กลับรายการ
การรักษาโรคกรดไหลย้อน ทำไมแพทย์สั่งใช้ยาomeprazoleร่วมกับranitidine ถ้าใช้ร่วมกันประสิทธิภาพดีหรือไม่เมื่อเทียบกับใช้เดี่ยวๆ
31,424 views
คำถาม
การรักษาโรคกรดไหลย้อน ทำไมแพทย์สั่งใช้ยาomeprazoleร่วมกับranitidine ถ้าใช้ร่วมกันประสิทธิภาพดีหรือไม่เมื่อเทียบกับใช้เดี่ยวๆ
คำตอบ
ภาวะกรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disorder) เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายเกิดการอ่อนแรง หรือหดรัดตัวไม่ดี จึงทำให้มีการไหลย้อนกลับของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นมาที่ส่วนปลายของหลอดอาหาร (distal esophagus) การที่หลอดอาหารสัมผัสกับภาวะกรดนานๆ จะนำไปสู่การเกิดการอักเสบของหลอดอาหารและอาจเกิดเป็นแผลที่หลอดอาหารได้ในที่สุด
แนวทางในการรักษาด้วยยาของภาวะกรดไหลย้อนในปัจจุบันพบว่า ยาในกลุ่ม proton pump inhibitors (PPIs) มีผลการรักษาภาวะนี้ได้ดี โดยยาในกลุ่มนี้ช่วยยับยั้งการสร้างกรดจาก gastic parietal cells และกดการหลั่งกรด gastric ได้มากกว่า 90 % และช่วยให้การอักเสบของหลอดอาหารหายเร็วขึ้น ตัวอย่างของยาในกลุ่มนี้ได้แก่ omeprazole, esomeprazole, pantoprazole, rabeprazole, lansoprazole เป็นต้น
อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยที่พบว่า การใช้ยาในกลุ่ม H2 antagonists เช่น ranitidine, famotidine ร่วมกับการใช้ยาในกลุ่ม PPI โดยให้รับประทานก่อนนอน เพื่อให้ผลในการยับยั้งการหลั่งกรดที่มากเกินโดยเฉพาะในเวลากลางคืน (nocturnal acid control) ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจพบว่ามี breakthrough symptom ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ทั้งนั้นการรักษาภาวะกรดไหลย้อนไม่สามารถรักษาให้หายขาดด้วยยาเพียงอย่างเดียวได้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน (life style modification) เช่น การหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด งดการดื่มชา-กาแฟ งดการสูบบุหรี่ หรือ การหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่รัดบริเวณหน้าท้อง ยังเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง และปฏิบัติควบคู่กันไปด้วยเสมอ
แนวทางในการรักษาด้วยยาของภาวะกรดไหลย้อนในปัจจุบันพบว่า ยาในกลุ่ม proton pump inhibitors (PPIs) มีผลการรักษาภาวะนี้ได้ดี โดยยาในกลุ่มนี้ช่วยยับยั้งการสร้างกรดจาก gastic parietal cells และกดการหลั่งกรด gastric ได้มากกว่า 90 % และช่วยให้การอักเสบของหลอดอาหารหายเร็วขึ้น ตัวอย่างของยาในกลุ่มนี้ได้แก่ omeprazole, esomeprazole, pantoprazole, rabeprazole, lansoprazole เป็นต้น
อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยที่พบว่า การใช้ยาในกลุ่ม H2 antagonists เช่น ranitidine, famotidine ร่วมกับการใช้ยาในกลุ่ม PPI โดยให้รับประทานก่อนนอน เพื่อให้ผลในการยับยั้งการหลั่งกรดที่มากเกินโดยเฉพาะในเวลากลางคืน (nocturnal acid control) ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจพบว่ามี breakthrough symptom ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ทั้งนั้นการรักษาภาวะกรดไหลย้อนไม่สามารถรักษาให้หายขาดด้วยยาเพียงอย่างเดียวได้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน (life style modification) เช่น การหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด งดการดื่มชา-กาแฟ งดการสูบบุหรี่ หรือ การหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่รัดบริเวณหน้าท้อง ยังเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง และปฏิบัติควบคู่กันไปด้วยเสมอ
เอกสารอ้างอิง
1. Xue S, Katz P. O., Banerjee P, Tutuian R, Castell D. O. Bedtime H2 blockers improve nocturnal gastric acid control in GERD patients on proton pump inhibitors. Alimentary Pharmacology & Therapeutics. Philadelphia; PA. 2001(15);9. pp 1351-56.
2. Piero M. F. Gastroesophageal Reflux Disease: Treatment & Medication. Emedicine. Available at http://emedicine.medscape.com/article/176595-treatment [Access date: 16 June 2010]
2. Piero M. F. Gastroesophageal Reflux Disease: Treatment & Medication. Emedicine. Available at http://emedicine.medscape.com/article/176595-treatment [Access date: 16 June 2010]