หน่วยคลังข้อมูลยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เรื่องต้องรู้…ก่อนใช้ยาอมใต้ลิ้น !?

โดย นศภ.พัสวี อังคณาวิจิตร ภายใต้คำแนะนำของ รศ.ดร.ภก. จิรพงศ์ สุขสิริวรพงศ์ เผยแพร่ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2569 -- 33 views
 

ยาอมใต้ลิ้น คืออะไร?

ยาอมใต้ลิ้น หรือเรียกอย่างครบถ้วนว่า ยาเม็ดอมใต้ลิ้น (sublingual tablets) เป็นยาเม็ดรูปแบบหนึ่งที่ใช้โดยวางยาไว้ใต้ลิ้นเพื่อให้เม็ดยาแตกตัวและปลดปล่อยยาในน้ำลาย ทำให้ยาถูกดูดซึมผ่านเยื่อบุใต้ลิ้นเข้าสู่กระแสเลือด ยารูปแบบนี้มีใช้กันแพร่หลายมายาวนาน โดยตัวอย่างที่รู้จักกันดี ได้แก่ ยาเม็ดอมใต้ลิ้นสำหรับบรรเทาอาการเจ็บเค้นหน้าอกเฉียบพลันสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ[1]

ตัวอย่างยาเม็ดอมใต้ลิ้นที่มีใช้ในทางปฏิบัติแสดงในตารางด้านล่างนี้ อย่างไรก็ตามยาเหล่านี้อาจไม่ได้มีใช้ในประเทศไทย[2]

ตัวอย่างชื่อการค้า

ชื่อตัวยาสำคัญ

ข้อบ่งใช้

Isordil®, Hartsorb®

ไอโซซอร์ไบด์ไดไนเตรต (Isosorbide dinitrate)

บรรเทาอาการเจ็บเค้นหน้าอกจากภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

Ativan®

ลอราซีแพม (Lorazepam)

บรรเทาวิตกกังวล

Edluar®

โซลพิเดม (Zolpidem)

บรรเทาอาการนอนไม่หลับ

ทำไมต้องอมใต้ลิ้น?

ยาเม็ดอมใต้ลิ้นมักมีขนาดเล็ก เมื่อวางเม็ดยาไว้ใต้ลิ้น ยาจะเริ่มแตกตัวและค่อย ๆ ละลายในน้ำลาย ส่งผลให้ตัวยาถูกปลดปล่อยออกในรูปที่พร้อมต่อการดูดซึม จากนั้นตัวยาจะซึมผ่านเยื่อบุใต้ลิ้นซึ่งมีลักษณะบางและมีหลอดเลือดฝอยจำนวนมากเพื่อเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตโดยตรงผ่านกลไกการแพร่แบบไม่ใช้พลังงาน (passive diffusion) ด้วยเหตุนี้ตัวยาจึงสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและออกฤทธิ์ได้เร็วกว่ายาเม็ดแบบรับประทานทั่วไป นอกจากนี้การดูดซึมผ่านทางเยื่อบุใต้ลิ้นยังช่วยหลีกเลี่ยงกระบวนการทำลายยาบางส่วนเพื่อกำจัดยาออกจากร่างกายที่ตับ (first-pass metabolism) ทำให้มีระดับยาในกระแสเลือดที่สูงขึ้นกว่าการรับประทาน ส่งผลให้สามารถใช้ยาขนาดต่ำแต่ยังคงให้ประสิทธิภาพในการรักษา รวมทั้งลดความเสี่ยงในการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา ยาเม็ดรูปแบบนี้ยังสามารถแตกตัวหรือละลายน้ำได้อย่างรวดเร็วในช่องปากโดยไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำหรือเคี้ยวเม็ดยา จึงมีความสะดวกต่อการใช้ และช่วยเพิ่มความร่วมมือของผู้ป่วยในการใช้ยาได้ [1]

ข้อควรระวังที่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา

ถึงแม้ว่ายาเม็ดอมใต้ลิ้นจะออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว แต่ในทางปฏิบัติอาจมีปัจจัยที่ส่งผลต่อความเร็วในการออกฤทธิ์ของยาหรือระดับยาในกระแสเลือดได้หากใช้ยาไม่ถูกต้อง ข้อควรระวังที่ควรคำนึงถึง ได้แก่[3]

1. การกลืนหรือเคี้ยวเม็ดยาก่อนละลายหมด ยาเม็ดอมใต้ลิ้นจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการแตกตัว ละลายและดูดซึมผ่านเยื่อบุใต้ลิ้นเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง หากรีบกลืน เคี้ยว หรือดื่มน้ำตาม ตัวยาจะถูกลำเลียงเข้าสู่ทางเดินอาหาร ดูดซึมและเกิดการทำลายที่ตับได้ ทำให้ระดับยาในเลือดลดลงและออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ รวมถึงชะลอเวลาในการออกฤทธิ์ของยาอีกด้วย

2. พฤติกรรมที่มีผลต่อการไหลเวียนเลือดและสุขภาพช่องปาก การดูดซึมของยาขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเยื่อบุใต้ลิ้นและปริมาณเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณดังกล่าว การสูบบุหรี่อาจส่งผลให้หลอดเลือดหดตัว ทำให้ยาถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ช้าลง ขณะเดียวกันหากมีแผลหรือการอักเสบในช่องปากอาจทำให้การดูดซึมยาแปรปรวน ซึ่งจะส่งผลให้ควบคุมผลการรักษาได้ยาก

3. ภาวะปากแห้งหรือปริมาณน้ำลายที่ไม่เหมาะสม น้ำลายมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เม็ดยาแตกตัว หากมีภาวะปากแห้ง เม็ดยาอาจแตกตัวและละลายได้ช้าและออกฤทธิ์ไม่ทันต่อความเร่งด่วนในการใช้ยา ในทางกลับกันหากมีน้ำลายมากเกินไป อาจทำให้ตัวยาเจือจางและเพิ่มโอกาสที่ยาจะถูกกลืนลงสู่กระเพาะอาหารก่อนการดูดซึมจะเสร็จสมบูรณ์

4. การดื่มเครื่องดื่มที่รบกวนสมดุลกรด-ด่างในช่องปาก การดูดซึมยาผ่านเยื่อบุทำได้ดีที่สุดเมื่อยาอยู่ในรูปที่สามารถซึมผ่านผนังเยื่อบุได้ดี ซึ่งขึ้นกับค่าความเป็นกรด-ด่างของน้ำลาย การดื่มเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรดหรือด่างสูง เช่น กาแฟ น้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยว อาจรบกวนสภาพแวดล้อมในช่องปากและลดประสิทธิผลของยา

5. การใช้ผิดวิธี เช่น การนำยาเม็ดรับประทานทั่วไปมาใช้อมใต้ลิ้น ยาเม็ดอมใต้ลิ้นถูกออกแบบให้มีความจำเพาะกับการแตกตัวและปลดปล่อยยาให้ดูดซึมผ่านเยื่อบุใต้ลิ้น ซึ่งยาเม็ดรับประทานทั่วไปอาจขาดคุณสมบัติดังกล่าว หากนำมาใช้อมใต้ลิ้นจะไม่เกิดการดูดซึมที่มีประสิทธิภาพ และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้ยาไม่เหมาะสม

วิธีการใช้ทั่วไปสำหรับยารูปแบบยาอมใต้ลิ้น

ยาเม็ดอมใต้ลิ้นเป็นรูปแบบยาที่ต้องใช้วิธีการบริหารยาที่ถูกต้อง เพื่อให้ยาสามารถดูดซึมผ่านเยื่อบุใต้ลิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากการใช้ยาไม่เหมาะสม โดยวิธีการใช้ทั่วไปมีดังนี้ [3]

  1. วางเม็ดยาไว้ใต้ลิ้นโดยตรง ไม่ควรเคี้ยวหรือบดเม็ดยา เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนการดูดซึมของยา
  2. ระหว่างรอให้ยาเม็ดอมใต้ลิ้นละลาย ควรหายใจทางจมูก หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารและพยายามไม่กลืนน้ำลายบ่อยครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ยาถูกกลืนลงสู่กระเพาะอาหารก่อนดูดซึม
  3. ควรจัดท่าทางผู้ป่วยให้อยู่ในท่านั่งหรือเอนตัว ไม่ควรนอนราบ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสำลัก โดยเฉพาะในผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก

ยาอมใต้ลิ้นสำหรับบรรเทาอาการเจ็บเค้นหรือแน่นหน้าอกจากภาวะหัวใจขาดเลือด

สำหรับยาอมใต้ลิ้นที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บเค้นหรือแน่นหน้าอกจากภาวะหัวใจขาดเลือด ได้แก่ isosorbide dinitrate มีวิธีการใช้ที่เฉพาะเจาะจงดังนี้ [4,5]

สำหรับยาอมใต้ลิ้นที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บเค้นหรือแน่นหน้าอกจากภาวะหัวใจขาดเลือด ได้แก่ isosorbide dinitrate มีวิธีการใช้ที่เฉพาะเจาะจงดังนี้ [4,5]

1. เมื่อผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหัวใจขาดเลือดเกิดอาการเจ็บเค้นหรือปวดแน่นหน้าอก ควรหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ทันทีและนั่งหรือนอนพักในท่าที่เหมาะสม

2. วางเม็ดยา 1 เม็ดไว้ใต้ลิ้นและอมไว้ ปล่อยให้ยาละลายจนหมดตามวิธีการใช้ทั่วไปที่ได้กล่าวมา โดยอาการเจ็บเค้นหน้าอกควรจะดีขึ้นหลังจากอมยาไปแล้ว 5 นาที

3. หากอาการไม่ดีขึ้น สามารถอมยาซ้ำได้อีก 1 เม็ดพร้อมกับรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล

4. หากอาการยังไม่ดีขึ้นหลังจากอมยาเม็ดที่สองไปแล้ว 5 นาที และยังไม่ถึงโรงพยาบาล สามารถอมยาเม็ดที่สามได้อีก 1 เม็ด โดยรวมแล้วไม่ควรใช้เกิน 3 เม็ด

