ศิษย์เก่ารำลึก

บอกเล่าประสบการณ์ผ่านประสบการณ์ตรงของศิษย์เก่าเภสัชมหิดล
   

โดย - ศิษย์เก่าเภสัชมหิดลรุ่นที่ 6

1150  Views  

ในวาระครบหนึ่งร้อยปีชาตกาลของอาจารย์ประดิษฐ์ในปี ๒๕๖๕ ศิษย์ขอรำลึกถึงพระคุณอาจารย์ผู้ก่อตั้งคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสร้างคุณูปการอย่างสูงให้กับคณะและวิชาชีพเภสัชกรรมมากมาย ในเชิงบริหารจัดการและการสร้างลูกศิษย์ให้มีหลักการในการนำความรู้ความสามารถไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตนเองและประเทศชาติ เป็นที่พึ่งแก่สังคมตามสาขาที่เล่าเรียนมาดังปรากฏคำแสดงความยินดีและอวยพรแก่บัณฑิตรุ่นนี้ว่า

          “ขอแสดงความยินดีแก่บัณฑิต ๒๕๒๒ ทุกท่านด้วยใจจริง หวังว่าบัณฑิตใหม่ทุกคนคงจะตั้งใจประกอบอาชีพโดยอาศัยความรู้สติปัญญาและจริยธรรม  เพื่อความเจริญของประเทศชาติ ตามสาขาวิชาที่ท่านได้ศึกษามา  ขออวยพรให้บัณฑิตรุ่นนี้ทุกคน จงประสพความสำเร็จทั้งในทางส่วนตัว และการงาน ตามที่ปรารถนา “                    

ภาพจำของรุ่นเราที่ข้ามจากคณะวิทยาศาสตร์มาคณะเภสัชศาสตร์ ในปีที่สาม (พ.ศ.๒๕๑๙) นั้นเป็นช่วงที่บรรยากาศการเรียนการสอนและการเรียนรู้ด้านการเมืองมีผลต่อกัน ในยุคแสวงหาประชาธิปไตยและการแสดงออกกิจกรรมทางสังคมเพื่อกระจายโอกาสจากเมืองสู่ชนบทของนักศึกษา เป็นความหวังที่จะเห็นการพัฒนาประเทศอย่างทั่วถึง ดังนั้นการเรียนการสอนในช่วงนั้นจึงมิได้จำกัดแต่ในห้องเรียนปกติ แต่มีกิจกรรมเชิงบำเพ็ญประโยชน์มากมายอันเป็นทางเลือกให้นักศึกษาเข้าร่วม เมื่อมองย้อนกลับไปเราอาจไม่ได้ใกล้ชิดอาจารย์นัก แต่อาจารย์ก็ไม่ได้ปิดกั้นการแสดงออกของเรา ซึ่งเราหลายคนอาจไม่เข้าใจถึงความรับผิดชอบในบทบาทของคณบดี และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยของอาจารย์ในขณะนั้น ซึ่งมีภาระกิจมากมาย ไม่ง่ายในการบริหารจัดการจนผ่านพ้นช่วงวิกฤตเป็นที่ยอมรับของฝ่ายบริหารและสร้างความปลอดภัยแก่นักศึกษาจากกิจกรรมนอกห้องเรียน อย่างไรก็ตามอาจารย์ก็ยังเจียดเวลามาสอนรุ่นเราในวิชา Pharm. Orientation ในช่วงต้นๆเป็นประวัติความเป็นมาของวิชาชีพเภสัชศาสตร์ตั้งแต่ยุคกรีกโบราณจนมาถึงปัจจุบัน และ การพัฒนาวิชาชีพให้เป็นประโยชน์แก่สังคมและชุมชน โดยเน้นให้เราเข้าใจบทบาทวิชาชีพรวมทั้งกรอบกฎหมายที่กี่ยวข้องและ พ.ร.บ.ยาซึ่งเภสัชกรต้องรู้  รวมถึงคำกล่าวที่ว่า “ From here we can go everywhere ” มาจากการสร้างโอกาสที่จะประกอบอาชีพได้หลากหสายช่องทาง  อาจารย์ได้ให้ความเมตตาแก่พวกเรามาก จำได้ว่ามีวันหนึ่งมีชั่วโมงต้องเรียน Pharm. Orientation ช่วงเช้า และช่วงบ่ายมีการสอบด้วย นักศึกษาเกือบทั้งชั้น เลยไม่ได้เข้าเรียนเพราะต้องอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ อาจารย์ก็ได้มาที่ห้องเตรียมสอน แต่วันนั้นไม่ได้มีการสอนเพราะนักศึกษาไม่ได้เข้าเรียน หลังสอบเสร็จเพื่อนๆ กลุ่มหนึ่งในฐานะตัวแทนชั้นปีก็ได้ขอเข้าพบอาจารย์เพื่อจะขอโทษอาจารย์และอธิบายเหตุผลความจำเป็นในเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้น ก็คิดว่าอาจารย์ก็น่าจะโกรธ และคงต่อว่าพวกเราอย่างมาก  แต่วันนั้น แม้อาจารย์จะมีสีหน้าไม่พอใจ แต่อาจารย์ก็ได้นิ่งเงียบรับฟังคำขอโทษและคำแก้ตัวจากพวกเรา และก็เพียงบอกว่าทุกวิชามีความสำคัญ เรามีหน้าที่ต้องเรียนรู้  ก็ทำให้เราเข้าใจถึงหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะของนักศึกษาของพวกเรามากขึ้น   อาจารย์เป็นนักพัฒนา ได้ตั้งสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชุนขึ้นที่หน้าคณะสำหรับเป็นสถานที่ฝึกงานทั้งอาจารย์และนักศึกษาขึ้นที่หน้าคณะโดยหวังว่าเราจะมีบทบาททางวิชาชีพที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของสังคม และ การผลักดันให้มีบัญชียาหลักแห่งชาติ (เริ่มในปี๒๕๒๔) การตั้งศูนย์ข้อมูลสมุนไพร งานสนับสนุนเภสัชสมาคม เพื่อที่จะเป็นข้อมูลในการพัฒนาวิชาชีพต่อไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงอันจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศ

