คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
กลับรายการ

การให้ยา Ceftriaxone แบบ drip ใน D5w or NSS ควรระวังในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ หรือโรคไตที่ต้องควบคุมปริมาณน้ำในร่างกายหรือไม่ ควรให้แบบ IV push ดีกว่าหรือเปล่า

65,895 views

คำถาม

การให้ยา Ceftriaxone แบบ drip ใน D5w or NSS ควรระวังในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ หรือโรคไตที่ต้องควบคุมปริมาณน้ำในร่างกายหรือไม่ ควรให้แบบ IV push ดีกว่าหรือเปล่า

คำตอบ

[1721] การให้ยา Ceftriaxone แบบ drip ใน D5w or NSS ควรระวังในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ หรือโรคไตที่ต้องควบคุมปริมาณน้ำในร่างกายหรือไม่ ควรให้แบบ IV push ดีกว่าหรือเปล่า ผู้ถาม : ภญ. รุจิรา (panuruji@hotmail.com) 09/10/2009-00:43:34 118.172.115.94 [เภสัชกร / รพ.เมืองปาน] สถานะข้อความ : Now Showing (แสดงบนหน้าเว็บ)
Ceftriaxone เป็นยาฆ่าเชื้อกลุ่ม cephalosporin รุ่นที่ 3 โดยมีขนาดความแรงที่ใช้มีตั้งแต่ 250 mg, 500 mg, 1 g และ 2 g ขึ้นกับความรุนแรงของการติดเชื้อ ceftriaxoneสามารถให้ยาได้ทั้งทาง IM และ IV ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการให้ยาทาง IV ซึ่งมีประเด็นที่มักพบได้บ่อย คือ การให้ยาแบบไหนดีกว่ากัน ระหว่าง IV push หรือ IV infusion (drip) จากข้อมูลที่มีระบุไว้แนะนำให้ฉีดแบบ IV infusion สำหรับยาขนาด 2 g โดยต้องใช้เวลาฉีดมากกว่า 30 นาที ส่วนความแรงที่ต่ำกว่านั้นสามารถให้ยาแบบ iv push ได้แต่ต้องใช้เวลาฉีดไม่ต่ำกว่า 2-4 นาที[1,2]
มีการรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับยาฉีดที่ผสมกับ D5W พบว่าทำให้การควบคุมน้ำตาลของผู้ป่วยไม่ดี[3] ดังนั้นหากผู้ป่วยเบาหวานจำเป็นต้องได้รับยาฉีด ceftriaxone ควรเลือกตัวทำละลายชนิดอื่นนอกเหนือจาก D5W ที่อาจมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด และตัวทำละลายที่มีส่วนผสมของ calcium เช่น Ringer’s solution เพราะอาจทำให้เกิดการตกตะกอนได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก แต่หากไม่มีตัวทำละลายอื่นแล้วจริงๆ ข้อมูลจาก FDA ระบุว่าอาจจะใช้ตัวทำละลายที่มี calcium ได้ในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 28 วัน และหากผู้ป่วยต้องได้รับยาฉีดอื่นๆที่มี calcium เป็นส่วนประกอบ ควรให้ยาห่างกับ ceftriaxone อย่างน้อย 48 ชั่วโมง[4] ส่วนการใช้ D5W สามารถทำได้ หากมีจำเป็นจริงๆ แต่ต้องคำนวณปริมาณน้ำตาลที่ผู้ป่วยได้รับจาก ceftriaxone และยา/อาหารอื่นๆ ทั้งหมด เพื่อให้ปริมาณน้ำตาลที่ได้รับต่อวันต้องไม่สูงเกินไป ดังนั้น หากเราไม่ได้ให้น้ำตาลทั้งหมดในหนึ่งวันสูงเกินไป ก็น่าจะไม่เกิดปัญหาใด หรืออีกกรณีหนึ่ง คือ การพิจารณาให้อินซูลิน เพราะการที่น้ำตาลในเลือดสูงไม่ได้แปลว่าจะให้น้ำตาลไม่ได้ เราต้องให้น้ำตาลร่วมกับอินซูลินต่างหาก มิฉะนั้น เซลล์ของร่างกายก็จะไม่สามารถใช้น้ำตาลเป็นพลังงานได้ ส่วนในเรื่องว่าจะให้แบบ IV drip หรือ แบบ IV push นั้นขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยติดเชื้ออะไรและต้องใช้ยาขนาดความแรงเท่าใด
กรณีผู้ป่วยโรคไตที่ต้องควบคุมปริมาณน้ำนั้นอาจจะต้องดูว่า IV diluent (D5W หรือ NSS) ที่ใช้มีปริมาตรเท่าใด และคำนวณปริมาณน้ำที่ผู้ป่วยควรได้รับให้มีความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างปริมาณน้ำที่เข้าสู่ร่างกายและออกจากร่างกายของผู้ป่วย และในกรณีที่ใช้ NSS เป็น diluent อาจจะต้องเช็คค่า Serum Na concentration ด้วย ซึ่งการใช้ NSS ในโรคไต สิ่งที่ต้องรู้คือปริมาณสูงสุดของโซเดียมที่ให้ได้คือเท่าไร ถ้าปริมาณโซเดียมรวมทั้งหมดไม่เกินกว่าที่กำหนด ก็สามารถที่จะละลายยาใน NSS ได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็อาจต้องหลีกเลี่ยงไปใช้สารน้ำอื่นๆ ส่วนการเลือกใช้การฉีดแบบ IV drip หรือ IV push นั้นขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยติดเชื้ออะไรและต้องใช้ยาขนาดความแรงเท่าใดครับ


เอกสารอ้างอิง

1. Rocephin[Online]. 2007 Sep 21 [cited 2009 Oct 12]; Available from:URL: http://emc.medicines.org.uk/medicine/1729/SPC/Rocephin+250mg,+1g+and+2g+vials/
2. Markel PS, Nowobilski-Vasilios SA, Free F. Intravenous Push Medication in the Home. J Intraven Nurs. 1999;22(4):209-15.
3. Krajicek BJ, Kudva YC, Hurley HA. Potentially important contribution of dextrose used as diluent to hyperglycemia in hospitalized patients. Diabetes care. 2005;28(4):980-87.
4. Ceftriaxone (marketed as Rocephin and generics)[Online]. 2009 April 14 [cited 2009 Oct 12]. Available from: URL:http://www.fda.gov/Safety/MedWatch/SafetyInformation/SafetyAlertsforHumanMedicalProducts/ucm136533.htm.
5. Lacy CF , Lance LL, Armstrong LL, Goldman MP. Drug information handbook with international trade names index.18th ed. USA. Lexi-comp; 2009.