ยาฆ่าเชื้อกับการตั้งครรภ์และให้นมบุตร
|
นศภ. ชนัญญา สุขโสภณ นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล |
|
| 434,993 ครั้ง เมื่อ 9 นาทีที่แล้ว | |
| 2014-10-26 |
“ปวดหัว ตัวร้อน มีไข้สูงขณะตั้งครรภ์ มียาแก้อักเสบอยู่ที่บ้านรับประทานได้ไหมค่ะ?” “ ต้องให้นมลูก แต่ไม่สบายมากทำยังไงดีค่ะ” คำถามเหล่านี้แสดงให้เห็นโดยทั่วกันว่า มารดาเมื่อตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่นั้นให้ความสำคัญและมีความระมัดระวังต่อการใช้ยาค่อนข้างมาก เนื่องจากยาจำนวนไม่น้อยสามารถผ่านสายรก หรือละลายน้ำแล้วขับออกทางน้ำนม ซึ่งอาจส่งผลผลกระทบต่อทารกในครรภ์หรือต่อทารกที่ดื่มนมแม่อยู่ได้ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ยาทุกตัวที่สามารถผ่านสายรก หรือขับออกทางน้ำนมและส่งผลต่อทารก ดังนั้น การเลือกใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรจึงมีความซับซ้อน ยาที่ร้านยามักจ่ายเพื่อบรรเทาอาการไม่สบายและค่อนข้างมีปัญหาในการเลือกใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรที่พบได้บ่อยคือ“ยาปฏิชีวนะ”
ยาปฏิชีวนะ หรือที่ชาวบ้านคุ้นเคยที่เรียกกันว่า “ยาฆ่าเชื้อ” บางครั้งเรียกกันผิดๆ ว่า “ยาแก้อักเสบ” เป็นยาที่ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียจากภาวะติดเชื้อของร่างกาย ยาปฏิชีวนะที่เป็นยารับประทานมีอยู่หลายกลุ่ม ดังตารางต่อไปนี้
โดยสรุปแล้วยากลุ่ม Penicillinและ Cephalosporin ค่อนข้างมีความปลอดภัยเมื่อใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ถ้ามีประวัติแพ้ยากลุ่มดังกล่าว ควรเปลี่ยนเป็นยากลุ่ม Clindamycin หรือ Macrolide เช่น Erythromycin และ Azithromycin ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของโรค อย่างไรก็ตามหากมีข้อสงสัยในการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง
|
น้ำมันหอมระเหย...ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ 1 นาทีที่แล้ว |
|
ดอกคาโมมายล์ 1 นาทีที่แล้ว |
|
พลาสติกแบบไหนที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ 1 นาทีที่แล้ว |
|
การฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีซี (UVC) 2 นาทีที่แล้ว |
|
โรคพิษสุนัขบ้า ร้ายแรง แต่ป้องกันได้! 2 นาทีที่แล้ว |
|
ยาทาสเตียรอยด์สำหรับโรคผิวหนัง 2 นาทีที่แล้ว |
|
“เห็ด” แหล่งอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ 2 นาทีที่แล้ว |
|
การใช้ยาในหญิงมีครรภ์ : ข้อแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อทารกในครรภ์ 2 นาทีที่แล้ว |
|
ปัสสาวะเปลี่ยนสีหลังกินยา 3 นาทีที่แล้ว |
|
ฐานข้อมูลชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชตอนที่ 1: The International Plant Names Index (IPNI) 3 นาทีที่แล้ว |
|
|
ที่เกี่ยวข้อง
หน่วยงานภายในคณะฯ
HTML5 Bootstrap Font Awesome