หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เป็นไข้หวัดใหญ่ จำเป็นต้องได้ยาฆ่าเชื้อ oseltamivir ไหม?

โดย นศภ.อภินัทธ์ ชูศักดิ์ ภายใต้คำแนะนำของ รศ.ดร.ภก. กฤษณ์ ถิรพันธุ์เมธี เผยแพร่ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2569 -- 127 views
 

เข้าใจ “ไข้หวัดใหญ่”(1,2)

ไข้หวัดใหญ่ (influenza) เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันที่เกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอหรือบี (influenza virus A/B) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือผ่านละอองฝอยในอากาศ เช่น การไอ จาม เมื่อติดเชื้อทำให้เกิดอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนรุนแรงถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตได้โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีเสี่ยงสูง เช่น เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัวและ ผู้สูงอายุ แต่ในผู้ป่วยสุขภาพดีทั่วไป (ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ไม่มีโรคร่วมที่เสี่ยงสูงต่ออาการแทรกซ้อนรุนแรง หรือไม่มีอาการรุนแรงจากการติดเชื้อ) ส่วนใหญ่สามารถหายได้เองใน 1 สัปดาห์ การระบาดของไข้หวัดใหญ่เกิดได้ทั้งปีโดยเฉพาะในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นอย่างประเทศไทย

ข้อแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดา(2,3)

หลาย ๆ คนมักจะสับสนระหว่างอาการของไข้หวัดใหญ่กับอาการไข้หวัดธรรมดา (common cold) เพราะมีความคล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตามอาการแสดงของทั้งสองภาวะมีความแตกต่างกันในบางจุด ซึ่งเราสามารถแยก อาการเบื้องต้นได้ดังตารางด้านล่าง โดยหากอาการมีความเข้ากันได้กับอาการแสดงของไข้หวัดใหญ่ ควรมีการยืนยันการติดเชื้อด้วยด้วยชุดทดสอบการติดเชื้อ (ATK) ที่ครอบคลุมการตรวจไข้หวัดใหญ่

ความแตกต่าง

ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดธรรมดา

ความเร็วของการเกิดอาการ

รวดเร็ว

ค่อย ๆ เกิด (2-3 วัน)

ไข้

พบบ่อย มักเป็นไข้สูงลอย

(≥ 38 องศาเซลเซียส) นาน 3-4 วัน

พบไม่บ่อยและมักเป็นไข้ต่ำ

(< 38 องศาเซลเซียส)

ไอ

ไอแห้งรุนแรง

ไอแห้ง แต่ไม่รุนแรงมาก

ปวดกล้ามเนื้อ

มาก มักปวดทั่วตัว

เล็กน้อยหรือไม่ปวดเลย

อ่อนเพลีย

มาก และอาจคงอยู่ได้นาน 2-3 สัปดาห์

เล็กน้อย หายเร็ว

ปวดหัว

พบบ่อย

พบไม่บ่อย

คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม เจ็บคอ

พบบ้าง

พบบ่อย

ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แล้วจำเป็นต้องไปโรงพยาบาล?(2, 4-6)

ผู้ที่ติดเชื้อส่วนมากมักหายได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล คือ กลุ่มผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนรุนแรงซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่

ผู้ที่มีอาการรุนแรง ดังนี้

- กินได้น้อยจนมีภาวะขาดน้ำที่ชัดเจน

- ซึมลงหรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท

- หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หรือมีการใช้กล้ามเนื้อคอ หน้าอก กระบังลมเพื่อช่วยหายใจมากผิดปกติ

- ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ หรือความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 95%

- การทำงานของหัวใจและปอดบกพร่อง เช่น หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันที่เป็นภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อไวรัส หรือภาวะช็อก

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงต่ออาการแทรกซ้อนรุนแรง

- ผู้สูงอายุ (อายุ > 65 ปี) หรือเด็กเล็ก (อายุ < 2 ปี)

- ผู้ป่วยโรคอ้วน (BMI > 30 kg/m2)

- หญิงตั้งครรภ์หรือหลังคลอดไม่เกิน 14 วัน

- ผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือปอดอุดกั้นเรื้อรัง

- ผู้ป่วยที่มีภาวะของโรคที่ทำให้สูญเสียการทำงานทางระบบประสาท เช่น เส้นเลือดสมองแตก/ตีบ หรือมีการบาดเจ็บของไขสันหลัง

- ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของการพัฒนาทางระบบประสาทที่เริ่มในวัยเด็ก เช่น ผู้ที่มีพัฒนาการช้า ผู้ป่วยโรคลมชัก

- ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด

- ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต หรือโรคตับ

- ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส HIV ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด) หรือต้องใช้ยากดภูมิ

Oseltamivir คืออะไร(6-8,11)

