กลับรายการ
กรณีผู้ป่วยมีไอ น้ำมูก เจ็บคอ จะใช้วิธีการไหนเพื่อตัดสินใจว่าผู้ป่วยควรได้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียคะ แล้วน้ำมูกสีเขียวเป็นสิ่งที่ยืนยันได้แน่นอนว่าอาการมาจากติดเชื้อแบคทีเรียไหมคะ เพราะถ้ามีอาการข้างต้นจะได้รับยาฆ่าเชื้อกับยาตามอาการร่วมด้วย ทำให้มีการเข้าใจผิดว่าได้รับยาฆ่าเชื้อแล้วดีขึ้นค่ะ
1,113 views
คำถาม
กรณีผู้ป่วยมีไอ น้ำมูก เจ็บคอ จะใช้วิธีการไหนเพื่อตัดสินใจว่าผู้ป่วยควรได้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียคะ แล้วน้ำมูกสีเขียวเป็นสิ่งที่ยืนยันได้แน่นอนว่าอาการมาจากติดเชื้อแบคทีเรียไหมคะ เพราะถ้ามีอาการข้างต้นจะได้รับยาฆ่าเชื้อกับยาตามอาการร่วมด้วย ทำให้มีการเข้าใจผิดว่าได้รับยาฆ่าเชื้อแล้วดีขึ้นค่ะ
คำตอบ
อาการแสดงของโรคติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนได้แก่ ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ร่วมกับการมีไข้ มักเกิดจากการติดไวรัสหรือแบคทีเรีย กรณีติดไวรัสจะพิจารณาให้ยารักษาตามอาการ ส่วนกรณีติดแบคทีเรียจะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ (antibiotics) ทั้งนี้วิธีการแยกระหว่างไวรัสและแบคทีเรียขึ้นอยู่กับลักษณะโรคและอาการแสดงของผู้ป่วย เช่น โรคไซนัสอักเสบมีอาการแสดง คือ มีน้ำมูกสีเขียวตลอดทั้งวัน ร่วมกับมีเจ็บคัดตึงบริเวณใบหน้า ทั้งนี้ถ้าเกิดจากแบคทีเรียต้องมีอาการเข้าได้กับเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งใน 3 ข้อต่อไปนี้ 1) ระยะเวลาในการเป็นโรคเกิน 10 วัน 2) มีไข้มากกว่าหรือเท่ากับ 39 องศาเซลเซียส นานอย่างน้อย 3-4 วัน 3) เกิดการติดเชื้อซ้ำเป็นครั้งที่สองหลังจากครั้งแรกหายแล้ว หากไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวจะเกิดจากไวรัส ส่วนโรคคอหอยอักเสบใช้เกณฑ์ Modified centor score ในการแยกระหว่างการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย โดยเกณฑ์มีดังนี้ 1) อุณหภูมิร่างกายมากกว่า 38 องศาเซลเซียส (+1 คะแนน) 2) ไม่แสดงอาการไอ (+1 คะแนน) 3) ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอด้านหน้าโต (+1 คะแนน) 4) ต่อมทอมซิลโตหรือบวมแดง (+1 คะแนน) 5) อายุต่ำกว่า 15 ปี (+1 คะแนน) อายุมากกว่า 45 ปี (-1 คะแนน) หากรวมคะแนนแล้วมีคะแนนมากกว่า 3 คะแนนขึ้นไปจะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะเนื่องจากเกิดการแบคทีเรีย ดังนั้นน้ำมูกสีเขียวจึงเป็นอาการแสดงที่ไม่สามารถยืนยันได้แน่นอนว่าเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ต้องใช้เกณฑ์อื่น ๆ ร่วมพิจารณาด้วย
เอกสารอ้างอิง
1. Yoon YK, Park CS, Kim JW, Hwang K, Lee SY, Kim TH, et al. Guidelines for the antibiotic use in adults with acute upper respiratory tract infections. Infection & chemotherapy. 2017;49(4):326-52.
2. พิสนธิ์ จงตระกูล, อนุชา อภิสารธนรักษ์, สมชาติ สุจริตรังษี, อุษณี ลีลาปรีชาเลิศ, สุมาลี เหล่าวีระธรรม, .พิสิษฐ์ เวชกามา, และคณะ. แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา [อินเทอร์เน็ต]. 2554 [เข้าถึงเมื่อ 12 ธ.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก : https://www.pknhospital.com/2019/data/starRPST/drug/aenwthaangkaaraichyaaptichiiwnayaangsmehtuphl_1-32.pdf
3. Rosenfeld RM, Andes D, Bhattacharyya N, Cheung D, Eisenberg S, Ganiats TG, et al. Clinical practice guideline: adult sinusitis. Otolaryngology-head and neck surgery. 2007;137(3):S1-31.
2. พิสนธิ์ จงตระกูล, อนุชา อภิสารธนรักษ์, สมชาติ สุจริตรังษี, อุษณี ลีลาปรีชาเลิศ, สุมาลี เหล่าวีระธรรม, .พิสิษฐ์ เวชกามา, และคณะ. แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา [อินเทอร์เน็ต]. 2554 [เข้าถึงเมื่อ 12 ธ.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก : https://www.pknhospital.com/2019/data/starRPST/drug/aenwthaangkaaraichyaaptichiiwnayaangsmehtuphl_1-32.pdf
3. Rosenfeld RM, Andes D, Bhattacharyya N, Cheung D, Eisenberg S, Ganiats TG, et al. Clinical practice guideline: adult sinusitis. Otolaryngology-head and neck surgery. 2007;137(3):S1-31.