ลำโพง : ไม้ประดับมีพิษ
|
พิชานันท์ ลีแก้ว สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล |
|
| 60,759 ครั้ง เมื่อ 46 นาทีที่แล้ว | |
| 2015-11-11 |
จากกรณีที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับเด็กนำดอกลำโพงขาวมารับประทานและเกิดอาการชักเกร็งและหมดสติ จนต้องหามส่งโรงพยาบาลไปแล้วนั้น แท้จริงแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของรายงานปัญหาที่เกิดจากพิษของต้นลำโพงขาว ทางสำนักงานข้อมูลสมุนไพรได้มีการรวบรวมรายงานความเป็นพิษของต้นลำโพงขาวในคนพบว่า ที่ผ่านมามีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ได้รับพิษจากการบริโภคทั้งโดยความตั้งใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นจึงอยากเผยแพร่และนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและความเป็นพิษของต้นลำโพงขาว เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้และตระหนักถึงพิษภัยที่เกิดจากการบริโภคพืชชนิดนี้
ต้นลำโพงขาวเป็นพืชในสกุล Datura มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Datura metel L. ในประเทศไทยจะพบอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ ลำโพงขาว (Datura metel L. var. metel) และลำโพงกาสลัก (Datura metel L. var. fastuosa (Bernh.) Danert) ซึ่งทั้ง 2 สายพันธุ์จะมีลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือ ต้นลำโพงขาวจะมีต้นสีเขียว ดอกสีขาว และลำโพงกาสลักจะมีต้นสีแดงเกือบดำ ดอกสีม่วงเป็นชั้นๆ สามารถพบได้ทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ที่รกร้างว่างเปล่าไปจนถึงป่าดิบเขา ทั้งลำโพงขาวและลำโพงกาสลักมีสรรพคุณตามตำรายาพื้นบ้านคล้ายกันคือ รากใช้ฝนกับน้ำทาแก้อาการปวดบวม ใบตำพอกฝี แก้ปวดบวมอักเสบ ดอกนำมาหั่นตากแดดให้แห้งผสมกับยาสูบ ใช้สูบแก้อาการหอบหืด เมล็ดคั่วให้หมดน้ำมันใช้ปรุงเป็นยาแก้ไข้ (1)
สารสำคัญที่พบในต้นลำโพง เป็นสารในกลุ่มอัลคาลอยด์ โดยส่วนใหญ่คือ สาร (-)-scopolamine ซึ่งสูงถึง 75% ของสารอัลคาลอยด์ทั้งหมด รองลงไปจะเป็น (-)-hyoscyamine, (-)-norhyoscyamine, (-)-norscopolamine, hydroxyl-6-(-)-hyoscyamine และ meleloidine สามารถพบสารกลุ่มนี้ได้ทุกส่วนของต้นลำโพง โดยในส่วนใบจะมีอยู่ประมาณ 0.2 - 0.6% ส่วนดอก 0.1 - 0.8% และในเมล็ด 0.2 - 0.5% และสารกลุ่มนี้ไม่สามารถถูกสลายได้ด้วยความร้อน (1-2)
สาร (-)-hyoscyamine ที่พบในต้นลำโพงมีฤทธิ์ anticholinergic ปัจจุบันจึงถูกใช้เป็นยาคลายอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเกร็งในช่องทางเดินอาหาร และบรรเทาอาการปวดเกร็งของโรคนิ่วในไต ส่วนสาร (-)-scopolamine มีฤทธิ์ทั่วไปคล้าย (-)-hyoscyamine แต่ต่างกันตรงที่ สาร (-)-scopolamine จะมีฤทธิ์ กดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางด้วย จึงมักใช้ในการแก้อาการปวดอันเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและเป็นองค์ประกอบของยาชา ช่วยระงับความรู้สึกในการทำให้สลบ ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันคือใช้เป็นยากันเมารถ เมาเรือ หรือเหตุจากการเคลื่อนไหวอื่นๆ (3) การได้รับยาเหล่านี้มากเกินขนาดที่กำหนด หรือการนำส่วนใดๆ ของต้นลำโพงมาบริโภคดังที่ปรากฏเป็นข่าวไม่นานมานี้ จะสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงหรือความเป็นพิษต่อระบบประสาทได้ โดยมีอาการที่แสดงออกมาคือ สายตาพร่ามัว ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ม่านตาขยาย ตาสู้แสงไม่ได้ ผิวหนังร้อนแดง มีผื่นแดงตามใบหน้า คอ และหน้าอก ไข้ขึ้นสูง อาจสูงถึง 42.8 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ ความรู้สึกสับสน การทำงานของกล้ามเนื้อผิดปกติ วิกลจริต เพ้อคลั่ง เคลิ้มฝัน มีอาการทางจิตและประสาท ในเด็กเล็กอาจเกิดการชัก ชีพจรเต้นอ่อนแต่เร็ว และมีแนวโน้มที่จะเต้นไม่เป็นจังหวะ ปัสสาวะไม่ค่อยออก ท้องผูก ในกรณีที่เป็นรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการไม่รู้สึกตัว โคม่า หายใจช้าและ ตัวเขียว (4)
วิธีการรักษาพิษที่เกิดจากต้นลำโพงคือ
|
“ยาฆ่าเชื้อ” ลดประสิทธิภาพของยาเม็ดคุมกำเนิด…หรือไม่? 1 วินาทีที่แล้ว |
|
น้ำมันไพลทอดต่างจากน้ำมันไพลกลั่นอย่างไร? 4 วินาทีที่แล้ว |
|
โรคจีซิกพีดี...ยาและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง 44 วินาทีที่แล้ว |
|
ยาล้างไต กับความเข้าใจผิดๆ 1 นาทีที่แล้ว |
|
ยารักษาโรคเท้าเหม็นจากเชื้อแบคทีเรีย 1 นาทีที่แล้ว |
|
น้ำเกลือแร่สำหรับท้องเสีย: เลือกที่ใช่ ใช้ถูกต้อง 1 นาทีที่แล้ว |
|
การผสมยาปฏิชีวนะชนิดผงแห้งสำหรับรับประทาน 1 นาทีที่แล้ว |
|
“ยา” กับอันตรายต่อไต 2 นาทีที่แล้ว |
|
ยารักษาโรคเบาหวานกับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ 2 นาทีที่แล้ว |
|
ยารักษาสิว isotretinoin อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม 2 นาทีที่แล้ว |
|
|
ที่เกี่ยวข้อง
หน่วยงานภายในคณะฯ
HTML5 Bootstrap Font Awesome