บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน


ฐานข้อมูลชื่อวิทยาศาสตร์ของพืช
ตอนที่ 1: The International Plant Names Index (IPNI)


อาจารย์ ดร.ภานุพงษ์ พงษ์ชีวิน
ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
อ่านแล้ว 22,622 ครั้ง  
ตั้งแต่วันที่ 27/05/2558
อ่านล่าสุด 8 ช.ม.ที่แล้ว
https://tinyurl.com/y9npdjfo
Scan เพื่ออ่านบนมือถือของคุณ https://tinyurl.com/y9npdjfo
 


ผู้ที่ต้องใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ของพืช เช่น นักวิชาการ นักวิจัย ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับพืชสมุนไพร เป็นต้น อาจพบกับปัญหาหลายอย่าง เช่น พืชชนิดเดียวมีชื่อวิทยาศาสตร์มากกว่า 1 ชื่อ หรือชื่อวิทยาศาสตร์เดียวกันแต่สะกดต่างกัน หรือ ชื่อวงศ์ (family) ของพืชหลายๆ ชนิดเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากผลการศึกษาด้านดีเอ็นเอของพืชพบว่าแตกต่างกัน เป็นต้น

เพื่อให้เกิดความกระจ่าง สำหรับนักวิชาการและคนที่เกี่ยวข้องที่ต้องใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ของพืช เพื่อสืบค้นข้อมูล หรืออ้างอิงในงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับพืช บทความชุด "ฐานข้อมูลชื่อวิทยาศาสตร์ของพืช" จึงได้นำเสนอวิธีการสืบค้นชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชจากฐานข้อมูลที่เชื่อถือ ได้

ชื่อวิทยาศาสตร์มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยป้องกันความสับสนอันเนื่องมาจากชื่อพื้นเมืองที่แตกต่างกันตามเชื้อชาติ สำเนียง ภาษา และความเข้าใจของแต่ละคน การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชต้องอยู่ภายใต้กฎการตั้งชื่อพืชที่มีชื่อเต็มๆ ว่า International Code of Nomenclature for algae, fungi, and plants หรือเรียกสั้นๆ ว่า Melbourne Code แต่การทำความเข้าใจกฎดังกล่าวต้องใช้เวลามากเหมือนข้อกฎหมายที่ประกอบด้วยมาตราต่างๆ จำนวนมาก ทำให้ปัจจุบันมีการจัดสร้างฐานข้อมูลทางอนุกรมวิธานพืชขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสืบค้นชื่อวิทย์ฯ ที่ถูกต้องได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยฐานข้อมูลที่จะแนะนำ ประกอบด้วย The International Plant Names Index (IPNI), The Plant List, และ ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย : เต็ม สมิตินันทน์ สำหรับครั้งนี้ขอแนะนำฐานข้อมูล The International Plant Names Index: (The International Plant Names Index, 2012) หรือเรียกสั้นๆ ว่า ฐานข้อมูล IPNI เป็นอันดับแรก

ฐานข้อมูล IPNI เกิดจากความร่วมมือระหว่าง The Royal Botanic Gardens, Kew ประเทศอังกฤษ, The Harvard University Herbaria ประเทศสหรัฐอเมริกา และ Australian National Herbarium ประเทศออสเตรเลีย โดยคณะทำงานประกอบด้วยนักอนุกรมวิธานพืช ทำหน้าที่ประมวลชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชเกือบทุกชนิดที่ถูกสำรวจพบแล้วบนโลก



ชื่อวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ชื่อสกุล (generic name) คำระบุชนิด (specific epithet) และชื่อผู้ตั้งชื่อพืช (author name) ยกตัวอย่างเช่น "กันภัยมหิดล" มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Afgekia mahidoliae B.L.Burtt & Chermsir. โดย