5. ข้อแนะนำเพิ่มเติม

- แนะนำให้ผู้ป่วยพกยาติดตัวอยู่เสมอ ระหว่างการใช้ยาไม่ควรเคี้ยวหรือกลืนยาเม็ดทั้งเม็ด หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มหรือรับประทานอาหาร และพยายามกลืนน้ำลายให้น้อยที่สุด

- ห้ามใช้ยาอมใต้ลิ้นชนิดนี้ในผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่ม phosphodiesterase inhibitors ร่วมด้วย โดยเฉพาะภายใน 24 ชั่วโมงหลังใช้ยา sildenafil หรือ vardenafil และภายใน 48 ชั่วโมงหลังใช้ยา tadalafil เนื่องจากอาจทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรง

- ในกรณีที่ใช้ยาเพื่อป้องกันอาการกำเริบ ควรอมยาก่อนเริ่มกิจกรรมที่คาดว่าจะกระตุ้นให้เกิดอาการอย่างน้อย 5-10 นาที

การเก็บรักษา

ยาเม็ดอมใต้ลิ้นควรเก็บรักษาในภาชนะปิดสนิท ที่อุณหภูมิไม่เกิน 30°C หลีกเลี่ยงการเก็บในบริเวณที่มีความร้อนหรือความชื้นสูง รวมถึงบริเวณที่สัมผัสแสงแดดโดยตรง เช่น ภายในรถยนต์หรือห้องน้ำ เนื่องจากอาจเร่งการเสื่อมสภาพของยา หลังจากเปิดภาชนะแล้ว ควรใช้ยาภายในระยะเวลาที่ระบุบนฉลากหรือตามคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ควรตรวจสอบสภาพยาก่อนใช้ทุกครั้ง หากพบว่าเม็ดยาเปลี่ยนสี แตกยุ่ย จับตัวเป็นก้อน หรือเมื่ออมแล้วไม่รู้สึกซ่าบริเวณใต้ลิ้นเหมือนปกติ อาจเป็นสัญญาณว่ายาเสื่อมสภาพ ควรหยุดใช้และปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์[6,7]

บทสรุป

ยาเม็ดอมใต้ลิ้นเป็นยาเทคนิคพิเศษรูปแบบหนึ่งที่ออกแบบเพื่อให้ตัวยาสามารถดูดซึมผ่านเยื่อบุใต้ลิ้นและออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว จึงเหมาะสำหรับการใช้ในภาวะที่ต้องบรรเทาอาการอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ประสิทธิภาพของยายังขึ้นอยู่กับวิธีการใช้และการเก็บรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงควรตรวจสอบสภาพยาก่อนใช้ทุกครั้ง ดังนั้นหากมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้ยาเม็ดอมใต้ลิ้นจะมีส่วนช่วยส่งเสริมความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิผลของการรักษาได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

  1. Ashok Thulluru, Nawaz Mahammed, C. Madhavi, K. Nandini, S. Sirisha, D. Spandana. Sublingual Tablets - An Updated Review. Asian J. Pharm. Res. 2019; 9(2):97-103.
  2. Hua S. Advances in Nanoparticulate Drug Delivery Approaches for Sublingual and Buccal Administration. Front Pharmacol. 2019; 10:1328. Published 2019 Nov 5.
  3. Kiran S, Bansal T. Sublingual Administration of Drugs: Be Cautious. Anesth Analg. 2016; 123(1):254.
  4. สภาเภสัชกรรม. คู่มือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม (สมรรถนะร่วม). นนทบุรี: สภาเภสัชกรรม; 2562. Available from: https://www.pharmacycouncil.org/index.php?catid=1&itemid=1433&option=content_detail&view=detail.
  5. IBM Micromedex® DRUGDEX® [Internet]. Greenwood Village (CO): IBM Watson Health; 2025. Nitroglycerin; Sublingual Administration. [cited 2025 Dec 28]. Available from: http://www.micromedexsolutions.com/.
  6. Nawarskas JJ, Koury J, Lauber DA, Felton LA. Open-Label Study of the Stability of Sublingual Nitroglycerin Tablets in Simulated Real-Life Conditions. Am J Cardiol. 2018; 122(12):2151-56.
  7. ฝ่ายเภสัชกรรม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. ยา หรือ...ระวังนะ! [Internet].กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2553 [สืบค้นเมื่อ 28 ธ.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก:https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=821.

คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
ยาเม็ดอมใต้ลิ้น อาการเจ็บเค้นหน้าอก isosorbide dinitrate วิธีการใช้ ข้อควรระวัง
 
คลิปความรู้เรื่องยา

EP.5 น้ำตาลตกจากยาเบาหวาน (Hypoglycemia from anti-diabetics)

ดูคลิปทั้งหมด

ข่าวยาล่าสุด
    ดูข่าวยาทั้งหมด


หน่วยคลังข้อมูลยา

447 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
 
ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Copyright © 2013-2020
 
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้