โดย นศภ.เกศกัญญา อำนวย ภายใต้คำแนะนำของ รศ.ดร.ภญ. มัลลิกา ชมนาวัง
ปัจจุบันหลายคนให้ความสนใจการตรวจสุขภาพด้วยตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะชุดทดสอบโรคต่าง ๆ ที่สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาหรือช่องทางออนไลน์ ซึ่งหนึ่งในชุดทดสอบที่เริ่มพบเห็นมากขึ้น คือ ชุดทดสอบการติดเชื้อ Helicobacter pylori จากอุจจาระ (stool antigen test, SAT) ซึ่งโฆษณาว่าสามารถตรวจหาเชื้อได้ง่าย ทราบผลไว และไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล ทำให้เกิดคำถามว่า ชุดทดสอบดังกล่าวมีความแม่นยำมากน้อยเพียงใด ผลตรวจที่ได้สามารถเชื่อถือได้หรือไม่ บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อ H. pylori ความสำคัญของการติดเชื้อ หลักการทำงานของชุดทดสอบจากอุจจาระ ประสิทธิภาพและข้อจำกัดของชุดทดสอบ รวมถึงแนวทางการแปลผลและข้อบ่งชี้ในการตรวจหาเชื้อ เพื่อให้สามารถใช้ชุดทดสอบได้อย่างเหมาะสม
เชื้อ H. pylori คืออะไร
Helicobacter pylori หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า H. pylori คือ เชื้อแบคทีเรียแกรมลบ มีรูปร่างโค้งแบบเกลียว (spiral) ที่สามารถอาศัยและเจริญเติบโตในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีสภาวะความเป็นกรดสูงได้ โดยอาศัยกลไกหลายประการที่ช่วยให้สามารถอยู่รอดในกระเพาะอาหารได้ เช่น การเคลื่อนที่ด้วย flagella รวมถึงรูปร่างเป็นเกลียวทำให้เชื้อสามารถเคลื่อนที่ผ่านชั้นเยื่อเมือกและเข้าไปเกาะที่เซลล์เยื่อบุผิวของกระเพาะอาหาร ซึ่งช่วยป้องกันการถูกกำจัดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย นอกจากนี้เชื้อสามารถผลิตเอนไซม์ urease ที่สามารถย่อยสลาย urea ในกระเพาะอาหารเป็น ammonia และ carbon dioxide ส่งผลให้สภาพแวดล้อมรอบเชื้อมีความเป็นกรดลดลงและมีสภาวะความเป็นด่าง ช่วยให้เชื้อสามารถทนต่อสภาวะความเป็นกรดสูงได้ อีกทั้งเชื้อมีความสามารถยึดเกาะกับเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารได้อย่างแน่นหนา ทำให้สามารถคงอยู่ในกระเพาะอาหารได้เป็นเวลานาน แม้จะมีการหลุดลอกของเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารตามธรรมชาติก็ตาม ทำให้เกิดการอักเสบของเซลล์เยื่อบุผิวของกระเพาะอาหารอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และในบางรายอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอื่น ๆ ตามมา เช่น แผลในทางเดินอาหาร ไปจนถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะยาว(1)
ความชุกการติดเชื้อ H. pylori
การติดเชื้อ H. pylori พบได้ทั่วโลกและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยความชุกของการติดเชื้อมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค การศึกษาความชุกการติดเชื้อ H. pylori และอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารทั่วโลกช่วง ค.ศ. 1980-2022 พบว่าสัดส่วนผู้ติดเชื้อ H. pylori ทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 52.6 ในช่วงปี ค.ศ. 1980-1990 เหลือร้อยละ 43.9 ในช่วงปี ค.ศ. 2015-2022 แสดงให้เห็นผลของการพัฒนาด้านสาธารณสุขที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามพบความชุกของเชื้อในช่วงปี ค.ศ. 2015-2022 สูงถึงร้อยละ 35.1 ในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น อาจมาจากการแพร่เชื้อภายในครอบครัว โดยเฉพาะจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแลที่ติดเชื้อสู่เด็กเล็ก(2) นอกจากนี้ความชุกของการติดเชื้อในประเทศแถบเอเชียใต้สูงกว่าประเทศตะวันตก การศึกษาในประชากรผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่มีอาการในประเทศแถบเอเชียใต้พบผลตรวจ H. pylori เป็นบวกประมาณร้อยละ 40-60 แสดงให้เห็นว่า สามารถตรวจพบเชื้อได้ แม้ไม่มีอาการของโรค โดยมีเพียงประมาณร้อยละ 10-20 ที่พัฒนาเป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือแผลในลำไส้เล็กส่วนต้น และประมาณร้อยละ 1-2 ที่พัฒนาเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร(3,4)
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อ H. pylori
เชื้อ H. pylori สามารถติดต่อได้จากคนสู่คน โดยมีการแพร่เชื้อผ่านทางปากสู่ปาก (oral-oral route) และทางอุจจาระสู่ปาก (fecal-oral route) โดยปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อ ได้แก่ การอาศัยรวมกันอย่างหนาแน่น การบริโภคอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด รวมถึงปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม(5)
โรคและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ H. pylori
H. pylori เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนหลายประเภท โดยแบ่งออกเป็น 1) โรคและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับกระเพาะอาหาร (intragastric diseases) และ 2) โรคและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย (extragastric diseases) ดังแสดงในตารางที่ 1(1)
ตารางที่ 1 แสดงโรคและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ H. pylori (1)
|
โรคและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับกระเพาะอาหาร (intragastric diseases) |
|
- โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง - โรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น - โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร - โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในกระเพาะอาหารชนิด MALT (gastric mucosa-associated lymphoid tissue lymphoma) |
|
โรคและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย (extragastric diseases) |
|
- ภาวะเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน - ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก - ภาวะขาดวิตามินบี 12 |
การทดสอบเชื้อ H. pylori จากอุจจาระด้วยตนเอง
ปัจจุบันการวินิจฉัยการติดเชื้อ H. pylori แบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่ 1) การตรวจแบบส่องกล้อง (invasive) เป็นการส่องกล้องทางเดินอาหาร (endoscopy-based diagnosis) แล้วตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ และ 2) การตรวจแบบไม่ส่องกล้อง (non-invasive) ได้แก่ การตรวจจากลมหายใจ (urea breath test, UBT) เป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงในการวินิจฉัยการติดเชื้อ H. pylori และการยืนยันการกำจัดเชื้อ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจได้จากการตรวจเลือด (serology test) แต่มีความจำเพาะต่ำ
นอกจากวิธีที่กล่าวไปแล้ว ปัจจุบันมีการตรวจแบบไม่ส่องกล้องที่มีความไวและความจำเพาะสูงไม่ต่างจาก UBT คือ การตรวจจากอุจจาระ หรือ stool antigen test (SAT) เป็นการตรวจที่ใช้หลักการตรวจหาแอนติเจนของเชื้อ H. pylori ที่ถูกขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ อาศัยปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันระหว่างแอนติเจนของเชื้อจับกับแอนติบอดีที่เคลือบอยู่บนแผ่นตรวจ โดยมีข้อดีและข้อจำกัดดังแสดงในตารางที่ 2(1,6)
ตารางที่ 2 แสดงการเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของการทดสอบการติดเชื้อ H. pylori จากอุจจาระ(6)
|
ข้อดี |
ข้อจำกัด |
|
|
เนื่องจากชุดทดสอบเชื้อ H. pylori จากอุจจาระที่จำหน่ายในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อและใช้เทคโนโลยีการตรวจที่แตกต่างกัน ประสิทธิภาพในการตรวจหาเชื้อจึงอาจแตกต่างกันไป โดยสามารถเปรียบเทียบความไวและความจำเพาะของชุดตรวจแต่ละยี่ห้อได้ดังแสดงในตารางที่ 3
ตารางที่ 3 ตัวอย่างความไวและความจำเพาะของชุดทดสอบเชื้อ H. pylori จากอุจจาระ(6,7)
|
ยี่ห้อชุดตรวจ |
ความไว (%) |
ความจำเพาะ(%) |
|
LIAISON® Meridian H. pylori SA |
95.5 |
97.6 |
|
H. pylori CHEK™ |
92-95 |
90-91 |
|
H. pylori QUIK CHEK™ |
91-93 |
99-100 |
|
Premier Platinum HpSA® Plus |
87-90 |
84-87 |
|
Immunocard STAT!® |
92-95 |
97 |
|
STANDARD F |
95.6 |
94 |
|
SD BIOLINE |
92.6 |
93.5 |
|
Vstrip® HpSA |
91 |
97.1 |
|
IDEIA™ HpStAR™ |
93.6-100 |
92.8-100 |
|
HIP Biotech |
97.37 |
98.01 |
วิธีการใช้ชุดทดสอบเชื้อแบคทีเรีย H. pylori จากอุจจาระ(8)
รูปที่ 1 วิธีการใช้และการแปลผลตรวจชุดทดสอบเชื้อแบคทีเรีย H. pylori จากอุจจาระ
(สร้างด้วยโปรแกรม Canva โดย เกศกัญญา อำนวย)
ข้อควรระวังของชุดทดสอบเชื้อ H. pylori จากอุจจาระ
ปัจจัยที่อาจมีผลรบกวนผลตรวจ เช่น การใช้ยาบางชนิด ซึ่งอาจมีผลกดปริมาณเชื้อในกระเพาะอาหารชั่วคราวทำให้ตรวจไม่พบหรือเกิดผลลบลวง โดยทั่วไปแนะนำให้(6,8)
- หยุดยาลดกรดกลุ่ม proton pump inhibitors (PPIs) เช่น omeprazole, esomeprazole, lansoprazole, dexlansoprazole, pantoprazole และ rabeprazole อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนตรวจ
- หยุดยาปฏิชีวนะและยาที่มีส่วนผสมของ bismuth อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนตรวจ
- เก็บตัวอย่างอุจจาระตามคำแนะนำของชุดตรวจ
กลุ่มที่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ H. pylori
การตรวจหาเชื้อ H. pylori สามารถทำได้อย่างสะดวกด้วยชุดทดสอบจากอุจจาระ อย่างไรก็ตามการตรวจดังกล่าวไม่ได้มีข้อบ่งชี้สำหรับทุกคน ควรพิจารณาตรวจในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ตามแนวทางเวชปฏิบัติ ได้แก่(9)
- ผู้ที่มีประวัติโรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือ แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น
- ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในกระเพาะอาหารชนิด MALT
- ผู้ที่มีอาการอาหารไม่ย่อยและมีอายุน้อยกว่า 60 ปี ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยหาสาเหตุด้วยการส่องกล้อง
หรือได้รับการวินิจฉัยว่า มีภาวะอาหารไม่ย่อยเรื้อรังที่ไม่มีสาเหตุ (functional dyspepsia)
- ผู้ที่มีภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
- ผู้ที่ใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal antiinflammatory drugs, NSAIDs)
ระยะยาว หรือกำลังเริ่มใช้ยา aspirin ขนาดต่ำระยะยาว
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
- ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
ข้อพิจารณาสำหรับการแปลผลตรวจ
กรณีที่ผลตรวจเป็นลบแต่ยังคงมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง แน่นท้อง หรืออาหารไม่ย่อย ควรพิจารณาว่าผลตรวจอาจเป็นผลลบลวงจากปัจจัยรบกวน เช่น การใช้ยาลดกรดกลุ่ม PPIs การใช้ยาปฏิชีวนะ หรือการเก็บตัวอย่างที่ไม่ถูกต้อง และควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจซ้ำหรือตรวจหาสาเหตุอื่นของอาการต่อไป(6,8) ในกรณีที่ผลตรวจเป็นบวกแม้จะมีหรือไม่มีอาการก็ตาม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาและกำจัดเชื้อ ทั้งนี้การรักษาจำเป็นต้องใช้ยาหลายชนิดร่วมกันตามสูตรที่แนะนำในแนวทางเวชปฏิบัติ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง(9)
บทสรุป
ชุดทดสอบการติดเชื้อ H. pylori จากอุจจาระเป็นวิธีการตรวจแบบไม่ส่องกล้องที่สะดวก มีความไวและความจำเพาะสูง สามารถใช้สำหรับการตรวจคัดกรองเบื้องต้นและติดตามผลการรักษา อย่างไรก็ตามการตรวจไม่ได้มีข้อบ่งชี้สำหรับทุกคนและผลตรวจอาจถูกรบกวนจากการใช้ยาบางชนิด หรือ การเก็บตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ควรใช้ชุดทดสอบตามข้อบ่งชี้และปรึกษาแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
- Malfertheiner P, Camargo MC, El-Omar E, Liou JM, Peek R, Schulz C, et al. Helicobacter pylori infection. Nat Rev Dis Primers. 2023; 9(1):19.
- Li Y, Choi H, Leung K, Jiang F, Graham DY, Leung WK. Global prevalence of Helicobacter pylori infection between 1980 and 2022: a systematic review and meta-analysis. Lancet Gastroenterol Hepatol. 2023; 8(6):553-64.
- Kharel S, Bist A, Shrestha S, Homagain S. Helicobacter pylori healthy South Asians. JGH Open. 2020; 4(6):1037-46.
- Bauer B, Meyer TF. The Human Gastric Pathogen Helicobacter pylori and Its Association with Gastric Cancer and Ulcer Disease. Ulcers. 2011; 2011(1):340157.
- Bashir SK, Khan MB. Overview of Helicobacter pylori Infection, Prevalence, Risk Factors, and Its Prevention. Advanced Gut & Microbiome Research. 2023; 2023(1):9747027.
- Kang X, Gou L, Chen X, Wang Y, Liu Y, Zhang D. Application value and performance of stool antigen detection in the diagnosis of Helicobacter pylori infection. Eur J Clin Microbiol Infect Dis. 2026;45(1):69-77.
- HIP Global Co., Ltd. Helicobacter pylori Antigen Detection Kit [Internet]. Bangkok: HIP Global Co., Ltd.; 2025 [cited 2026 Jul 5]. Available from:
https://www.hip.co.th/product/helicobacter-pylori-antigen-dectection-kit/
- Spinreact. H. pylori antigen rapid test cassette (feces): package insert [Internet]. Girona (Spain): Spinreact; 2022 [cited 2026 Jul 5]. Available from:
https://www.spinreact.com/assets/files/Inserts/poct-2023/146887000-ihp-602-ce-en-pi-for-a0159.pdf.
- Chey WD, Howden CW, Moss SF, Morgan DR, Greer KB, Grover S, et al. ACG Clinical Guideline: Treatment of Helicobacter pylori Infection. Am J Gastroenterol. 2024; 119 (9):1730-53.