Loading…

ทำความเข้าใจ \"ภาวะเปราะบาง\" ในผู้สูงอายุ: สัญญาณ สาเหตุ และแนวทางการดูแล

ทำความเข้าใจ \

อาจารย์ ดร.ภญ.ชญานิน กีรติไพบูลย์

ภาควิชาสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

2,204 ครั้ง เมื่อ 14 ช.ม.ที่แล้ว
2025-06-30

เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เช่น การเคลื่อนไหวที่ช้าลง หรือความรู้สึกเหนื่อยง่าย ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม หากอาการเหล่านี้ทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณของกลุ่มอาการที่เรียกว่า "ภาวะเปราะบาง" (Frailty) ซึ่งเป็นภาวะสุขภาพที่ซับซ้อนและไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งของการแก่ชราตามธรรมชาติ

 

ภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุคือกลุ่มอาการที่ร่างกายเสื่อมถอยในหลายระบบพร้อมกัน ทำให้ความสามารถในการฟื้นตัวจากความเจ็บป่วยหรือความเครียดลดลง โดยทางการแพทย์มักพิจารณาจาก 2 ลักษณะสำคัญร่วมกัน ได้แก่ ความรู้สึกอ่อนเพลียรุนแรง และ น้ำหนักตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งนี้ ภาวะเปราะบางมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งอาจสัมพันธ์กับอายุขัยที่ยืนยาวกว่า

 

6 สัญญาณเตือนของภาวะเปราะบาง

ภาวะเปราะบางส่งผลให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ยากลำบากขึ้น เช่น การลุกจากเตียง การแต่งตัว หรือการเดินเหินในบ้าน และมักมาพร้อมกับความกังวลเรื่องการทรงตัวและการหกล้ม เราสามารถประเมินความเสี่ยงของภาวะเปราะบางได้ หากผู้สูงอายุมีลักษณะต่อไปนี้ตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป: 

  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ: น้ำหนักลดลง 5% หรือมากกว่า ภายในระยะเวลา 1 ปี
  • อ่อนแรง: รู้สึกกล้ามเนื้อไม่มีแรง มีปัญหาในการลุกขึ้นยืนโดยไม่มีคนช่วย
  • แรงบีบมือลดลง: ความสามารถในการกำหรือบีบวัตถุลดลงอย่างชัดเจน
  • อ่อนเพลียรุนแรง: รู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง หรือต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในการทำกิจกรรมต่างๆ เป็นเวลา 3 วันต่อสัปดาห์หรือมากกว่า
  • กิจกรรมทางกายลดลง: เคลื่อนไหวน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งกิจกรรมในบ้านและการออกกำลังกาย
  • เดินช้าลง: ใช้เวลามากกว่า 6-7 วินาทีในการเดินเป็นระยะทาง 5 เมตร

 

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

ภาวะเปราะบางเกิดจากหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่:

  • อายุ: เป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก เนื่องจากความเสื่อมของระบบต่างๆ ในร่างกายตามวัย
  • โรคประจำตัวเรื้อรัง: ภาวะสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือภาวะสมองเสื่อม สามารถเร่งให้เกิดภาวะเปราะบางได้
  • การอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation): ในผู้ที่มีภาวะเปราะบาง ร่างกายมักอยู่ในภาวะอักเสบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความเครียดให้แก่ร่างกาย ส่งผลเสียต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และลดประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ
  • ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia): คือการสูญเสียมวลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตามวัย ถือเป็นปัจจัยสำคัญและเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนของภาวะเปราะบาง นอกจากนี้ ระดับฮอร์โมนเพศ (เช่น เอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรน) ที่ลดลงก็มีส่วนทำให้ภาวะนี้รุนแรงขึ้น

แนวทางการดูแลและป้องกันภาวะเปราะบาง

แม้ภาวะเปราะบางจะเป็นภาวะที่ซับซ้อน แต่สามารถดูแล จัดการ และป้องกันได้ผ่านการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างเหมาะสม ทั้งสำหรับตนเองและคนที่คุณรัก

1. ด้านโภชนาการ

  • เน้นอาหารให้พลังงานและโปรตีนสูง: เพื่อป้องกันน้ำหนักลดและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อาจพิจารณาเสริมด้วยผงโปรตีน
  • เสริมวิตามินดี: มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและการทำงานของกล้ามเนื้อ
  • ปรับรูปแบบการรับประทาน: หากเบื่ออาหาร อาจแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อ หรือเสริมด้วยเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น สมูทตี้ หรือนม

2. ด้านการออกกำลังกายและกิจกรรม

  • ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน: เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เช่น การยกขาขณะนั่งบนเก้าอี้ หรือการดันกำแพง
  • เพิ่มกิจกรรมการเดิน: เดินให้บ่อยขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อรักษาสมรรถภาพของร่างกาย
  • ฝึกการทรงตัว: กิจกรรมอย่างไทเก็ก ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวช้าๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วยพัฒนาการทรงตัวและความแข็งแรงได้เป็นอย่างดี
  • กระตุ้นการทำงานของสมอง: ทำกิจกรรมที่ท้าทายความคิด เช่น การไขปริศนาอักษรไขว้ หรือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

บทสรุป

ภาวะเปราะบางไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการสูงวัย แต่เป็นภาวะสุขภาพที่สามารถป้องกันและจัดการได้ การรักษาวิถีชีวิตที่สมดุล ทั้งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการเข้ารับการดูแลทางการแพทย์อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างแข็งแรงและมีความสุข

Image by Freepik

บทความที่ถูกอ่านล่าสุด

ยาทาสเตียรอยด์สำหรับโรคผิวหนัง 2 วินาทีที่แล้ว
กลูต้าไธโอน (glutathione) ทำให้ขาวจริงหรือ?? 9 วินาทีที่แล้ว
การใช้ยาในหญิงมีครรภ์ : ข้อแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อทารกในครรภ์ 10 วินาทีที่แล้ว
ถั่วเหลือง .. ธัญพืชมีประโยชน์ 14 วินาทีที่แล้ว
ไซลาซีน (Xylazine) ยาสลบสำหรับสัตว์ที่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด 19 วินาทีที่แล้ว
ยาก่อนอาหาร ยาหลังอาหาร ลืมกินยาตามเวลา อันตรายหรือไม่ 25 วินาทีที่แล้ว
การทำสมาธิส่งผลดีต่อสมองอย่างไร? 29 วินาทีที่แล้ว
ยาคุม 24+4: วิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับผู้หญิงไทยยุคใหม่ 31 วินาทีที่แล้ว
ทาสสเต็ก อ่านที่นี่... กินอาหารปิ้งย่าง ได้อะไรเป็นของแถม 32 วินาทีที่แล้ว
ยาหอม..มรดกทางภูมิปัญญา ที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ 39 วินาทีที่แล้ว

อ่านบทความทั้งหมด

เกี่ยวกับคณะเภสัชศาสตร์
คลังความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด
ประดิษฐ์ หุตางกูร
คณบดีท่านแรกของคณะเภสัชศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Copyright © 2021 - 2026
งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
การใช้และการจัดการคุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา