กลับรายการ
มีอาการคันฝ่ามือและเท้า เนื่องจากเป็นโรคตับแข็ง (คันมากๆๆ) อยากทราบว่าใช้ยาแก้คันตัวไหน และจะมีผลข้างเคียงกับตับที่เหลืออยู่หรือไม่คะ
128,982 views
คำถาม
มีอาการคันฝ่ามือและเท้า เนื่องจากเป็นโรคตับแข็ง (คันมากๆๆ) อยากทราบว่าใช้ยาแก้คันตัวไหน และจะมีผลข้างเคียงกับตับที่เหลืออยู่หรือไม่คะ
คำตอบ
อาการคันเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ จากข้อมูลที่ระบุมาไม่เพียงพอที่จะประเมินอย่างถูกต้องได้ว่าผู้ป่วยเกิดอาการคันเนื่องจากสาเหตุใด และไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะประเมินความรุนแรงของโรคตับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการพิจารณาเลือกใช้ยาหรือปรับขนาดยา
หากเป็นอาการคันจากการแพ้ ยาทาแก้แพ้โดยทั่วไปสามารถใช้ได้ ส่วนยารับประทานแก้แพ้ มีข้อมูลที่แตกต่างกันดังนี้
• cetirizine ขนาดทั่วไปคือ 10 มิลลิกรัมต่อวัน แต่แนะนำให้ลดขนาดเป็น 5 มิลลิกรัมต่อวัน
• loratadine ขนาดทั่วไปคือ 10 มิลลิกรัมต่อวัน แต่แนะนำให้รับประทานขนาด 10 มิลลิกรัม วันเว้นวัน
• chlorpheniramine maleate (CPM) มีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับการกำจัดยาทางตับ และขาดข้อมูลสนับสนุนการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับบกพร่อง
• hydroxyzine ขนาดทั่วไปคือ 25 mg วันละ 3-4 ครั้ง แต่แนะนำให้ปรับเป็นรับประทานวันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
ส่วนกรณีอาการคันที่เกี่ยวข้องกับโรคตับก็สามารถพบได้เช่นกัน เชื่อว่าส่วนมากเกิดจากตับไม่สามารถกำจัดของเสียในร่างกายออกไปได้เหมือนคนปกติ เนื่องจากตับทำงานได้น้อยลง ของเสียจึงอาจไปสะสมอยู่ที่ผิวหนังมาก ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการคันเล็กน้อยและเป็นไม่นาน แต่บางรายจะมีอาการคันมากและเป็นเรื้อรัง ซึ่งยังไม่มีการรักษาใดๆ ที่ยืนยันถึงประสิทธิผลจากการใช้ยา แต่ในทางปฏิบัติจริง ยาแก้แพ้ทั้ง 4 ตัวด้านบนที่แนะนำไว้ ก็เป็นที่นิยมใช้ในอาหารเหล่านี้ โดยถ้าใช้ตัวใดแล้วไม่ดีขึ้น อาจเปลี่ยนเป็นใช้ตัวอื่นแทนได้
สำหรับอาการคันในผู้ป่วยโรคตับชนิดที่มีการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดี มีข้อมูลว่ายา cholestyramine สามารถบรรเทาอาการคันจากภาวะการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดีได้ อย่างไรก็ดีในกรณีของผู้ป่วยแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการคันที่แน่ชัด เพื่อเป็นข้อมูลในเลือกพิจารณาใช้ยาได้อย่างเหมาะสม
Key words: คัน, ตับ, pruritic, cirrhosis
หากเป็นอาการคันจากการแพ้ ยาทาแก้แพ้โดยทั่วไปสามารถใช้ได้ ส่วนยารับประทานแก้แพ้ มีข้อมูลที่แตกต่างกันดังนี้
• cetirizine ขนาดทั่วไปคือ 10 มิลลิกรัมต่อวัน แต่แนะนำให้ลดขนาดเป็น 5 มิลลิกรัมต่อวัน
• loratadine ขนาดทั่วไปคือ 10 มิลลิกรัมต่อวัน แต่แนะนำให้รับประทานขนาด 10 มิลลิกรัม วันเว้นวัน
• chlorpheniramine maleate (CPM) มีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับการกำจัดยาทางตับ และขาดข้อมูลสนับสนุนการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับบกพร่อง
• hydroxyzine ขนาดทั่วไปคือ 25 mg วันละ 3-4 ครั้ง แต่แนะนำให้ปรับเป็นรับประทานวันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
ส่วนกรณีอาการคันที่เกี่ยวข้องกับโรคตับก็สามารถพบได้เช่นกัน เชื่อว่าส่วนมากเกิดจากตับไม่สามารถกำจัดของเสียในร่างกายออกไปได้เหมือนคนปกติ เนื่องจากตับทำงานได้น้อยลง ของเสียจึงอาจไปสะสมอยู่ที่ผิวหนังมาก ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการคันเล็กน้อยและเป็นไม่นาน แต่บางรายจะมีอาการคันมากและเป็นเรื้อรัง ซึ่งยังไม่มีการรักษาใดๆ ที่ยืนยันถึงประสิทธิผลจากการใช้ยา แต่ในทางปฏิบัติจริง ยาแก้แพ้ทั้ง 4 ตัวด้านบนที่แนะนำไว้ ก็เป็นที่นิยมใช้ในอาหารเหล่านี้ โดยถ้าใช้ตัวใดแล้วไม่ดีขึ้น อาจเปลี่ยนเป็นใช้ตัวอื่นแทนได้
สำหรับอาการคันในผู้ป่วยโรคตับชนิดที่มีการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดี มีข้อมูลว่ายา cholestyramine สามารถบรรเทาอาการคันจากภาวะการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดีได้ อย่างไรก็ดีในกรณีของผู้ป่วยแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการคันที่แน่ชัด เพื่อเป็นข้อมูลในเลือกพิจารณาใช้ยาได้อย่างเหมาะสม
Key words: คัน, ตับ, pruritic, cirrhosis
เอกสารอ้างอิง
1. MICROMEDEX 2.0® [Database on the internet]: Truven health analytics; 2013. mobileMicromedex®, [cited 2013 July 25]. Available from: http://www.micromedexsolutions.com
2. Bergasa NV. The pruritus of cholestasis. Journal of Hepatology 2005; 43: 1078–88.
2. Bergasa NV. The pruritus of cholestasis. Journal of Hepatology 2005; 43: 1078–88.