Oseltamivir (โอ-เซล-ทา-มิ-เวียร์) เป็นหนึ่งในยาต้านไวรัสที่มีความเจาะจงกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส คล้ายยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่อื่น ๆ ได้แก่ favipiravir, baloxavir marboxil, peramivir และ zanamivir ที่อาจมีใช้เช่นกันแต่ได้รับความนิยมน้อยกว่า โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้ oseltamivir เพื่อการป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดย oseltamivir ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยขณะนี้ ประกอบไปด้วย

- ยี่ห้อทามิฟลู (Tamiflu) ขนาด 75 มิลลิกรัม ของบริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด

- ยาจีพีโอ-เอ-ฟลู (GPO A-Flu) ขนาด 30, 45 และ 75 มิลลิกรัม ขององค์การเภสัชกรรม

วิธีการรับประทาน oseltamivir แสดงในตาราง โดยผลข้างเคียงของยาที่อาจพบ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง จึงแนะนำให้รับประทานพร้อมอาหารเพื่อลดผลข้างเคียงดังกล่าว

ขนาดยาในผู้ใหญ่

ขนาดยาในเด็ก

75 มิลลิกรัม ทานวันละ 2 ครั้ง
ติดต่อกัน 5 วัน

พิจารณาตามน้ำหนักตัว

> 40 กิโลกรัม: 75 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

23-40 กิโลกรัม: 60 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

15-23 กิโลกรัม: 45 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

< 15 กิโลกรัม หรืออายุ > 1 ปี: 30 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

โดยทานติดต่อกัน 5 วัน

เป็นไข้หวัดใหญ่จำเป็นต้องได้รับ oseltamivir ทุกคนไหม(5-7, 9-10)

ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายที่จะได้รับยาตัวนี้เพื่อรักษาไข้หวัดใหญ่ กลุ่มผู้ป่วยที่อาจหรือจำเป็นต้องได้รับ oseltamivir หรือยาต้านไวรัสตัวอื่น ๆ ได้แก่

- เป็นผู้ป่วยที่มีอาการมาแล้วไม่เกิน 2 วัน (48 ชั่วโมง) เนื่องจาก oseltamivir ถ้ายิ่งให้เร็วจะมีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดียิ่งขึ้น โดยประสิทธิภาพจะดีที่สุดหากให้ภายใน 12 ชั่วโมง และการเริ่ม oseltamivir หลังมีอาการไปแล้วนานกว่า 48 ชั่วโมง ไม่ช่วยทำให้หายจากไข้หวัดใหญ่เร็วขึ้น

- เป็นผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือเป็นผู้ป่วยในกลุ่มความเสี่ยงสูงต่ออาการแทรกซ้อน เนื่องจากการได้รับ oseltamivir สามารถช่วยลดระยะเวลาของโรคและความเสี่ยงของการเกิดอาการแทรกซ้อนได้

- ประเด็นอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา ถ้าหากอาการไม่เข้ากับเกณฑ์ที่ได้ระบุไว้ข้างต้นข้อใดข้อหนึ่ง ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ oseltamivir

ทำไมซื้อ oseltamivir จากร้านขายยาไม่ได้(11)

บางคนอาจมีประสบการณ์เป็นไข้หวัดใหญ่แล้วพอจะทราบว่าต้องทานยาต้านไวรัส หรือบางคนอยากซื้อไว้ติดบ้านไว้เผื่อเวลาที่เป็น เลยพยายามจะหาซื้อจากร้านขายยา แต่ข้อเท็จจริง คือ ร้านขายยาไม่สามารถจำหน่าย oseltamivir ได้ เนื่องจาก oseltamivir จัดเป็น “ยาควบคุมพิเศษ” ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ให้ใช้ได้ภายในสถานพยาบาลและต้องสั่งจ่ายยาภายใต้การวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่จริงโดยแพทย์เท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีการจำหน่ายในร้านขายยา ดังนั้นหากพบว่ามีการจำหน่าย oseltamivir ในร้านขายยา อาจเป็นการลักลอบจำหน่ายยาหรือเป็นยาปลอมที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย สามารถสังเกตยาปลอมจากเลขทะเบียนยาบนฉลากยาและตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่าน www.fda.moph.go.th หรือสายด่วน อย. หมายเลข 1556

การรักษาไข้หวัดใหญ่โดยไม่ต้องใช้ oseltamivir(6)

การบรรเทาอาการที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นแนวทางการรักษาหลักในผู้ป่วยทั่วไปที่อาการไม่รุนแรง โดยอาจไม่จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสอย่าง oseltamivir เช่น การใช้ยาบรรเทาปวดลดไข้ ยาแก้ไอ ซึ่งเป็นยาที่มีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป โดยผู้ป่วยสามารถเข้ารับคำปรึกษาและประเมินอาการร่วมกับเภสัชกรประจำร้านขายยาและรับยาตามความเหมาะสมของอาการ ซึ่งมักสามารถหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์โดยไม่ใช้ยาต้านไวรัส

