กลับรายการ
โดนประตูกระแทกเล็บเท้า ไปหาหมอ พยาบาลตึกอุบัติเหตุ รพ ชุมชนฉีดยาชา ถอดเล็บหัวแม่เท้า เย็บแผล 1เข็ม แพทย์ให้ยา dicloxacillin 250 มก x 4 ก่อนอาหาร 10เม็ด พารา 500 1แผง ไอบรูเฟน 400 x3 10เม็ด ยาฆ่าเชื้อ ขนาด จำนวนเท่านี้ เหมาะสมไหมคะ
949 views
คำถาม
โดนประตูกระแทกเล็บเท้า ไปหาหมอ พยาบาลตึกอุบัติเหตุ รพ ชุมชนฉีดยาชา ถอดเล็บหัวแม่เท้า เย็บแผล 1เข็ม แพทย์ให้ยา dicloxacillin 250 มก x 4 ก่อนอาหาร 10เม็ด พารา 500 1แผง ไอบรูเฟน 400 x3 10เม็ด ยาฆ่าเชื้อ ขนาด จำนวนเท่านี้ เหมาะสมไหมคะ
คำตอบ
แผลจากการโดนประตูกระแทกเล็บเท้าจนต้องถอดเล็บและเย็บแผลจัดเป็น fresh traumatic wound ซึ่งหมายถึงบาดแผลสดจากอุบัติเหตุที่เกิดภายใน 6 ชั่วโมงก่อนได้รับการรักษา โดยปกติแล้วแผลสดที่ไม่ได้เกิดจากสัตว์กัดมักไม่จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ อย่างไรก็ตามมีข้อยกเว้นสำหรับกรณีมีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น อายุมากกว่า 65 ปี) เบาหวาน ตับแข็ง โรคพิษสุราเรื้อรัง บาดแผลขอบไม่เรียบ เย็บแผลได้ไม่สนิท แผลยาวกว่า 5 เซนติเมตร แผลจากการบดอัด (เช่น ประตูหนีบอย่างแรง) แผลลึกถึงกล้ามเนื้อ เอ็น หรือกระดูก ดังนั้นบาดแผลกรณีนี้จึงเป็นเหตุสมควรในการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งยาที่แพทย์เลือกใช้ คือ dicloxacillin จัดเป็นยาทางเลือกแรกที่เหมาะสมหากผู้ป่วยไม่แพ้ยากลุ่ม penicillins การได้รับยาในขนาด 250 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวันขณะท้องว่างเป็นเวลา 2 วัน ถือเป็นขนาดที่ถูกต้องสำหรับการป้องกันการติดเชื้อในแผลสดจากอุบัติเหตุ และจำนวนยา 10 เม็ดที่ได้รับก็มีความเหมาะสมและเพียงพอ ส่วนยารักษาอาการปวดที่ได้รับ คือ paracetamol และ ibuprofen ซึ่งสามารถรับประทานร่วมกันได้อย่างปลอดภัยเพื่อเสริมฤทธิ์ในการรักษาเนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกัน โดย paracetamol มีขนาดที่เหมาะสมคือ 10-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อครั้ง ทุก 4-6 ชั่วโมง ขนาดยาสูงสุดไม่ควรเกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน และต้องระมัดระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคตับ หมายความว่าในผู้ป่วยน้ำหนักไม่เกิน 67 กิโลกรัม สามารถรับประทานยา paracetamol ขนาด 500 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมงได้ ส่วน ibuprofen มีขนาดยาที่เหมาะสม คือ 200-400 มิลลิกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง แต่เนื่องจากยามีผลระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ การแบ่งรับประทาน 3 ครั้งหลังอาหารทันทีตามที่ได้รับมาจึงมีความเหมาะสม ทั้งนี้ควรระวังการใช้ในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคไข้เลือดออก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคไต
เอกสารอ้างอิง
1. กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการดำเนินงานตามแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาการใช้ยาอย่างสมเหตุผล [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2559 [เข้าถึงเมื่อ 16 ก.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://dmsic.moph.go.th/dmsic/admin/files/userfiles/files/Manual_Service%20Plan%20RDU_Sept2016.pdf
2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ยา Paracetamol กับยา Ibuprofen ต่างกันอย่างไร [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 16 ก.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/2090
2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ยา Paracetamol กับยา Ibuprofen ต่างกันอย่างไร [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 16 ก.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/2090