กลับรายการ
จิงๆเดือนนี้หนุต้องกินยาคุ้มวันที่18แต่วันนั่นไม่ได้กินเลยตัดสินใจกินยาคุ้มฉุดเฉิด แต่ประจำเดือนมาวันที่14หายวันที่18พอวันที่21มีเพศสัมพันแร้วก้ลืมกินยาคุ่มฉุดเฉินมากินอีกทีวันที่22ตอนเช้าแล้วพอวันที่29มีเพศสัมพันแต่ยังไม่กินยาคุ่มฉุดเฉิน มีเลือดออกมาที่ช่อคลอดค่ะสงสัยว่าเสี่ยงต่อการตั้งครรห์ไมค่ะ
892 views
คำถาม
จิงๆเดือนนี้หนุต้องกินยาคุ้มวันที่18แต่วันนั่นไม่ได้กินเลยตัดสินใจกินยาคุ้มฉุดเฉิด แต่ประจำเดือนมาวันที่14หายวันที่18พอวันที่21มีเพศสัมพันแร้วก้ลืมกินยาคุ่มฉุดเฉินมากินอีกทีวันที่22ตอนเช้าแล้วพอวันที่29มีเพศสัมพันแต่ยังไม่กินยาคุ่มฉุดเฉิน มีเลือดออกมาที่ช่อคลอดค่ะสงสัยว่าเสี่ยงต่อการตั้งครรห์ไมค่ะ
คำตอบ
การตั้งครรภ์จะเกิดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่มีการตกไข่ เนื่องจากเป็นช่วงที่อสุจิสามารถปฏิสนธิกับไข่เกิดการแบ่งตัวเป็นตัวอ่อนและตัวอ่อนฝังตัวในมดลูกเกิดเป็นการตั้งครรภ์ได้[1] โดยช่วงเวลาที่มีการตกไข่ คือ ช่วง 12 ถึง 14 วันก่อนการมีประจำเดือนในรอบถัดไปหรือหลังจากวันแรกที่มีประจำเดือนในรอบก่อนหน้า
จากข้อมูลที่ได้รับจากคำถาม สามารถแบ่งการพิจารณาโอกาสการตั้งครรภ์ออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันที่ 18-21 ซึ่งอยู่ในระยะที่ไม่มีไข่ตกหรือมีโอกาสไข่ตกน้อย ประกอบกับรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินอย่างถูกต้องและครบตามขนาดที่แนะนำ จะทำให้มีโอกาสการตั้งครรภ์ต่ำ
สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 29 ซึ่งนับเป็นวันที่ 15 ของรอบเดือน ในช่วงเวลาดังกล่าวมีโอกาสไข่ตกสูง หากไม่ได้รับประทานยาคุมกำเนิดภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเลือดที่ออกมาจากช่องคลอดไม่ได้มีความสัมพันธ์กับโอกาสในการตั้งครรภ์ และอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่ทำให้เลือดออกกะปริบกะปรอยได้ในช่วง 1 สัปดาห์หลังรับประทานยา[2] อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ติดตามการมาของประจำเดือนในรอบถัดไป ซึ่งอาจมาคลาดเคลื่อนเนื่องจากผลของยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน[2] หากประจำเดือนไม่มา แนะนำให้ตรวจการตั้งครรภ์ และหากไม่ได้ตั้งครรภ์สามารถรับประทานยาคุมกำเนิดแบบรายเดือนต่อไปได้
จากข้อมูลที่ได้รับจากคำถาม สามารถแบ่งการพิจารณาโอกาสการตั้งครรภ์ออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันที่ 18-21 ซึ่งอยู่ในระยะที่ไม่มีไข่ตกหรือมีโอกาสไข่ตกน้อย ประกอบกับรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินอย่างถูกต้องและครบตามขนาดที่แนะนำ จะทำให้มีโอกาสการตั้งครรภ์ต่ำ
สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 29 ซึ่งนับเป็นวันที่ 15 ของรอบเดือน ในช่วงเวลาดังกล่าวมีโอกาสไข่ตกสูง หากไม่ได้รับประทานยาคุมกำเนิดภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเลือดที่ออกมาจากช่องคลอดไม่ได้มีความสัมพันธ์กับโอกาสในการตั้งครรภ์ และอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่ทำให้เลือดออกกะปริบกะปรอยได้ในช่วง 1 สัปดาห์หลังรับประทานยา[2] อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ติดตามการมาของประจำเดือนในรอบถัดไป ซึ่งอาจมาคลาดเคลื่อนเนื่องจากผลของยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน[2] หากประจำเดือนไม่มา แนะนำให้ตรวจการตั้งครรภ์ และหากไม่ได้ตั้งครรภ์สามารถรับประทานยาคุมกำเนิดแบบรายเดือนต่อไปได้
เอกสารอ้างอิง
1. Pascual ZN, Langaker MD. Physiology, Pregnancy. [Internet]. 2022 [cited 2022 Nov 9]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK559304/
2. นงลักษณ์ สุขวาณิชย์ศิลป์. ความรู้ทั่วไปเรื่องยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน. บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน. [อินเตอร์เน็ต]. 2561. [เข้าถึงเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2565]. เข้าถึงจาก: https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/419/ยาคุมฉุกเฉิน/
2. นงลักษณ์ สุขวาณิชย์ศิลป์. ความรู้ทั่วไปเรื่องยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน. บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน. [อินเตอร์เน็ต]. 2561. [เข้าถึงเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2565]. เข้าถึงจาก: https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/419/ยาคุมฉุกเฉิน/