การป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่(12-13)

ในปี 2568 ที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยมีผู้ป่วยสะสม 1,181,276 ราย ซึ่งสูงกว่าผู้ป่วยสะสมในปี 2566 และ 2567 กว่าเท่าตัว (472,222 ราย และ 663,173 ราย ตามลำดับ) เป็นสิ่งที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ในเรื่องการป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ของประชาชนเพื่อลดการแพร่ระบาด โดยวิธีการป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดประกอบไปด้วย

- การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โดยฉีดปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงทุกปี

- ล้างมือเป็นประจำหรือพกแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ

- สวมใส่หน้ากากอนามัย โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีผู้คนแอดอัด

- หลีกเลี่ยงการใช้มือเปล่าสัมผัสบริเวณใบหน้า จมูก และปาก

- หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

- สำหรับเป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ให้พักผ่อนอยู่ภายในบริเวณที่พักอาศัย หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน การออกไปข้างนอก ไปโรงเรียน หรือไปทำงาน จนกว่าจะไม่มีไข้เป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องทานยาลดไข้

บทสรุป

Oseltamivir เป็นยาต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ซึ่งไม่จำเป็นต้องได้รับทุกคน แต่มักจะใช้ในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่กลุ่มเสี่ยงสูง (เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน หญิงตั้งครรภ์) หรือมีอาการรุนแรง (หายใจลำบาก ขาดน้ำ ซึม) สำหรับผู้ป่วยสุขภาพดีอาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่จะสามารถหายเองใน 1 สัปดาห์ด้วยการบรรเทาอาการ แต่แพทย์อาจพิจารณาสั่งจ่าย oseltamivir ให้ได้ หากได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อจริงและมีอาการมาไม่เกิน 48 ชั่วโมง และ oseltamivir เป็นยาควบคุมพิเศษ ไม่สามารถหาซื้อจากร้านขายยาได้ ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ในสถานพยาบาลเท่านั้น

เอกสารอ้างอิง

  1. Seasonal influenza - Global situation [Internet]. WHO. 2024. Available from: https://www.who.int/emergencies/disease-outbreak-news/item/2025-DON586.
  2. Centers for Disease Control and Prevention. Influenza (Flu) [Internet]. CDC. 2024. Available from: https://www.cdc.gov/flu/about/index.html.
  3. Cold vs. flu symptoms: 6 ways to spot the difference [Internet]. HealthPartners Blog. 2018. Available from: https://www.healthpartners.com/blog/cold-vs-flu-how-to-spot-the-symptoms/.
  4. Centers for Disease Control and Prevention. People at High Risk For Flu Complications [Internet]. Centers for Disease Control and Prevention. 2018. Available from: https://www.cdc.gov/flu/highrisk/index.htm.
  5. Uyeki TM, Bernstein HH, Bradley JS, Englund JA, File TM, Fry AM, et al. Clinical practice guidelines by the Infectious Diseases Society of America: 2018 update on diagnosis, treatment, chemoprophylaxis, and institutional outbreak management of seasonal influenza. Clinical Infectious Diseases. 2018; 68(6).
  6. ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านเวชภัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข. คำแนะนำการรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข (ฉบับปรับปรุงวันที่ 2 ตุลาคม 2566) [Internet]. กระทรวงสาธารณสุข. 2019. Available from: https://dmsic.moph.go.th/index/detail/9326.
  7. Influenza Treatment & Management: Approach Considerations, Prevention, Prehospital Care. eMedicine [Internet]. 2020. Available from: https://emedicine.medscape.com/article/219557-treatment.
  8. Sur M, Lopez MJ, Baker MB. Oseltamivir [Internet]. PubMed. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK539909/.
  9. Aoki FY. Early administration of oral oseltamivir increases the benefits of influenza treatment. Journal of Antimicrobial Chemotherapy. 2002; 51(1):123-9.
  10. Dobson J, Whitley RJ, Pocock S, Monto AS. Oseltamivir treatment for influenza in adults: a meta-analysis of randomised controlled trials. The Lancet. 2015; 385(9979):1729-37.
  11. อย. เตือน อย่าซื้อยาโอเซลทามิเวียร์ปลอม [Internet]. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. 2023. Available from: https://www.fda.moph.go.th/news/ยาโอเซลทามิเวียร์.
  12. สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ [Internet]. กรมควบคุมโรค. Available from: https://ddc.moph.go.th/doe/pagecontent.php?page=607&dept=doe.
  13. Centers for Disease Control and Prevention. Preventing Seasonal Flu [Internet]. CDC. 2024. Available from: https://www.cdc.gov/flu/prevention/.

คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
oseltamivir ไข้หวัดใหญ่
 
คลิปความรู้เรื่องยา

EP.2 เกลือแร่สำหรับท้องเสีย ORS (Oral Rehydration Salts)

ดูคลิปทั้งหมด

ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้