Afgekia คือ ชื่อสกุล

mahidoliae คือ คำระบุชนิด

B.L.Burtt & Chermsir. คือ ชื่อผู้ตั้งชื่อพืช

ชื่อวิทยาศาสตร์นอกจากเขียนแบบตัวเอน (เฉพาะ 2 ส่วนแรกแล้ว) สามารถเขียนเป็นแบบอื่นได้ เช่น Afgekia mahidoliae B.L.Burtt & Chermsir. (ตัวเข้มเฉพาะ 2 ส่วนแรก) หรือ Afgekia mahidoliae B.L.Burtt & Chermsir. (ขีดเส้นใต้ 2 ส่วนแรก แต่เส้นใต้ต้องแยกกัน) แต่ถ้าไม่อยากเป็นคนเชยตกยุคต้องเขียนแบบแรก (ใช้ตัวเอน) เท่านั้น

ข้อมูลที่ค้นได้จากฐานข้อมูล IPNI ประกอบด้วย 1) ชื่อพืช 2) ผู้ตั้งชื่อพืช และ 3) เอกสารอ้างอิงด้านอนุกรมวิธานพืช (ภาพที่ 2)



ชื่อพืชในฐานข้อมูลที่สืบค้นได้ ประกอบด้วยชื่อวงศ์ (family) ชื่อสกุล (genus) ชื่อชนิด (species) รวมถึงชื่อของลำดับชั้นที่ต่ำกว่าวงศ์ สกุล หรือชนิด โดยฐานข้อมูลจะแสดงผลของชื่อพืชทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง (ภาพที่ 3)



ชื่อผู้ตั้งชื่อพืชเป็นชื่อของนักอนุกรมวิธานที่ตั้งชื่อพืช ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้แบบย่อ และการย่อที่ถูกต้องตามหลักสามารถค้นได้จากฐานข้อมูล IPNI เช่น การย่อชื่อของ Carl Linneaus ซึ่งเป็นนักพฤษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงตั้งชื่อพืชเป็นจำนวนมาก ที่ถูกต้องคือ L. ไม่ใช่ Linn. และ Linné

สำหรับเอกสารอ้างอิงทางอนุกรมวิธานพืชนั้นจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการตั้งชื่อพืช หรือลักษณะของพืชแต่ละชนิด ซึ่งเอกสารอ้างอิงบางส่วนฐานข้อมูลจะมีลิงค์ให้ดาวน์โหลดเอกสารได้

วารสารวิชาการส่วนใหญ่จะให้ผู้เขียนต้นฉบับงานวิจัยตรวจสอบการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์และการย่อชื่อผู้ตั้งชื่อพืชที่ถูกต้องจากฐานข้อมูล IPNI แทบทั้งสิ้น

โดยสรุป ฐานข้อมูล IPNI ช่วยให้เขียนชื่อวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง แต่ในครั้งต่อไปจะพูดถึงฐานข้อมูล The Plant List ซึ่งจะให้ความกระจ่างในกรณีที่ชื่อวิทย์ฯ มีความสับสน มีมากกว่า 1 ชื่อ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าชื่อไหนเป็นชื่อที่ถูกต้อง ที่เราต้องใช้



เอกสารอ้างอิง

  1. The International Plant Names Index (2012). Published on the Internet [accessed 22 May 2015].


บทความที่ถูกอ่านล่าสุด



อ่านบทความทั้งหมด



ข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์บทความ:
บทความในหน้าที่ปรากฎนี้สามารถนำไปทำซ้ำเพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ได้ ทั้งนี้การนำไปทำซ้ำนั้นยังคงต้องปรากฎชื่อผู้แต่งบทความ และห้ามตัดต่อหรือเรียบเรียงเนื้อหาในบทความนี้ใหม่โดยเด็ดขาด และกรณีที่ท่านได้นำบทความนี้ไปใช้ในเว็บเพจของท่าน ให้สร้าง Hyperlink เพื่อสร้าง link อ้างอิงบทความนี้มายังหน้านี้ด้วย

-

 ปรับขนาดอักษร 

+

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

ดูเบอร์ติดต่อหน่วยงานต่างๆ | ดูข้อมูลการเดินทางและแผนที่

เว็บไซต์นี้ออกแบบและพัฒนาโดย งานเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนการสอน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
Copyright © 2013-2020