|
อาการไอ สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ หลักๆ คือ 1) ไอแห้ง หรือไอแบบไม่มีเสมหะ และ 2) ไอแบบมีเสมหะ โดยอาการไอ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ การระคายเคืองในลำคอหรือทางเดินหายใจ การสัมผัสฝุ่นละออง ควันบุหรี่ หรือสารเคมี การติดเชื้อ โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ กรดไหลย้อน ปฏิกิริยาต่ออาหาร และภาวะแพ้รุนแรง (anaphylaxis) จึงจำเป็นจะต้องพิจารณาสาเหตุ ร่วมกับคัดกรองความรุนแรงและความเร่งด่วนของอาการไอ
ถ้าหลังรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วเกิดอาการไอมากหรือไอต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหลังรับประทานอาหาร ควรระวังปฏิกิริยาแพ้อาหารและประเมินความรุนแรงของอาการ โดยเฉพาะหากมีอาการหายใจไม่สะดวก หายใจมีเสียงหวีด แน่นคอ เสียงแหบ คอ ลิ้น หรือริมฝีปากบวม มีผื่นลมพิษ อาเจียน หน้ามืด หรือเป็นลม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะแพ้อาหารรุนแรง และจำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาอย่างเร่งด่วน อาการของภาวะแพ้รุนแรงอาจเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีผื่นหรืออาการทางผิวหนังร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีเพียงอาการไอหรือระคายคอเล็กน้อยและเป็นเพียงชั่วคราว โดยไม่มีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย อาจเกิดจากการระคายเคืองจากอาหารหรือส่วนประกอบบางชนิดของอาหาร หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ระคายเคืองคอได้ นอกจากนี้ กรดไหลย้อนก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่สามารถทำให้เกิดอาการไอได้ โดยอาจสัมพันธ์กับการรับประทานอาหารปริมาณมาก อาหารรสเผ็ด หรืออาหารบางชนิดที่เป็นตัวกระตุ้นอาการในแต่ละบุคคล ในเบื้องต้น แนะนำให้หยุดรับประทานสิ่งที่สงสัยว่าเป็นตัวกระตุ้นอาการ ในกรณีนี้คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และจิบน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องบ่อย ๆ หากไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามหรือต้องจำกัดน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการระคายเคืองในลำคอ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการ อย่างไรก็ตาม หากอาการไอไม่ดีขึ้นหรือเป็นมากขึ้นหลังจากหลีกเลี่ยงสิ่งที่สงสัยว่าเป็นตัวกระตุ้น หรือมีอาการหายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด แน่นคอ เสียงแหบ บวมบริเวณริมฝีปากหรือลิ้น มีผื่นลมพิษ อาเจียน หน้ามืด หรือเป็นลม ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ทั้งนี้ยาแก้แพ้ไม่ได้เป็นยาที่ใช้รักษาอาการไอโดยตรง การใช้ยาแก้แพ้จะขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ หากอาการไอสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้ เช่น มีอาการจาม คันจมูก น้ำมูกไหล หรืออาการน้ำมูกไหลลงคอ คันคอ ยาแก้แพ้รุ่นที่สอง (second-generation antihistamines) เช่น cetirizine, loratadine, fexofenadine สามารถใช้บรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยรักษาอาการไอได้ทุกกรณี โดยเฉพาะอาการไอที่เกิดจากการระคายเคืองคอหลังรับประทานอาหารโดยตรง หรือสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ภูมิแพ้ และหากเป็นภาวะแพ้รุนแรง ยาแก้แพ้ไม่สามารถทดแทน adrenaline (epinephrine) ซึ่งเป็นยาหลักในการรักษาภาวะแพ้รุนแรงได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา และควรแจ้งรายละเอียดของยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้อยู่ โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยาและอาหาร รวมถึงสิ่งที่สงสัยว่าเป็นตัวกระตุ้น การรักษาที่ใช้ไปก่อนหน้า เพื่อประเมินสาเหตุและเลือกใช้ยาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
Reference:
กองวิชาการและแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ไอ…ใช้ยาอะไรดี [Internet]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; 2023 Aug 28 [cited 2026 Sep 16]. Available from: https://dis.fda.moph.go.th/detail-infoGraphic?id=2161
Pratter MR. Chronic upper airway cough syndrome secondary to rhinosinus diseases (previously referred to as postnasal drip syndrome): ACCP evidence-based clinical practice guidelines. Chest. 2006 Jan;129(1 Suppl):63S-71S. doi:10.1378/chest.129.1_suppl.63S.
Keywords:
ไอ, ยาแก้แพ้, อาการแพ้อาหาร ภาวะแพ้รุนแรง, anaphylaxis, antihistamines
|
|