ไอโอดีนกับสุขภาพ
|
รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.พิสมัย กุลกาญจนาธร ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล |
|
| 32,657 ครั้ง เมื่อ 2 นาทีที่แล้ว | |
| 2017-04-28 |
ไอโอดีน เป็นแร่ธาตุจำเป็นต่อร่างกาย เป็นส่วนประกอบของไธรอยด์ฮอร์โมน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาโบริก การสังเคราะห์โปรตีน การทำงานของเอ็นไซน์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาระบบโครงสร้าง และระบบประสาทของตัวอ่อนและทารก การขาดไอโอดีนในทารกและเด็กจะทำให้พัฒนาการทางสมองช้า มีระดับไอคิวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ และมีสมาธิสั้น ในผู้ใหญ่จะเกิดคอพอก มีผลต่อสภาวะจิตใจและประสิทธิภาพการทำงาน การขาดอย่างต่อเนื่องเกิดมะเร็งต่อมไทรอยด์
ภาพจาก : http://www.vitaminsall.com/wp-content/uploads/url.jpg
ไอโอดีนเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ จับอนุมูลอิสระในร่างกาย และยับยั้งผลของอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคความเสื่อมต่างๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ได้แก่ ข้อและกระดูก โรคเบาหวาน และโรคเกี่ยวกับตา เป็นต้น ไอโอดีนจะเสริมการสังเคราะห์คลอลาเจนทำให้แผลปิดเร็วขึ้น มีผลต่อหลอดเลือด กระดูกอ่อน และส่วนประกอบในลูกตา
ไอโอดีน เป็นธาตุที่ไม่ละลายน้ำ เป็นเกร็ดสีน้ำตาลเข้ม ระเหิดให้ไอสีม่วง ไอโอดีนที่อยู่ในอาหารมักอยู่ในรูปเกลือ “ไอโอไดด์” มีสีขาวและละลายน้ำดี พบได้ในอาหารทั่วไป พบมากในสาหร่ายและอาหารทะเล ไอโอไดด์ดูดซึมได้ดีและรวดเร็วในกระเพาะและลำไส้ใหญ่ สำหรับเกลือไอโอเดทที่มีความคงตัวมากว่าจะถูกรีดิวส์ในทางเดินอาหารและดูดซึมในรูปไอโอไดด์ เข้าสู่กระแสเลือดไปที่ต่อมไธรอยด์เพื่อสังเคราะห์ไธรอยด์ฮอร์โมน ส่วนที่เหลือจะขับถ่ายออกทางปัสสาวะ ในผู้ใหญ่สุขภาพสมบูรณ์จะมีไอโอดีน 15-20 มก. ซึ่งอยู่ในต่อมไธรอยด์ร้อยละ 70-80 ที่เหลืออยู่ในกล้ามเนื้อ เลือดและอวัยวะอื่นๆ คนทั่วไปที่รับประทานอาหารปกติ มักไม่ขาดไอโอดีน เพราะปริมาณไอโอดีนที่ร่างกายต้องการไม่มากดังแสดงในตาราง
ประเทศต่างๆทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ภาคอีสานของประเทศไทย เป็นพื้นที่ห่างไกลทะเลและใช้เกลือสินเทา จึงมีโครงการการใช้เกลือเสริมไอโอไดด์ เพื่อประกอบอาหาร โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร เพื่อป้องกันการเกิดโรคเอ๋อ มีการพัฒนาการของสมองและร่างกายช้าในทารกและเด็ก โดยองค์การอนามัยโลก แนะนำให้ผสมเกลือปรุงอาหารด้วยเกลือโปตัสเซียมไอโอเดท โดยจะมีปริมาณไอโอดีนเฉลี่ย 47.5 ไมโครกรัมต่อกรัมของเกลือ
ไอโอดีนใช้เป็นยาภายนอก เป็นยาฆ่าเชื้ออย่างอ่อน (antiseptic) โดยทำเป็นรูปแบบยาเหน็บ ยาขี้ผึ้ง ยาน้ำผสมแอลกอกฮอล (ทิงค์เจอร์ เวลาใช้จะแสบมาก) และยาน้ำโพวิโดนไอโอดีน ซึ่งใช้ไอโอดีนในรูปที่ละลายน้ำได้ เป็นการพัฒนาของผลิตภัณฑ์ไอโอดีนใช้ภายนอกที่ไม่แสบ
สารละลายไอโอดีนเพียงหยดเดียวในน้ำแป้ง จะได้สารละลายสีม่วงแกมน้ำเงินอ่อน(ฟ้า)ถึงเข้ม ขึ้นกับปริมาณแป้ง ซึ่งผงแป้งนี้ถูกใช้เป็นสารเพิ่มปริมาณหรือความข้นของผลิตภัณฑ์ ถือเป็นสารเจือปนเพื่อลดต้นทุน ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เช่น ยาสีฟัน ผงซักฟอกทั้งชนิดผงและชนิดน้ำ น้ำยาล้างจาน ผลิตภัณฑ์ที่ดี (ราคาสูง) ไม่เติมแป้งหรือเติมอย่างเหมาะสม คงเคยเห็นบูทที่แสดงการทดสอบหยดน้ำยาสีน้ำตาลเข้ม เพื่อทดสอบความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ต่างยี่ห้อ ซึ่งเราก็สามารถทดสอบผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ด้วยตนเองโดยการหยดน้ำยาไอโอดีน (น้ำยาโพวิโดนไอโอดีนที่ใช้ใส่แผล) เพื่อเปรียบเทียบปริมาณแป้ง ใช้เป็นข้อมูลในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่สมเหตุสมผลกับราคา
-->
|
การค้นคว้ายาต้านไวรัสโควิด-19 ตอนที่ 4 : กลุ่มโมโนโคลนอลแอนติบอดี โมลนูพิราเวียร์ และยาอื่น 1 วินาทีที่แล้ว |
|
วัคซีนโควิด-19 ตอนที่ 2 : วัคซีนโควิด-19 ชนิดที่นำมาใช้แล้ว 1 วินาทีที่แล้ว |
|
หญ้าฝรั่น ... เครื่องเทศที่แพงที่สุดในโลก!!! 1 วินาทีที่แล้ว |
|
ข้าวโพด...เอาไปทำอะไรก็อร่อย 1 วินาทีที่แล้ว |
|
การใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาโรคโควิด-19 ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ 1 วินาทีที่แล้ว |
|
ยารักษาสิว isotretinoin อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม 9 วินาทีที่แล้ว |
|
ใบขลู่: คุณค่าทางโภชนาการ ฤทธิ์ทางชีวภาพและความเป็นพิษ 25 วินาทีที่แล้ว |
|
น้ำเกลือแร่สำหรับท้องเสีย: เลือกที่ใช่ ใช้ถูกต้อง 30 วินาทีที่แล้ว |
|
อันตรายของแสงสีฟ้าต่อสุขภาพดวงตา 43 วินาทีที่แล้ว |
|
สารพิษจากเชื้อรา อันตรายที่มองไม่เห็น 45 วินาทีที่แล้ว |
|
|
ที่เกี่ยวข้อง
หน่วยงานภายในคณะฯ
HTML5 Bootstrap Font Awesome