Loading…

ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่จากอาการท้องเสียและอาเจียน: ปัญหาสำคัญในผู้สูงอายุที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่จากอาการท้องเสียและอาเจียน: ปัญหาสำคัญในผู้สูงอายุที่ไม่ควรมองข้าม

อาจารย์ ดร. ภญ.กัลยาณี โตนุ่ม

ภาควิชาสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

2,274 ครั้ง เมื่อ 2 ช.ม.ที่แล้ว
2025-07-14

ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการท้องเสียและ/หรืออาเจียน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญหลายระบบ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ภาวะเพ้อ หกล้มและกระดูกหัก การบาดเจ็บของไต และการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิตที่สูงขึ้น การประเมินภาวะขาดน้ำอย่างเหมาะสมและการเลือกแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในประชากรสูงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและมีความเปราะบางต่อภาวะดังกล่าว

1. ความชุกและผลกระทบของภาวะขาดน้ำในผู้สูงอายุ

แม้ว่าภาวะขาดน้ำจะเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไป แต่กลับถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะในประชากรผู้สูงอายุที่พักอาศัยในสถานดูแลหรือโรงพยาบาล ซึ่งมีอัตราการเกิดภาวะนี้สูงถึงร้อยละ 17–28 ผลกระทบที่ตามมามีตั้งแต่ความผิดปกติเล็กน้อย เช่น ความเหนื่อยล้า ความสับสน ไปจนถึงภาวะรุนแรง เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน และการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิตที่สูงขึ้น

2. กลไกทางสรีรวิทยาที่เกี่ยวข้องกับภาวะขาดน้ำในผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาหลายประการที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ได้แก่

2.1 ความรู้สึกกระหายน้ำลดลง กลไกควบคุมความกระหายน้ำที่สมองตอบสนองต่อการกระตุ้นได้น้อยลง

2.2 การทำงานของไตลดลง ไตมีความสามารถในการขับของเสียและการทำให้ปัสสาวะเข้มข้นลดลง ส่งผลให้สูญเสียน้ำมากขึ้น

2.3 ปริมาณน้ำในร่างกายลดลง เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อน้อยลงและมีไขมันเพิ่มขึ้น ทำให้ความสามารถในการรักษาสมดุลน้ำลดลง (เนื้อเยื่อไขมันมีน้ำประมาณ 11% ขณะที่เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อมีน้ำประมาณ 75%)

2.4 ความบกพร่องทางความคิด เช่น ภาวะสมองเสื่อม หรือภาวะเพ้อ อาจทำให้ลืมดื่มน้ำหรือสื่อสารความต้องการไม่ได้

2.5 การใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรค และยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาระบาย หรือยาลดความดันบางกลุ่ม อาจเพิ่มการสูญเสียน้ำและเกลือแร่

3. การประเมินภาวะขาดน้ำในผู้สูงอายุ

การประเมินภาวะขาดน้ำในผู้สูงอายุทำได้ยากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากลักษณะผิวหนังเปลี่ยนแปลงตามวัย เช่น ผิวแห้งหรือหย่อนคล้อย แม้ไม่มีการสูญเสียน้ำจริง โดยพบว่าชั้นผิว epidermal จะบางลง 10-50% ในช่วงอายุ 30-80 ปี ซึ่งส่งผลต่อการช่วยกักเก็บน้ำในชั้นผิวได้ลดลง

4. แนวทางการดูแลรักษา

การให้สารน้ำทางปาก (oral rehydration therapy, ORT) เป็นแนวทางหลักในการรักษาภาวะขาดน้ำระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยควรเลือก ORS (oral rehydration solution) ตามสูตรมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ที่มีความสมดุลของโซเดียมและกลูโคสเหมาะสม  (Na 75 mmol/L, glucose 75 mmol/L, osmolarity ประมาณ 245 mOsm/L) หรือเกลือแร่ชนิดที่ระบุว่าใช้สำหรับรักษาอาการท้องเสียเพื่อให้ดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ดึงน้ำกลับเข้าสู่ลำไส้ (การดูดซึมของโซเดียมและกลูโคสจะผ่าน SGLT1 transporter ที่ลำไส้เล็ก) แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับสารน้ำทางปากได้ เช่น มีอาการอาเจียนรุนแรง ซึม หรือมีภาวะช็อก ควรรีบส่งต่อโรงพยาบาลเพื่อรับสารน้ำทางหลอดเลือด (intravenous fluids) อย่างเร่งด่วน

ดังนั้นการตระหนักในเรื่องของภาวะขาดน้ำจากอาการท้องเสียหรืออาเจียน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ควรละเลย เนื่องจากอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง การเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายหรือทางสรีรวิทยาของผู้สูงอายุ รวมถึงการประเมินอาการ และการเลือกใช้เกลือแร่ที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

Image: Freepik

แหล่งอ้างอิง/ที่มา
  1. Shizhen Li, et al. Hydration Status in Older Adults: Current Knowledge and Future Challenges. Nutrients. 2023;15(3):620.
  2. Warren JL, et al. The burden and outcomes associated with dehydration among U.S. elderly, 1991. Am J Public Health. 1994;84(8):1265–9.
  3. Phillips PA, Rolls BJ, Ledingham JG, et al. Reduced thirst after water deprivation in healthy elderly men. N Engl J Med. 1984;311(12):753–9.
  4. Zorina A, et al. Molecular mechanisms of changes in homeostasis of the dermal extracellular matrix: both involutional and mediated by ultraviolet radiation. Int J Mol Sci. 2022;23(12):6655.
  5. World Health Organization. Oral Rehydration Salts: Production of the New ORS. Geneva: WHO; 2006.

บทความที่ถูกอ่านล่าสุด

แคลเซียมกับโรคกระดูกพรุน ตอนที่ 1 ? 1 วินาทีที่แล้ว
ยาลดไขมันในเลือดชนิดฉีด 1 วินาทีที่แล้ว
ยาที่ไม่ควรกินร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 10 วินาทีที่แล้ว
ซูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) พระเอกหรือผู้ร้าย? 12 วินาทีที่แล้ว
อันตรายจากการบริโภควิตามินมากเกิน 18 วินาทีที่แล้ว
บรรจุภัณฑ์บ่งชี้ร่องรอยการแกะ (Tamper-Evident Packaging): ตอนที่ 9 19 วินาทีที่แล้ว
กลูโคซามีนซัลเฟต (glucosamine sulphate) กับโรคข้อเสื่อม (osteoarthristis) 19 วินาทีที่แล้ว
กระชายดำกับสมรรถภาพทางเพศชาย 20 วินาทีที่แล้ว
สมุนไพรป้องกันยุง 20 วินาทีที่แล้ว
ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพร 20 วินาทีที่แล้ว

อ่านบทความทั้งหมด

เกี่ยวกับคณะเภสัชศาสตร์
คลังความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน บทความความรู้สู่ประชาชน

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด

ความสำเร็จของวิชาชีพเภสัชกรรม เกิดจากความรู้ที่สามารถทำให้ผู้บริโภคยา มีการเสี่่ยงต่ออันตรายจากยาที่ใช้ให้น้อยที่สุด แต่ได้รับผลในการป้องกัน หรือบำบัดโรคมากที่สุด
ประดิษฐ์ หุตางกูร
คณบดีท่านแรกของคณะเภสัชศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

447 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Copyright © 2021 - 2026
งานเทคโนโลยีสารสนเทศฯ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
การใช้และการจัดการคุกกี้
เราใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง การเปิดให้ใช้คุณสมบัติทางโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าเว็บไซต์ของเรา