Loading…

ผลข้างเคียงของยาสัตว์เลี้ยงที่พบบ่อย: ผลข้างเคียงแบบไหนที่เจ้าของไม่ต้องตกใจ

ผลข้างเคียงของยาสัตว์เลี้ยงที่พบบ่อย: ผลข้างเคียงแบบไหนที่เจ้าของไม่ต้องตกใจ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สพ.ญ.นรรฆวี แสงกลับ

ภาควิชาสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

11 ครั้ง เมื่อ 2 ช.ม.ที่แล้ว
2026-06-10

ในการดูแลสัตว์เลี้ยงที่กำลังเจ็บป่วย การป้อนยาให้ครบตามคำสั่งสัตวแพทย์ถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา อย่างไรก็ตามเจ้าของหลายท่านมักเกิดความกังวลใจเมื่อพบว่าสัตว์เลี้ยงมีพฤติกรรมหรือร่างกายที่เปลี่ยนไปหลังจากได้รับยา จนบางครั้งตัดสินใจหยุดยาเองหรือปฏิเสธการรักษาต่อเพราะเข้าใจว่าเป็นอาการแพ้ยาที่อันตราย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยาหลายกลุ่มมีผลข้างเคียงที่พบได้เป็นปกติที่เกิดขึ้นได้จากกลไกของยาและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งเจ้าของควรทำความเข้าใจเพื่อลดความกังวลและช่วยให้การรักษาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง (1,2) โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและไม่เป็นอันตรายในสัตว์เลี้ยงของยาแต่ละกลุ่มกัน

1. กลุ่มยาสเตียรอยด์ (Glucocorticoids)

ยาในกลุ่มนี้ เช่น Prednisolone มักถูกใช้เพื่อลดการอักเสบ รักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือกดภูมิคุ้มกัน ผลข้างเคียงที่เจ้าของจะพบได้อย่างชัดเจนและเป็นเรื่องปกติของยากลุ่มนี้คือ:

- กินเก่งขึ้น (Polyphagia): สัตว์จะดูหิวตลอดเวลา 

- ดื่มน้ำมากและปัสสาวะมาก (Polydipsia/Polyuria): เพราะยามีฤทธิ์แทรกแซงการทำงานของฮอร์โมนควบคุมสมดุลน้ำ ทำให้สัตว์กินน้ำเยอะและเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติ (1,3)

- หอบ (Panting): มักพบในสุนัข แม้จะอยู่ในที่เย็น

ข้อแนะนำ: ไม่ควรจำกัดน้ำในสัตว์เลี้ยงช่วงที่ได้รับยากลุ่มนี้ เพราะร่างกายจำเป็นต้องขับน้ำตามกลไกของยา การจำกัดน้ำหรือให้สัตว์เลี้ยงได้รับน้ำไม่เพียงพออาจทำให้สัตว์เกิดภาวะขาดน้ำได้ (1)

 

2. กลุ่มยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)

ยาฆ่าเชื้อหลายชนิด เช่น Amoxicillin/Clavulanate หรือ Clindamycin อาจทำให้เกิดการรบกวนของเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่น (Normal Flora) ในทางเดินอาหารได้ (4) โดยอาจเกิดอาการดังนี้

- ถ่ายนิ่มหรือท้องเสียเล็กน้อย: หากสัตว์ยังร่าเริงและกินอาหารได้ปกติ อาการถ่ายนิ่มถือเป็นผลข้างเคียงที่พบได้และไม่เป็นอันตราย

- อาการคลื่นไส้: บางตัวอาจมีน้ำลายไหลมากกว่าปกติหรืออาเจียนออกมา 1-2 ครั้งหลังกินยาเนื่องจากการระคายเคืองกระเพาะอาหาร (2,4) แต่หากพบว่ามีการอาเจียนต่อเนื่องมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์โดยเร็ว

ข้อแนะนำ: หากสัตวแพทย์ไม่ได้ระบุให้กินตอนท้องว่าง การให้ยากลุ่มนี้พร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันทีจะช่วยลดการระคายเคืองและลดโอกาสการอาเจียนได้ (2)

 

3. กลุ่มยาระงับประสาทและยาลดปวด (Sedatives & Analgesics)

ยาแก้ปวดกลุ่มฝิ่น (Opioids) หรือยาที่ใช้คุมอาการชักและลดความวิตกกังวล (เช่น Gabapentin, Phenobarbital) มีผลโดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง

- อาการง่วงซึม (Sedation):สัตว์อาจจะดูนิ่งขึ้น นอนมากขึ้น หรือเดินเซเล็กน้อย (Ataxia) ในช่วง 2-3 วันแรกของการเริ่มยา (1,5)

- รูม่านตาขยาย (Mydriasis):พบได้บ่อยในแมวที่ได้รับยาแก้ปวดบางกลุ่ม

 

อาการแบบไหนที่เรียกว่าผิดปกติ และต้องรีบพบสัตวแพทย์

แม้ผลข้างเคียงข้างต้นจะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เจ้าของควรสังเกตสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงการแพ้ยาหรือ ผลข้างเคียงรุนแรง ดังนี้: (1,2)

- ใบหน้าบวม ตาบวม หรือมีผื่นแดงขยับขยายตามตัว

- อาเจียนอย่างรุนแรง พยายามขย้อนตลอดเวลา

- หายใจลำบาก หอบหืด หรือหายใจมีเสียงดัง

- เหงือกมีสีซีดหรือม่วงคล้ำ

- มีเลือดออกผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด หรืออาเจียนเป็นเลือด

 

แน่นอนว่าการสังเกตเห็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในสัตว์เลี้ยงของเราเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม หากพบอาการที่ระบุไว้ในหัวข้อผลข้างเคียงที่พบได้เป็นปกติ แนะนำให้เจ้าของสังเกตอาการต่อไปและให้ยาตามคำสั่งของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด แต่หากมีความกังวลหรือความไม่สบายใจ การโทรปรึกษาโรงพยาบาลสัตว์ที่ทำการรักษาเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อยืนยันว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณจริง ๆ (5)

Photo by: Gemini

แหล่งอ้างอิง/ที่มา

1. Plumb DC. Plumb's Veterinary Drug Handbook. 9th ed. Ames, Iowa: Wiley-Blackwell; 2018.

2. Maddison JE, Page SW, Church D. Small Animal Clinical Pharmacology. 2nd ed. Edinburgh: Elsevier Saunders; 2008.

3. Behrend EN. Glucocorticoid therapy in dogs and cats. In: Bonagura JD, Twedt DC, editors. Kirk's Current Veterinary Therapy XV. St. Louis: Elsevier Saunders; 2014. p. 224-230.

4. Papich MG. Antibiotic choices for common infections. Veterinary Clinics: Small Animal Practice. 2006;36(5):1003-22.

5. KuKanich B. Outpatient oral analgesics in dogs and cats beyond nonsteroidal anti-inflammatory drugs: an evidence-based approach. Veterinary Clinics: Small Animal Practice. 2013;43(5):1109-25.

เกี่ยวกับคณะเภสัชศาสตร์
คลังความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด
ประดิษฐ์ หุตางกูร
คณบดีท่านแรกของคณะเภสัชศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Copyright © 2021 - 2026
งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
การใช้และการจัดการคุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา