คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
กลับรายการ

การใช้ยารักษาสิว แบบทาภายนอก ตัวยาคือ adapalene (differin) 1.ถ้าใช้ไปนาน ๆ จะเกิดผลเสียไหมครับ หรือมีข้อห้ามใช้ไม่เกินกี่เดือน 2.ตอนที่ผมใช้ สิวหายไปแล้ว แต่พอหยุดใช้ สิวกลับมาอีก แบบนี้มันสามารถใ้ช้ไปได้ตลอดเลยหรือไม่ 3.หรือว่าควรลดปริมาณการใช้ลง และถ้าลดปริมาณการใช้ลง แต่ใช้ไปนาน ๆจะเกิดอันตรายหรือไม่ 4.แล้วถ้าต้องลดปริมาณการใช้ลง ควรทำยังไงครับ

54,357 views

คำถาม

การใช้ยารักษาสิว แบบทาภายนอก ตัวยาคือ adapalene (differin)

1.ถ้าใช้ไปนาน ๆ จะเกิดผลเสียไหมครับ หรือมีข้อห้ามใช้ไม่เกินกี่เดือน
2.ตอนที่ผมใช้ สิวหายไปแล้ว แต่พอหยุดใช้ สิวกลับมาอีก แบบนี้มันสามารถใ้ช้ไปได้ตลอดเลยหรือไม่
3.หรือว่าควรลดปริมาณการใช้ลง และถ้าลดปริมาณการใช้ลง แต่ใช้ไปนาน ๆจะเกิดอันตรายหรือไม่
4.แล้วถ้าต้องลดปริมาณการใช้ลง ควรทำยังไงครับ

คำตอบ

สำหรับ differin หรือยา adapalene นั้นเป็นยาทารักษาสิวที่พัฒนามาจาก tretinoin ทำให้เกิดผลดีในเรื่องของการลดผลข้างเคียงลงเมื่อเทียบกับยา tretinoin เดิม นอกจากนี้การที่ยาคงทนกว่าทำให้สามารถถูกแสงได้มากขึ้น จึงอาจมีการนำยามาทาตอนเช้าได้ด้วย การใช้ยานี้พบว่าให้ผลการรักษาไม่เกิน 8-12 สัปดาห์หลังการใช้ โดยจะสังเกตว่ามีการยุบลงของสิวเกิดขึ้น และมีการลดลงของสิวที่อาจเกิดใหม่ด้วย
มีการทำการศึกษาการใช้ adapalene ยาวนานถึง 52 สัปดาห์และมีการสรุปออกมาว่าไม่พบข้างเคียงที่ร้ายแรงหากมีการใช้ต่อเนื่องยาวนาน ผลข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ผิวแห้ง แสบ ลอกเป็นขุย หรือเกิดการระคายเคืองในบริเวณที่ทาได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในตอนเริ่มใช้ยา จึงมีการแนะนำว่า ควรใช้ยาในความเข้มข้นต่ำก่อน และเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเมื่อผิวคุ้นกับยามากขึ้น รวมถึงอาจต้องหลีกเลี่ยงการโดนแสง นอกจากนี้หากสิวลดลงแล้วสามารถเลิกใช้ได้ และกลับมาใช้อีกเมื่อมีสิวขึ้นมาอีก
ในรายของคุณเจมส์ ทางเภสัชกรจึงขอแนะนำว่า หากมีการใช้จนสิวยุบลงไปหมดแล้ว สามารถลดการใช้โดยลดความเข้มข้นหรือลดความถี่ในการทาลง หากมีสิวกลับขึ้นมาอีก จึงค่อยๆเพิ่มความเข้นข้นขึ้นมาจากเดิมหรือกลับมาใช้ใหม่หากเดิมมีการหยุดใช้ไปและใช้ได้จนสิวนั้นยุบลงไปอีกครั้ง เนื่องจากการใช้ยานี้สามารถทาได้โดยการพิจารณาจากลักษณะ และความรุนแรงของสิวที่เกิดขึ้น ซึ่งคุณเจมส์สามารถทำได้เองจากวิธีที่แนะนำไป นอกจากนี้หากเกิดอาการ เช่น ผิวแดง แห้ง แตกเป็นขุย อาจหมายถึงอาการข้างเคียงของยา ทางเภสัชกรแนะนำให้หยุดยา หากเป็นมากอาจต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรต่อไป


เอกสารอ้างอิง

1. Weiss JS, Thiboutot DM, Hwa J, Liu Y, Graeber M., Long-term safety and efficacy study of adapalene 0.3% gel. Drugs Dermatol. 2008 Jun;7(6 Suppl):s24-8.
2. Adapalene. In: DRUGDEX® Evaluations. [Online]. 2010 Aug9. Available from: MICROMEDEX® Healthcare Series; 2010. [cited 2010Aug9].
3. ปรียา กุลละวณิชย์ และประวิตร พิศาลบุตร. ตำราโรคผิวหนังในเวชปฏิบัติปัจจุบัน Dermatology 2010. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โฮลิสติก พับลิชชิ่ง, 2548.
4. Adapalene.[ Available at: http://www.medscape.com/druginfo/monograph?cid=med&drugid=6442&drugname=Adapalene+Top&monotype=monograph&secid=2]. Access date: 9 August 2010.