภูมิร่างกายของคน สามารถผันแปรได้ประมาณ 0.5 องศาเซลเซียสในแต่ละวัน ซึ่งเป็นผลจากกระบวนการทางสรีรวิทยาของร่างกาย เช่น การเผาพลาญพลังงาน วงจรการหลับ/ตื่น ฮอร์โมน เป็นต้น แต่ในกรณีที่เป็นไข้นั้น อุณหภูมิของร่างกายมักเพิ่มขึ้นมากกว่า 0.5 องศาเซลเซียส จากผลของสารก่อไข้ (pyrogen) ซึ่งมีที่มาได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ การอักเสบ มะเร็ง/เนื้องอก หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง แต่สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อ จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้นนี้ ทำให้สมองส่วนไฮโปทาลามัสซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิปรับอุณหภูมิของร่างกายให้สูงขึ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการปลดปล่อยสารสื่อกลางที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จนเกิดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่างกายนั่นเอง1
ความรุนแรงของไข้จำแนกได้ตามอุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้น1 ดังนี้
- ระดับต่ำ : อุณหภูมิร่างกายอยู่ในช่วง 37.3 ถึง 38.0 องศาเซลเซียส
- ระดับกลาง : อุณหภูมิร่างกายอยู่ในช่วง 38.1 ถึง 39.0 องศาเซลเซียส
- ระดับสูง : อุณหภูมิร่างกายอยู่ในช่วง 39.1 ถึง 41 องศาเซลเซียส
- ระดับสูงมาก (hyperthermia) : อุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 41 องศาเซลเซียส
การเกิดไข้นอกจากจะมีอุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้น มักเกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น ผิวแดง หนาวสั่น เหงื่อออก รู้สึกอ่อนแรงทั่วร่างกาย วิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว เป็นต้น1 ขึ้นกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อสารก่อไข้ที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล2
เจลลดไข้ คือ แผ่นที่ใช้ช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย มีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำ และไฮโดรเจล (hydrogel) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ที่ไม่ละลายน้ำ แต่มีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ในปริมาณมาก เป็นสารช่วยที่ทำให้เจลมีความคงตัว นอกจากนี้ยังมีเมนทอล (menthol) ซึ่งช่วยเสริมความรู้สึกเย็นและมีกลิ่นหอมทำให้สดชื่น3 โดยหลักการทำงานของแผ่นเจลลดไข้ คือ เมื่อแปะแผ่นเจลลงบนผิวหนังตำแหน่งที่ต้องการ อุณหภูมิที่สูงขึ้นของร่างกายจะทำให้เกิดการระเหย (evaporation) ของน้ำที่อยู่ในแผ่นเจล ทำให้ผิวหนังตำแหน่งนั้นเย็นขึ้นเหมือนได้ระบายความร้อนออกจากร่างกาย3,4
จากงานวิจัยหลายฉบับเกี่ยวกับแผ่นเจลลดไข้ พบว่าผลลัพธ์ยังคงแตกต่างกันไป มีรายงานว่าเมื่อแปะแผ่นเจลที่หน้าผากทุก 6 ชั่วโมง สามารถลดอุณหภูมิร่างกายและอาการไข้ได้ และไม่พบผลข้างเคียงที่เด่นชัด4 อย่างไรก็ตามงานวิจัยในเด็กจำนวน 200 ราย เปรียบเทียบระหว่างการใช้แผ่นเจลกับการเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น พบว่าแผ่นเจลช่วยให้ไข้ลดลงได้เร็วในช่วง 30 นาทีแรก แต่ผลไม่คงที่และไม่ต่อเนื่อง ตรงกันข้ามกับการเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น แม้จะลดไข้ได้ช้ากว่า แต่สามารถลดไข้ลงได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน5 อีกหนึ่งการศึกษาที่เปรียบเทียบในลักษณะเดียวกันพบว่า มีเพียงร้อยละ 25 ของผู้ใช้แผ่นเจลมีอุณหภูมิร่างกายลดลง ขณะที่กลุ่มที่เช็ดตัวพบว่าสามารถลดไข้ได้ร้อยละ 100 และยังมีรายงานผลข้างเคียงจากการใช้แผ่นเจล เช่น อาการคันและการระคายเคืองผิวหนัง6
แผ่นเจลลดไข้สามารถใช้เพื่อบรรเทาอาการและทำให้รู้สึกเย็นสบายได้จริง โดยเฉพาะในเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ไม่สะดวกเช็ดตัว แต่อย่างไรก็ตามควรใช้เป็นเพียงวิธีเสริม ร่วมกับการเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นและการรับประทานยาลดไข้ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด โดยข้อดีและข้อเสียของแผ่นเจลลดไข้ เมื่อเทียบกับการเช็ดตัว แสดงในตารางดังนี้
|
|
แผ่นเจลลดไข้ |
การเช็ดตัว |
|
ข้อดี |
- ลดไข้ได้ไว (อย่างน้อย 30 นาที)5 - ใช้งานง่าย เพียงแค่ลอกแล้วแปะตรงตำแหน่งที่ต้องการ - สะดวกในการพกพา |
- ลดไข้ได้แน่นอน ต่อเนื่องและคงที่5 - ร่างกายไม่ต้องสัมผัสกับสารเคมี ไม่เสี่ยงต่อการแพ้ |
|
ข้อเสีย |
- แผ่นเจลอาจติดแน่นเกินไป ทำให้รู้สึกเจ็บเวลาดึงออก6 - กลิ่นอาจไม่พึงประสงค์6 - อาจเกิดอาการคันหรือระคายเคืองผิวหนังได้6 - แผ่นเจลเย็นแค่ช่วงสั้น ๆ จากนั้นความเย็นจะลดลง6 |
- ใช้อุปกรณ์หลายอย่าง เช่น ผ้าสะอาดอย่างน้อย 2-3 ผืน และกะละมังหรือภาชนะใส่น้ำ - กระบวนการเตรียมค่อนข้างยุ่งยาก ไม่เหมาะกับการเตรียมภายนอกสถานที่พักอาศัย/สถานพยาบาล - ใช้เวลาอย่างน้อย 10-15 นาทีต่อการเช็ดตัวหนึ่งครั้ง |
|
|