แม้อาจารย์จะมีเวลาสอนเราเฉพาะในวิชา Pharm. Orientation ซึ่งเป็นรากฐานแห่งความเข้าใจในการก้าวสู่ความเป็นวิชาชีพเภสัชกร แต่สิ่งที่อาจารย์ได้สอนเรามีมากกว่ารายวิชาการที่เรียน อาจารย์ได้ถ่ายทอดความเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตให้เห็นเป็นตัวอย่างชัดเจน หากพวกเราได้สังเกต แม้อาจารย์จะเป็นผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยด้วย แต่อาจารย์จะใช้ชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย อาจารย์จะขับรถ FIAT เก่าสีตองอ่อน มาที่คณะแต่เช้าและกลับเย็น ๆ ทุกวัน อาจารย์แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูต่อบุพการี ทุกเย็นอาจารย์ก็จะแวะไปเยี่ยมคุณแม่อาจารย์ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชก่อนกลับบ้าน เห็นทำอย่างนี้มาตลอดเป็นปกติทุกวัน อาจารย์ได้ทุ่มเทเวลาให้กับงาน แม้หลังเกษียณอาจารย์ยังช่วยงานที่กระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ในวาระสุดท้ายของอาจารย์ อาจารย์ก็ยังประชุมอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุขเลย   

การใช้ชีวิตที่สมถะ และการบริหารที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคน พัฒนางานด้วยใจที่เป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของบุคลากรร่วมงานในวงการสาธารณสุขและการแพทย์ อาจารย์จึงสมเป็นปูชนียบุคคลที่ศิษย์ทุกรุ่นของคณะ จะยึดเป็นแบบอย่าง สอดคล้องกับคำขวัญของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ว่า “ อตฺตานํ อุปมํ กเร” (พึงปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนดังปฏิบัติต่อตนเอง) และพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์”          

บทความอื่นๆ จากศิษย์เก่า

การพิจารณา วิเคราะห์ความคิดของบุคคลที่ได้สร้างผลงาน สร้างประโยชน์ให้กับสังคม ให้กับวงการวิชาชีพ นอกจากเป็นแนวทางหนึ่งในการเรียนรู้ ทำความเข้าใจแนวทางในการประสบความสำเร็จ ยังได้รับรู้ถึงกรอบความคิดสำคั...

ภก. ชัยชนะ หะริณธนาวุฒิ และเพื่อน ๆ รุ่นที่ 10

อาจารย์คือผู้สร้าง : อาจารย์เขียนโครงการและจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ พญาไท ขึ้นในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เพื่อสร้างเภสัชกรให้เพียงพอ สร้างความมั่นคงด้านเภสัชกรรมของประเทศ ซึ่งต่อมาก็คือ คณะเภสัชศา...

คิดถึงครู รุ่นที่ 11

ย้อนกลับไปในช่วงที่นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นที่ 13 ข้ามฟากมาเรียนต่อปีที่ 3 ถึงปีที่ 5 ที่คณะเภสัชศาสตร์โดยตรง เราโชคดีที่ได้มีโอกาสเรียนวิชา Pharmacy Orientatio...

ภก. พรชัย ศรีศุภวินิจ เขียนในนามศิษย์รุ่น 13 รุ่นที่ 13

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด
ประดิษฐ์ หุตางกูร
Copyright © 2021 - 2024
งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
การใช้และการจัดการคุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา