ฝากไข่ : ข้อควรรู้ของผู้หญิงยุคใหม่
|
ภญ. กชรัตน์ ชีวพฤกษ์ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล |
|
| 4,847 ครั้ง เมื่อ 3 ช.ม.ที่แล้ว | |
| 2024-07-04 |
การฝากไข่หรือการแช่แข็งไข่ คือ กระบวนการนำเซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ของผู้หญิงออกมาเก็บรักษานอกร่างกายที่อุณหภูมิเย็นจัด (ต่ำกว่า -196 องศาเซลเซียส) เพื่อคงสภาพเซลล์ไข่ไว้สำหรับการวางแผนมีบุตรในอนาคต โดยปกติการฝากไข่สามารถทำได้ทุกช่วงอายุ แต่เนื่องจากคุณภาพและจำนวนเซลล์ไข่ของผู้หญิงจะลดลงตามอายุที่มากขึ้น ดังนั้นช่วงอายุที่แนะนำให้ฝากไข่คือ 25-35 ปี เพราะเป็นช่วงอายุที่ยังสามารถผลิตจำนวนไข่ที่มีคุณภาพสูงได้ ทั้งนี้ยังขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลอีกด้วย จำนวนไข่ที่แนะนำให้แช่แข็งโดยเฉลี่ย คือ 15-20 ใบ
1. การตรวจร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อม
โดยปกติจำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับฮอร์โมนที่บ่งบอกการทำงานของรังไข่ เช่น Estradiol (E2), Luteinizing Hormone (LH), Follicle Stimulating Hormone (FSH) และฮอร์โมนที่บ่งบอกปริมาณสำรองของไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ (Anti-Mullerian Hormones; AMH) ตรวจหาโรคติดเชื้อ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ซิฟิลิส โรคเอดส์ ตรวจหาโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย และตรวจอัลตราซาวด์รังไข่
2. การกระตุ้นรังไข่
หลังจากที่ตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะวางแผนกระตุ้นรังไข่โดย ใช้ยาดังต่อไปนี้
ในระหว่างขั้นตอนของการกระตุ้นไข่คนไข้จะได้ยาในกลุ่ม Gonadotropins และ GnRH antagonist เพื่อรักษาระดับฮอร์โมน FSH และ LH ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของไข่ให้พร้อมสำหรับการเก็บ ดังนั้นจึงควรระวังหรือหลีกเลี่ยงยาบางประเภทที่มีผลต่อระดับของฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้ ดังนี้
ดังนั้นหากคนไข้มีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาใดๆ ในระหว่างกระบวนการการฝากไข่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อประเมินความเหมาะสมและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และหากมีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรใช้ในปริมาณและระยะเวลาที่แพทย์แนะนำเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
การใช้ฮอร์โมนระหว่างการกระตุ้นไข่ อาจทำให้เกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นเกิน (Ovarian hyperstimulation syndrome : OHSS) ผลที่ตามมาทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ท้องอืด ปวดท้อง คลื่นไส้ ปวดศีรษะ เป็นต้น และในขั้นตอนการเก็บไข่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดูดไข่ออกมาอาจทำให้เกิดเลือดออก ส่งผลให้มีอาการปวดท้องน้อยประมาณ 1-2 วัน หรือมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อในช่องท้องได้
|
ยาเหลือใช้ ปลอดภัยหรือไม่? “รอบรู้เรื่องยา ปรึกษาเภสัชฯ ลดยาเหลือใช้ ปลอดภัย ปลอดโรค” 1 วินาทีที่แล้ว |
|
บรรจุภัณฑ์บ่งชี้ร่องรอยการแกะ (Tamper-Evident Packaging): ตอนที่ 10 2 วินาทีที่แล้ว |
|
น้ำมันหอมระเหย...ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ 3 วินาทีที่แล้ว |
|
ผู้บริโภคกับการตรวจสอบคุณภาพ 4 วินาทีที่แล้ว |
|
หน้ากากอนามัยกับโควิด-19 5 วินาทีที่แล้ว |
|
น้ำมันมะพร้าวรักษาโรค อัลไซม์เมอร์ (Alzheimer ) ได้จริงหรือ 6 วินาทีที่แล้ว |
|
ยาที่ไม่ควรกินร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 18 วินาทีที่แล้ว |
|
น้ำมันมะพร้าว กับ การลดน้ำหนัก 18 วินาทีที่แล้ว |
|
“เห็ด” แหล่งอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ 1 นาทีที่แล้ว |
|
สเต็มเซลล์ (Stem Cell); เซลล์ต้นกำเนิด ตอนที่1: สเต็มเซลล์คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร? 1 นาทีที่แล้ว |
|
|
ที่เกี่ยวข้อง
หน่วยงานภายในคณะฯ
HTML5 Bootstrap Font Awesome