|
โดยทั่วไป หากมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัยตลอดการมีเพศสัมพันธ์ โดยถุงยางไม่แตก ไม่รั่ว และไม่มีการหลุด ถือเป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงและทำให้โอกาสการตั้งครรภ์ต่ำ หากรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินอีก จึงเป็นการเพิ่มการป้องกันการตั้งครรภ์อีกระดับหนึ่ง แม้ว่าตามลักษณะเหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่จำเป็นต้องใช้ก็ตาม โอกาสการตั้งครรภ์จึงต่ำมาก
ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินชนิด levonorgestrel ขนาด 1.5 มิลลิกรัม เป็นฮอร์โมนโปรเจสตินขนาดสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ เจ็บคัดเต้านม รวมถึงเลือดออกกะปริดกะปรอย หรือ เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดได้ โดยมักเกิดภายในประมาณ 1 สัปดาห์หลังรับประทานยา นอกจากนี้ ยาอาจทำให้รอบประจำเดือนครั้งถัดไปมาเร็วหรือช้ากว่าปกติประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนั้น เลือดที่ออกหลังรับประทานยาในกรณีนี้จึงมีแนวโน้มที่จะเป็นผลข้างเคียงของยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม หากประจำเดือนมาช้ากว่ากำหนดมากกว่า 1 สัปดาห์ หรือ ไม่มาภายใน 3 สัปดาห์หลังรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน หรือ มีอาการที่สงสัยการตั้งครรภ์ แนะนำให้ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยชุดทดสอบปัสสาวะ หรือ พบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม
Reference:
1. Gainer E, Kenfack B, Mboudou E, Doh AS, Bouyer J. Menstrual bleeding patterns following levonorgestrel emergency contraception. Contraception. 2006;74(2):118-124.
2. Arowojolu AO, Okewole IA. Vaginal bleeding following the use of a single dose of 1.5 mg levonorgestrel (LNG) for emergency contraception. West Afr J Med. 2004;23(3):191–193.
3. Curtis KM, Nguyen AT, Tepper NK, Zapata LB, Snyder EM, Hatfield-Timajchy K, et al. U.S. selected practice recommendations for contraceptive use, 2024. Morb Mortal Wkly Rep. 2024;73(RR-3):1–77.
Keywords:
ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน, ประจำเดือน, levonorgestrel, เลือดออกกะปริดกะปรอย