Loading…

กัวร์กัม (Guar Gum): ใยอาหารทางเลือก ตัวช่วยดูแลสมดุลไขมันและน้ำตาลในเลือด

กัวร์กัม (Guar Gum): ใยอาหารทางเลือก ตัวช่วยดูแลสมดุลไขมันและน้ำตาลในเลือด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ถาวรีย์ ถิละเวช

ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

15 ครั้ง เมื่อ 14 นาทีที่แล้ว
2026-02-09

ในปัจจุบันที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวานและไขมันในเลือดสูง กำลังเป็นปัญหาสุขภาพหลักของคนไทย "กัวร์กัม" จึงเป็นชื่อของสารอาหารที่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น ไม่ใช่ในฐานะวัตถุเจือปนอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ในฐานะ "ใยอาหารละลายน้ำ" (soluble dietary fiber) ประสิทธิภาพสูงจากธรรมชาติ ที่ได้รับการรับรองจาก หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority หรือ EFSA) ว่ามีส่วนช่วยดูแลสุขภาพได้จริง หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

กัวร์กัม คืออะไร?

กัวร์กัม เป็นใยอาหารธรรมชาติที่สกัดมาจากเมล็ดของต้นถั่วกัวร์ (Cluster bean) มีคุณสมบัติเด่นคือเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำ เมื่อโดนน้ำจะพองตัวและมีความหนืดคล้ายวุ้นหรือเจล ซึ่งความหนืดนี้เองคือกุญแจสำคัญที่ช่วยดูแลสุขภาพของเรา

ประโยชน์สำคัญต่อสุขภาพ

จากการรวบรวมงานวิจัยและการประเมินทางวิชาการโดย EFSA ยืนยันประโยชน์หลัก 2 ประการ ดังนี้

  1. ช่วยคงระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้อยู่เกณฑ์ให้ปกติ โดยทำหน้าที่ดักจับน้ำดีในลำไส้ ส่งผลให้ร่างกายต้องดึงคอเลสเตอรอลในเลือดมาสร้างน้ำดีทดแทน ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลงหรือคงอยู่ในระดับปกติ ปริมาณที่เห็นผล: ต้องได้รับกัวร์กัม 10 กรัม ต่อวัน โดยแบ่งรับประทานพร้อมมื้ออาหารครั้งละ 3-5 กรัม
  2. ช่วยลดระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหาร โดยความหนืดของกัวร์กัมจะชะลอการดูดซึมแป้งและน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหารไม่พุ่งสูงเร็วเกินไป ปริมาณที่เห็นผล: ต้องได้รับกัวร์กัม 4 กรัม พร้อมมื้ออาหาร หรือผสมในเครื่องดื่มดื่มพร้อมข้าวทันที

ใครบ้างที่ควรรับประทาน?

  1. กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน หรือ ผู้ที่ต้องการคุมน้ำตาล เพราะกัวร์กัมช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลทันทีหลังมื้ออาหาร
  2. ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูงเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเห็นผลชัดเจนที่สุดในการลดระดับคอเลสเตอรอลรวม (total cholesterol) และไขมันเลว (LDL-C) 
  3. คนทั่วไปที่สุขภาพดี เพื่อเพิ่มใยอาหารให้ร่างกาย รวมถึงการป้องกันและรักษาระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดให้ให้คงที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ

ข้อควรระวังและวิธีรับประทานให้ปลอดภัย

กัวร์กัม มีคุณสมบัติ "ดูดน้ำและพองตัวเร็วมาก" การทานผิดวิธีอาจเกิดอันตรายจากการอุดตันได้ ข้อแนะนำที่ถูกต้องดังนี้

  • ดื่มน้ำตามมาก ๆ: กัวร์กัมชอบดูดน้ำ หากดื่มน้ำน้อยเกินไป อาจทำให้ท้องผูก หรือเกิดการอุดตันในหลอดอาหารได้ แนะนำให้ดื่มน้ำตามอย่างน้อย 1-2 แก้วใหญ่เสมอ
  • ห้ามรับประทานแบบผงแห้ง: ต้องผสมน้ำและคนให้ละลายก่อนดื่ม หรือผสมในอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ห้ามเทผงใส่ปากโดยตรงเด็ดขาด เพราะอาจสำลักและอุดหลอดลมได้
  • เริ่มจากปริมาณน้อย ๆ: ในช่วงแรก อาจเกิดอาการท้องอืด มีลมในท้อง หรือถ่ายเหลวได้ ซึ่งเป็นอาการปกติของการรับประทานใยอาหาร แนะนำให้เริ่มทานทีละน้อย (เช่น 2-3 กรัมต่อวัน) เพื่อให้ร่างกายปรับตัว
  • ระวังเรื่องยา: หากท่านมียาประจำตัวที่ต้องทาน ควรเว้นระยะห่างจากการทานกัวร์กัมอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะความหนืดของมันอาจไปลดการดูดซึมยาได้

สรุป

"กัวร์กัม" เป็นตัวช่วยเสริมสุขภาพที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมไขมันและน้ำตาลในเลือด ในระยะเริ่มต้นโดยไม่ต้องพึ่งยา แต่สิ่งสำคัญคือ "ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ" และรับประทานควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม การออกกำลังกาย และการคุมอาหารหลัก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อสุขภาพ

แหล่งอ้างอิง/ที่มา
  1. Alaeian MJ, Pourreza S, Yousefi M, Golalipour E, Setayesh L, Khosroshahi MZ, et al. The effects of guar gum supplementation on glycemic control, body mass and blood pressure in adults: A GRADE-assessed systematic review and meta-analysis of randomized clinical trials. Diabetes Res Clin Pract. 2023;199:110604.
  2. EFSA Panel on Dietetic Products, Nutrition and Allergies (NDA). Scientific Opinion on the substantiation of health claims related to guar gum and maintenance of normal blood glucose concentrations (ID 794), increase in satiety (ID 795) and maintenance of normal blood cholesterol concentrations (ID 808) pursuant to Article 13 (1) of Regulation (EC) No 1924/2006. EFSA J. 2010;8(2):1464.
  3. U.S. Food and Drug Administration. Review of the scientific evidence on the physiological effects of certain non-digestible carbohydrates [internet]. 2018. [เข้าถึงเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.fda.gov/media/113659/download.
  4. Wang N, Pan D, Guo Z, Xiang X, Wang S, Zhu J, et al. Effects of guar gum on blood lipid levels: A systematic review and meta-analysis on randomized clinical trials. J Funct Foods. 2021;85:104605.
  5. กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2563 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 2). ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่มที่ 137, ตอนพิเศษ 237 ง (ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2563).
เกี่ยวกับคณะเภสัชศาสตร์
คลังความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด
ประดิษฐ์ หุตางกูร
คณบดีท่านแรกของคณะเภสัชศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Copyright © 2021 - 2026
งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
การใช้และการจัดการคุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา